24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 กันยายน 2569
>> ตร.ไซเบอร์ขยายผลทลายเครือข่ายปืนออนไลน์ รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดปืน-กระสุนเพียบ
06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจ สอท.2 เดินหน้าขยายผลเครือข่ายซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านพักใน จ.ปทุมธานี และ จ.เพชรบุรี จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก
รายแรก นายขอ (นามสมมุติ) อายุ 61 ปี ถูกจับกุมที่บ้านพักย่าน ต.บางขะแยง อ.เมืองปทุมธานี หลังสืบสวนขยายผลจากเครือข่ายที่จำหน่ายปืนผ่าน Shopee พบเป็นผู้สั่งซื้อ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนอัดลมแรงดันสูง) 1 กระบอก และกระสุน 20 นัด เจ้าตัวยอมรับว่าสั่งซื้อผ่าน Shopee ในราคา 10,000 บาท
อีกราย นายนอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาว อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ถูกจับกุมที่บ้านพัก หลังตำรวจสืบสวนพบอยู่ในเครือข่ายซื้อขายปืนผ่านกลุ่ม Line Official และพบข้อมูลว่ามีการซุกซ่อนอาวุธไว้ภายในบ้าน ผลตรวจค้นพบปืนลูกโม่ 1 กระบอก ปืนแม็กกาซีน 1 กระบอก กระสุนขนาด .38 มม. 6 นัด และขนาด .380 มม. 59 นัด รวมถึงซองปืนและกล่องเก็บปืนจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหารับว่าซื้อปืนจากกลุ่ม Line Official ชื่อ “ทิดบัง” โดยซื้อปืนลูกโม่ 16,000 บาท ปืนแม็กกาซีน 17,000 บาท และกระสุน 1,400 บาท แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารการครอบครองได้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> นายกฯ หารือ “โทนี่ แบลร์” อดีตนายกฯ อังกฤษ 3 สมัย ดึงประสบการณ์ TBI ร่วมยกระดับเศรษฐกิจไทย
08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือเซอร์ โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร 3 สมัย และประธานบริหาร Tony Blair Institute for Global Change (TBI) ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการยกระดับเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ตลอดจนหารือแนวทางนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ TBI มาสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
นายกฯ ระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ รัฐบาลมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ นายกฯ ได้ขอรับฟังมุมมองถึงประเด็นที่ไทยควรเร่งดำเนินการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสจากเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงแนวทางที่ TBI สามารถทำงานร่วมกับไทยในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมขั้นสูง การนำ AI มาเพิ่มผลิตภาพและสร้างทักษะและรายได้ใหม่ให้ประชาชน ตลอดจนการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐผ่าน e-Government และ AI Governance โดยเซอร์ โทนี่ แบลร์ ยินดีให้ข้อมูลและคำปรึกษาแก่รัฐบาลไทย เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเด็นความร่วมมือดังกล่าว
ในตอนท้าย นายกฯ ย้ำว่า ไทยต้องการต่อยอดการหารือครั้งนี้จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม พร้อมเสนอให้กำหนดผู้ประสานงานระดับเจ้าหน้าที่เพื่อหารือในรายละเอียดและติดตามผลร่วมกับ TBI ต่อไป
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ คุณตาวัย 79 ปีเสียชีวิต จ.สุโขทัย
08.37 น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สุโขทัย มีอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนบริเวณหน้าหมู่บ้านแสนตอ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีทอง ป้ายทะเบียน ลำปาง ลักษณะเฉี่ยวชนกับจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน สุโขทัย ในที่เกิดเหตุตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 79 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเก่า พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลสุโขทัย ร่วมตรวจสอบ ก่อนส่งร่างชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> ต้นสนยักษ์อายุ 61 ปี หักโค่น เชิงบันไดวัดพระธาตุดอยสุเทพ โชคดีไม่มีคนเจ็บ จ.เชียงใหม่
09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน บริเวณเชิงบันไดซุ้มทางขึ้น วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เกิดเหตุต้นสนขนาดใหญ่ ซึ่งปลูกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 หักโค่นลงมาอย่างกะทันหัน เนื่องจากบริเวณลำต้นมีสภาพผุ แรงของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มลงมาฟาดพื้น ส่งผลให้กิ่งก้านและเศษไม้กระจายเป็นบริเวณกว้าง โดยต้นไม้ล้มล้มทับร้านค้าและรถแดงเสียหาย
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงรถสี่ล้อแดงได้รับความเสียหาย 1 คัน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ชาวบ้าน และคนงานของวัด ต่างช่วยกันเร่งตัดกิ่งไม้และเคลียร์พื้นที่ เก็บกวาดเศษกิ่งไม้และซากต้นสนที่กีดขวางบริเวณเชิงบันได เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ พร้อมตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัย
ชาวบ้านในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เคยแจ้งให้หลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบต้นไม้ดังกล่าว เนื่องจากมีความกังวลเรื่องสภาพของลำต้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ กลับได้รับการแจ้งว่า ยังไม่พบปัญหาหรือความเสี่ยงที่ต้องดำเนินการ
กระทั่งวันนี้ต้นสนขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า 60 ปี เกิดหักโค่นลงมา โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับอันตราย ตอนนี้ฝ่ายปกครองบ้านดอยสุเทพ,เจ้าหน้าที่วัด,เจ้าหน้าที่อุทยานและชาวบ้านจิตอาสาได้ช่วยกันเคลียร์พื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงสร้างความกังวลถึงการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต
>> แถลงเหตุ เพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 30 ล้านบาท ยืนยันโครงสร้างปลอดภัย
10.00 น. ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลบ้านแพ้ว นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยแพทย์หญิงเสาวนีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์จากเหตุเพลิงไหม้ สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นภายในพื้นที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว บริเวณชั้นล่างของอาคารเฉลิมพระเกียรติ ส่งผลให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย
นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จังหวัดได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โยธาธิการและผังเมือง ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด รวมถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อประเมินความปลอดภัยและผลกระทบในทุกด้าน ด้านสิ่งแวดล้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบและวัดค่าต่าง ๆ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ เบื้องต้นผลการตรวจสอบอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถดำเนินการได้ และไม่พบผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยและประชาชนภายในบริเวณโรงพยาบาล
จากการประเมินเบื้องต้น พื้นที่ห้องแผนกกายภาพบำบัด ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 700 ตารางเมตร ได้รับความเสียหาย โดยโรงพยาบาลบ้านแพ้วประเมินค่าเสียหายเฉพาะส่วนพื้นที่ประมาณ 7 ล้านบาท ขณะที่อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ได้รับความเสียหาย ประเมินมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นทั้งพื้นที่และเครื่องมือทางการแพทย์ เกือบ 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังเป็นการประเมินในเบื้องต้นและอาจมีการปรับตัวเลขหลังการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม จังหวัดสมุทรสาครจะเร่งสนับสนุนโรงพยาบาลบ้านแพ้วในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มรูปแบบโดยเร็วที่สุด
ขณะที่การให้บริการประชาชน โรงพยาบาลบ้านแพ้วยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยได้วางระบบบริหารจัดการและปรับจุดให้บริการของบางแผนก เพื่อรองรับผู้ป่วยและลดผลกระทบจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย สำหรับประชาชนที่มีนัดพบแพทย์ สามารถเดินทางมารับบริการได้ตามกำหนด โดยทางโรงพยาบาลยืนยันว่า ระบบบริการสามารถดำเนินการได้ตามปกติ และจากการเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า ยังไม่พบปัญหาหรือความเดือดร้อนของผู้ป่วย
