หน้าแรก > ภูมิภาค

ปภ.กุฉินารายณ์ เผยความคืบหน้าเหตุน้ำท่วมถนน หน้าอ่างเลิงซิว ล่าสุดกลับสู่สภาวะปกติ

วันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 15:18 น.


วันที่ 15 กันยายน 2569 ปภ.สาขากุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ รายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำรอการระบาย บนถนนสายสมเด็จ–มุกดาหาร บริเวณ หน้าอ่างเลิงซิว โดยระบุว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำรอระบายบนผิวการจราจรบนทางหลวงแผ่นดินสายสมเด็จ–มุกดาหาร โดยจุดที่ได้รับผลกระทบคือบริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำเลิงซิว ในเขตเทศบาลเมืองกุฉินารายณ์ เป็นระยะทาง ยาว 200เมตร ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร

โดยในห้วงเวลา 03.00-7.00น. ของเช้าวันที่ 15 กันยายน 2569 ในพื้นที่อำเภอกุฉินารายณ์ มีฝนตกปริมาณ 32 มิลลิเมตร ประกอบกับ บริเวณถนนหน้าอ่างเลิงซิว เป็นพื้นทางภูมิศาสตร์ เป็นพื้นที่ลาดต่ำของ ชุมชนบัวขาว อยู่แล้ว จึงส่งผลให้น้ำฝนไหลมารวมกัน ทำให้ระบายได้ล่าช้า แต่จากสภาพทางกายภาพของ ระบบท่อระบายน้ำน้น มิได้มี จำนวนน้อยและไม่มี เศษดิน เศษขยะแต่อย่างใด สามารถระบายได้ดี แต่เนื่องด้วยเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำจึงมีน้ำรอระบาย ตามลำดับ โดยปกติ ใช้เวลา 20-30 นาที ในการทะยอยลงซึ่งในครั้งนี้ก็เช่นกันไม่ได้เกิดจาก ความผิดปกติใดๆ ของระบบ หรือ ปริมาณฝน

ส่งผลให้การสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถเคลื่อนตัวได้ช้า โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ ต่อมาในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถระบายน้ำ สู่สภาวะปกติ

ขณะที่ นางสาวอ้อมอารีย์ ยี่วาศรี นายอำภอกุฉินารายณ์ ได้สั่งการให้ เทศบาลเมืองกุฉินารายณ์ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เข้าอำนวยความสะดวก แจ้งเตือน และเร่งระบายน้ำอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ และแจ้งเตือนประชาชน ที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางสายสมเด็จ–มุกดาหาร ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยในช่วงเวลา 08.30 น. สภาพถนนอยู่ในสภาพปกติ สามารถสัญจรได้

ในการนี้ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ / ผู้อำนวยการจังหวัด ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการดังนี้

1. แจ้งเตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สาธารณภัย โดยให้ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ สถานการณ์น้ำ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

2. เตรียมความพร้อม เครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ กำลังพลพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อได้รับการร้องขอ

3. เน้นย้ำให้ผู้อำนวยการอำเภอ และผู้อำนวยการท้องถิ่นเตรียมความพร้อมในเชิงป้องกันก่อนเกิดสถานการณ์ภัย ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย พร้อมทั้งแจ้งช่องทางการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ตลอดจนมาตรการในการดูแลประชาชน ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ที่ประชาชนสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย อาทิ หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน รวมถึงการใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

4. ให้เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ทราบโดยเร็ว

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม