หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2569

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 05:40 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2569


>> ยกระดับอาชีวะไทย รัฐตั้งเป้าเพิ่มนักเรียนสายอาชีพ 55% ปั้นแรงงานทักษะสูง สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

09.53 น. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการอาชีวศึกษาไทย โดยมุ่งผลักดันระบบการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับโลกการทำงาน เพื่อสร้างแรงงานที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “อาชีวะไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางหลัก” และเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยสร้างทั้งโอกาส รายได้ และความมั่นคงให้กับผู้เรียน

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าปรับโครงสร้างสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะและสายสามัญให้เข้าใกล้ตัวเลข 45 : 55 คือจำนวนผู้เรียนสายสามัญ 45% และ สายอาชีวศึกษา 55% จากเดิมที่เป็นสัดส่วน 70 : 30 เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการผลิตบุคลากรสายวิชาการกับสายวิชาชีพ และผลิตแรงงานที่มีทักษะสูงให้ตรงกับความต้องการของตลาดเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันมากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบอาชีวศึกษาทวิภาคี โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับภาคเอกชน เพื่อกำหนดมาตรฐานสมรรถนะร่วมกันในสาขาเป้าหมาย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะตรงกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมทั้งจะผลักดันให้ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ปรับบทบาทเป็นผู้นำด้านทุนมนุษย์ สามารถวิเคราะห์แนวโน้มตลาดแรงงานและสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังสนับสนุนระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้ผู้เรียนสะสมประสบการณ์จากการทำงาน นำไปเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ รวมถึงดูแลกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ให้สามารถเรียนไป ทำงานไป และมีรายได้ควบคู่กัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะและยกระดับคุณภาพชีวิต


>> กระทรวงสาธารณสุข อัปเดตสถานการณ์ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต กรณีเหตุรุนแรงในโรงเรียน จังหวัดนนทบุรี

10.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ขอรายงานความคืบหน้าการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 36 ราย แบ่งเป็น ผู้บาดเจ็บ 27 ราย, ผู้เสียชีวิต 9 ราย (คงเดิม)

สถานะผู้บาดเจ็บ รักษาตัวในโรงพยาบาล 14 ราย มีอาการวิกฤต 5 ราย, ปานกลาง 5 ราย เล็กน้อย 4 ราย กลับบ้านแล้ว 13 ราย ผ่านการผ่าตัดแล้ว 8 ราย โดยนับรวมอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาล ไม่มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการส่งต่อ

โดยผู้ป่วยทั้ง 14 ราย กระจายรักษาในโรงพยาบาล 8 แห่ง ได้แก่ รพ.พระนั่งเกล้า 3 ราย, รพ.พระมงกุฎเกล้า 3 ราย, รพ.ศิริราช 2 ราย, รพ.จุฬาลงกรณ์ 1 ราย, รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์ฯ 2 ราย, รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 1 ราย, รพ.ธนบุรี 2 จำนวน 1 ราย และ รพ.บางกรวย 1 ราย


>> แผ่นดินไหว บริเวณ หมู่เกาะนิโคบาร์ รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้แถว ต.ป่าตอง จ.ภูเก็ต

10.02 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.1 ความลึก 10 กม. บริเวณ หมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต ประมาณ 519 กม. เบื้องต้นมีรายงาน การรับรู้แรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ได้ที่ หาดปาตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต


>> รับร่างนักเรียนหญิงชั้น ม.1 เหยื่อความรุนแรง ในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อนร่วมห้องรู้สึกเสียใจที่เสียเพื่อนไป

12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ครอบครัวของ เด็กหญิง อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้เดินทางไปรับร่างบุตรสาว ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงในโรงเรียน ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยเด็กหญิงรายนี้เสียชีวิตลงเมื่อวานนี้ หลังจากถูกนำส่งโรงพยาบาล เพื่อยื้อชีวิตจากการถูกยิง โดยรับร่างมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ทางญาติต้องช่วยพยุงแม่เด็กระหว่างที่รอรับร่างของบุตรสาว

จากการสอบถาม น้องเปอร์ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1/6 เพื่อนร่วมห้องเดียวกันกับผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเรียนอยู่ห้องเดียวกันกับ เด็กหญิง ที่ถูกยิงเสียชีวิต วันเกิดเหตุเพื่อนลงไปฉีดวัคซีน ส่วนตนไม่ได้ไปฉีด เนื่องจากแม่ไม่ได้ลงชื่อไว้ ส่วนผู้ก่อเหตุจงใจจะยิงเด็กหญิงหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ แต่ตนมารู้ว่าเพื่อนถูกยิงในตอนกลางคืน เพราะตั้งแต่เกิดเหตุไม่มีใครตามหาตัวเจอ มารู้อีกที เขาอยู่โรงพยาบาลแล้ว เมื่อวานจึงไปเยี่ยมเขานอนอยู่บนเตียงยังไม่ฟื้น ยังไม่เสียชีวิต แต่ชีพจรเบาลง จนมารู้ว่าเขาเสียชีวิตหลังจากไปเยี่ยมเขาครึ่งชั่วโมง รู้สึกเสียใจที่เสียเพื่อนไป


>> ลอบยิงตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะส่งตัวต่อไปยัง รพ.ศูนย์ยะลา

12.00 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง จ.ส.ต.ฮากีม อายุ 32 ปี ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม สภ.ทุ่งยางแดง ขณะอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัว จ.ส.ต.ฮากีม ส่งโรงพยาบาลทุ่งยางแดง ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้านเจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป


>> หนุ่มวัย 36 ขี่ จยย.เสียหลักชนเสาไฟฟ้า รถไถลกว่า 30 เมตร เสียชีวิต จ.ปทุมธานี

14.00 น. ศูนย์วิทยุอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณใต้สะพาน จุดกลับรถสถานีรถไฟฟ้าหลักหก ทางข้ามรถไฟฟ้าสถานีรังสิต ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะนอนหงายอยู่บริเวณริมทาง มีบาดแผลและเลือดออกบริเวณปาก หู และจมูก นอกจากนี้ยังพบเส้นผมของผู้เสียชีวิตติดอยู่บริเวณเสาไฟฟ้า ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 36 ปีชาวอำเภอคลองหลวง และห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำสภาพได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยจากร่องรอยในที่เกิดเหตุพบว่ารถจักรยานยนต์ไถลไปเป็นระยะทางกว่า 30 เมตร

จากการสอบถามผู้ที่เดินทางเข้ามาช่วยเหลือ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนคุ้นเคยกันและเป็นชาวบ้านในพื้นที่หลักหก หลังทราบว่าเกิดอุบัติเหตุจึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมช่วยทำ CPR เพื่อพยายามฟื้นคืนชีพ แต่ระหว่างการช่วยเหลือพบว่าผู้บาดเจ็บมีเลือดออกทางปาก หู และจมูกเป็นจำนวนมาก ก่อนจะได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นสารวัตรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกภาพและเก็บหลักฐานต่าง ๆ ไว้