ด้านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยผลการตรวจสอบโครงสร้างเบื้องต้นว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเสา คาน และพื้นบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ พร้อมใช้เครื่องมือ Schmidt Hammer ทดสอบความแข็งแรงของคอนกรีต เพื่อประเมินความสามารถในการรับน้ำหนัก ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เสา คาน และพื้นบริเวณที่ได้รับผลกระทบยังอยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัย โครงสร้างหลักของอาคารยังมีสภาพสมบูรณ์ ส่วนรอยร้าวที่พบส่วนใหญ่เกิดบริเวณปูนฉาบภายนอก ซึ่งมีความหนา และยังไม่พบว่ากระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบโดยละเอียดเพิ่มเติมตามหลักวิศวกรรม
>> แฉทนายหัวร้อน ต่อย-บีบคอ หญิงเพื่อนบ้าน ปมจอดรถ ชาวบ้านเอือมระอา ก่อกวน-ขับรถพุ่งใส่คนวุ่นทั้งหมู่บ้าน
11.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นางฐอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี เข้าร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกทนายความซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งใช้ขวดซีอิ๊วตีศีรษะ ชกต่อยใบหน้า และบีบคอต่อหน้าลูกวัย 5 ขวบ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ภายในหมู่บ้านย่าน อ.เมือง จ.นนทบุรี ชนวนเหตุเพียงเพราะไม่พอใจเรื่องการจอดรถหน้าบ้านและกล่าวหาว่าเหยียบกล่องโฟม แพทย์ตรวจพบร่องรอยบาดแผลบวมปูดทั่วใบหน้าและลำคอ ซึ่งผู้เสียหายได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางศรีเมือง แล้ว
ผู้เสียหายระบุเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาถูกคู่กรณีรายนี้ก่อกวนระรานมาโดยตลอด ทั้งฉีดน้ำใส่บ้าน นำกระถางต้นไม้มาวางขวาง รวมถึงมีพฤติกรรมขับรถพุ่งชนชาวบ้านจนคนในหมู่บ้านต้องพากันหวาดผวา ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เร่งประสาน ผกก.สภ.บางศรีเมือง ให้ช่วยเร่งรัดคดี ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย และส่งกำลังดูแลความปลอดภัยของคนในหมู่บ้านอย่างใกล้ชิด
>> กทม. เตรียมพร้อมสถานที่–ความปลอดภัย–การจราจร รองรับพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
13.15 น. นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายสถานที่ รักษาความปลอดภัย และการจราจร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร เพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนการดำเนินงานและการขอรับการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีฯ
ที่ประชุมติดตามงานในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่ตามแนวเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน เส้นทางริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้มีความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
สำหรับเส้นทางริ้วขบวนที่ 1–6 สำนักการโยธาปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์แล้วเสร็จหลายเส้นทาง อาทิ ถนนมหาราช ถนนท้ายวัง ถนนกัลยาณไมตรี–ถนนอัษฎางค์ ถนนหน้าพระลาน และถนนสนามไชย ส่วนถนนราชดำเนินในอยู่ระหว่างปรับปรุงผิวจราจรและฉาบผิวด้วยยางมะตอยน้ำสำเร็จรูป (Seal Coat) ขณะที่ถนนเส้นกลางสนามหลวงอยู่ระหว่างปิดรางระบายน้ำและรื้อประตูรั้ว โดยข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.ย. 69 มีผลงานรวม 74.32% สูงกว่าแผน 2.20% และกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 30 ก.ย. 69
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ทั้งการเปลี่ยนท่อร้อยสายไฟ ติดตั้งโคมไฟสาดแสง (LED Flood Light) ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และทำความสะอาดฝาครอบโคมไฟโดยรอบสนามหลวง เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัยและพร้อมสำหรับการจัดงานพระราชพิธีฯ
>> จ.ลำพูน อุบัติเหตุ 6 ล้อเบรกแตก ควบคุมรถไม่อยู่ เฉี่ยวชนกับรถเก๋ง BMW ก่อนพุ่งตกเหวลึก 10 เมตร คนขับบาดเจ็บ กู้ภัยเร่งช่วยเหลือก่อนนำส่ง รพ.
13.20 น. รถตรวจการณ์กู้ภัยเฉพาะกิจ 810 ออกตรวจสอบอุบัติเหตุบน ถนนเชียงใหม่–ลำปาง ก่อนถึงเมธาดอยแก้ว ขาขึ้นเชียงใหม่ เขตพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว บรรทุกยางมะตอย เสียหลักพุ่งออกจากไหล่ทาง ก่อนตกลงไปในเหวลึกประมาณ 10 เมตร สภาพรถได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและพลเมืองดีเข้าตรวจสอบ พบผู้ขับขี่เป็นชาย 1 ราย ได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือนำตัวออกจากรถ ก่อนประสานรถกู้ชีพในพื้นที่เข้าร่วมช่วยเหลือ เมื่อรถพยาบาลเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ–กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำผู้บาดเจ็บส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล
เบื้องต้น คาดว่ารถหกล้อเกิดปัญหาระบบเบรก ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ ก่อนเฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋ง BMW สีเทา และเสียหลักพุ่งออกไหล่ทางตกลงไปในเหว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
>> ทลายแหล่งผลิต “แก๊สหัวเราะ” รายใหญ่ ยึด 1,652 ถัง-เทรลเลอร์ 72 ตัน เตรียมขยายผลเครือข่าย
13.51 น. ตำรวจสืบนครบาล ผนึกกำลัง อย. บุกตรวจค้นโรงงานลักลอบบรรจุ Nitrous Oxide หรือ “แก๊สหัวเราะ” ย่านประเวศ หลังพบพฤติการณ์นำแก๊สปริมาณมากมาแบ่งบรรจุใส่ถังขนาดเล็ก ก่อนส่งขายตามออเดอร์ให้ลูกค้าในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตรวจพบถังพร้อมจำหน่าย 1,652 ถัง ถังเปล่า 4,200 ถัง และรถเทรลเลอร์บรรทุก N2O น้ำหนักคันละ 36,000 กิโลกรัม รวม 72,000 กิโลกรัม พร้อมเครื่องบรรจุและอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยประเมินมูลค่าตามราคาขายส่งกิโลกรัมละ 1,000 บาท สูงถึงราว 72 ล้านบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบแรงงานชาวเมียนมา 10 คน และชาวจีน 2 คนอยู่ภายในโรงงาน พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันผลิตและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิต-ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 รวมถึงความผิดตามกฎหมายโรงงาน ขณะที่ อย. เตือนการนำแก๊สหัวเราะไปสูดดมเพื่อความเคลิบเคลิ้มอาจทำให้ขาดออกซิเจน หมดสติ ระบบประสาทผิดปกติ และหากใช้ต่อเนื่องอาจทำให้เส้นประสาทเสื่อมจากภาวะขาดวิตามินบี 12 หรือรุนแรงถึงเสียชีวิต เตรียมตรวจสอบเส้นทางนำเข้าและขยายผลเครือข่ายผู้สั่งซื้อ-ผู้รับสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
>> ผบ.ตร.สั่งฟัน รปภ.กร่าง ต่อยแม่ไรเดอร์ต่อหน้าลูก–ชักปืนขู่ซ้ำ พบผู้ก่อเหตุไร้ใบอนุญาต เอาผิดถึงบริษัท
15.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จากกรณีปรากฎคลิปข่าวทางโซเชียล กรณี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย มีลักษณะเมาต่อยไรเดอร์ที่เป็นผู้หญิง ต่อหน้าลูก ก่อนชักปืนขู่ซ้ำ ไรเดอร์แม่เลี้ยงเดี่ยว ขี่มอเตอร์ไซค์รับส่งอาหาร พาลูกมาวิ่งงานด้วย แต่กลับต้องมาเจอ รปภ. ชนแล้วกร่าง ทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งนั้น
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เปิดเผยว่า เกี่ยวกับกรณีนี้ ตนสั่งให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.เร่งตรวจสอบสถานภาพของผู้กระทำผิด เกี่ยวกับการได้รับอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือไม่ และบริษัทซึ่งเป็นนายจ้างได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนขออนุญาตปฏิบัติตาม พรบ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัยอย่างไรหรือไม่ เพื่อให้การปฏิบัติตามกฏหมายเป็นเยี่ยงอย่างกับบริษัทและตัวพนักงานที่ทำงานเรื่องธุรกิจรักษาความปลอดภัย
ล่าสุด จากการตรวจสอบ พบว่านายสอ (นามสมมุติ) สังกัดบริษัทรักษาความปลอดภัย แห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบไม่พบ ว่าบุคคลที่ก่อเหตุมีใบอนุญาต รปภ.อันเป็นความผิดตาม ม.63 พรบ.รปภ. มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือนปรับไม่เกิน 5,000 บาท
โดยทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะนายทะเบียน ต้องตักเตือนเป็นหนังสือตักเตือนบในความผิดดังกล่าวเป็นครั้งที่ 1 และหากพบว่าบริษัทฯ กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน 4 ครั้งใน 1 ปี กรณีนี้นายทะเบียนสามารถเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทได้ ซึ่งบช.น.ได้สั่งการให้ พงส.สน.บางชัน ดำเนินคดีในข้อหาที่เข้าข่ายผิดกฏกหมายให้ครบถ้วน
>> "ภราดร " เผย นายกรัฐมนตรีไฟเขียว ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ยังมีเงินเหลือ 4-5 หมื่นล้าน
15.54 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า
โครงการใกล้จะสิ้นสุดเฟสแรกในปลายเดือนกันยายนนี้ โดยกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาความจำเป็นในการดำเนินโครงการต่อ ส่วนงบที่จะนำมาทำโครงการในเฟสที่ 2 สามารถใช้เงินจากพ.ร.ก. กู้เงินในส่วน 200,000 ล้านบาทแรกยังเหลืออยู่อีกเท่าไหร่ และนำมาใช้ได้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตอนนี้ยังเหลืออีกประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท หากกระทรวงการคลัง เห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการต่อ รัฐบาลก็มีเงินเพียงพอที่จะดำเนินการ
เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี เหมือนไฟเขียวให้ทำต่อหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า นายกฯไฟเขียวในหลักการหากกระทรวงการคลัง เห็นว่ามีความเหมาะสม และสถานการณ์จำเป็นต่อการดำเนินการ สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้
>> แผ่นดินไหว ขนาด 5.0 ที่ประเทศจีน
16.07 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.0 ความลึก 10 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ของ มณฑลยูนาน ประเทศจีน ศูนย์กลางอยู่ห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายประมาณ 289 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เด็กเหยื่อครูใช้มีดจี้หน้าอก ยังผวาหนัก มูลนิธิปวีณาฯ พาตรวจร่างกาย – ฟื้นฟูจิตใจ
16.33 น. มูลนิธิปวีณาฯ พาเด็กนักเรียนชาย ป.5-ป.6 จำนวน 4 คน พร้อมผู้ปกครอง เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังร้องเรียนถูกครูสอนดนตรีทำร้ายและใช้มีดยาวจี้หน้าอกจนเป็นรอย พร้อมพูดข่มขู่จนเด็กหวาดกลัว โดยแพทย์เตรียมประเมินสภาพจิตใจเพิ่มเติม ขณะที่เด็กทั้ง 4 คน ยังมีอาการหวาดผวาเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ จึงให้หยุดเรียนชั่วคราวเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ และนัดพบจิตแพทย์และกุมารแพทย์อีกครั้งในวันที่ 17 ก.ย. นี้
ด้าน พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา แจ้งความคืบหน้ากับมูลนิธิปวีณาฯ ว่าจะเร่งนัดสอบเด็กทั้ง 4 คน ในกระบวนการสหวิชาชีพ เพื่อนำข้อมูลประกอบคดี ขณะที่โรงเรียนซึ่งสังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้ประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งให้ครูสอนดนตรีที่ถูกร้องเรียน ออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนคดีอาญาให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
>> กกต. ยื่นฟ้องศาลฎีกา 77 ราย คดีฮั้ว สว. เป็น สว. ที่ถูกฟ้องระหว่างดำรงตำแหน่งทั้งสิ้น 26 ราย
16.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าว ผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) หรือ คดีฮั้ว สว.
นายณรงค์ ในฐานะประธาน กกต. กล่าวว่า ผลการพิจารณา กกต.มีมติเสียงข้างมาก โดยมีการสรุปตามข้อกล่าวหา 1-7 โดยเบื้องต้น กกต.มีมติสั่งฟ้องรวม 77 คน เป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. จำนวน 36 คน โดยไม่มีกรรมการบริหารพรรค สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
>> เจ้าของบ้านลืม ตั้งกระทะเจียวน้ำมันทิ้งไว้ ออกไปตลาด เกิดไฟลุกท่วม เพื่อนบ้านเห็นทันแจ้งกู้ภัยดับได้ทันท่วงที
20.20 น. เจ้าหน้าที่หน่วยอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย ธน 34-00 ฐานบุญวิภา จุดทองผาภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลทองผาภูมิ ร่วมกันออกตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ ได้รับแจ้งเหตุมีไฟลุกไหม้บริเวณใกล้เคียงสยามโฟ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณหลังบ้านพักอาศัย พบเพลิงกำลังลุกไหม้กระทะที่วางอยู่บนเตาฟืน เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าดำเนินการควบคุมและดับไฟได้ทันท่วงที ก่อนที่เพลิงจะลุกลามมาไปกว่าเดิม
จากการสอบถามเจ้าของบ้านเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ตั้งกระทะเจียวน้ำมันทิ้งไว้บนเตาฟืน แล้วลืมออกไปทำธุระที่ตลาด จนน้ำมันในกระทะเกิดความร้อนจัดและติดไฟลุกท่วมขึ้นมา ทั้งนี้ โชคดีที่เพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง สังเกตเห็นกลุ่มควันและแสงไฟผิดปกติ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือได้ทันเวลา โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และบริเวณในจุดเกิดเหตุยังพบลูกสุนัขที่นอนอยู่บริเวณใกล้กับที่เกิดไฟไหม้ ประมาณ 3-4 ตัวโชคดีที่สุนัขทั้งหมดปลอดภัย
>> รถเก๋งชนเข้าท้ายรถเทรลเลอร์ บนทางพิเศษกาญจนาภิเษก อาสากู้ภัยเร่งงัดซากรถ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนมอบรถกู้ชีพนำส่ง รพ.
23.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถเทรลเลอร์ และมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในยานพาหนะ บนทางพิเศษกาญจนาภิเษก ก่อนถึงทางลงด่านบางขุนเทียน
ที่เกิดเหตุ พบรเทลเลอร์ ป้ายทะเบียน สมุทรปราการ จอดอยู่ที่เลนซ้าย สภาพท้ายรถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนเสียหาย และห่างออกไป รถนั่งส่วนบุคคล มิตซูบิชิ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ที่ไหล่ทางด้านซ้าย สภาพหน้ารถพังเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชาย 1 ราย ติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการใช้เครื่องมืองัดรถ และนำร่างออก พบว่ามีอาการสาหัส จึงส่งมอบให้ทางรถกู้ชีพเอราวัณ นำส่ง รพ.ใกล้เคียง
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยวังหลัง 6 จนท.คาดเป็นการจุดไฟเผาบ้าน มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย อาสากู้ภัยนำส่ง รพ.
23.42 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยวังหลัง 6 (นพมาศ) ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้ห้องนอนและห้องน้ำเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 15 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการจุดไฟเผาบ้านตนเอง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 ราย เป็นเพศชาย จำนวน 2 ราย และเพศหญิง จำนวน 2 ราย (รายที่ 1) เพศชาย อายุ 52 ปี มีอาการถูกไฟลวกบริเวณใบหน้าเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช (รายที่ 2) เพศชาย อายุ 26 ปี มีอาการถูกไฟลวกที่บริเวณใบหน้าและแขนซ้าย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช (รายที่ 3) เพศหญิง อายุ 26 ปี มีอาการสำลักควันและถูกไฟลวกที่บริเวณใบหน้าเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช (รายที่ 4) เพศหญิง อายุ 61 ปี มีอาการบาดเจ็บที่นิ้วมือ อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช พื้นที่รับผิดชอบของ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
15 กันยายน 2569
15 กันยายน 2569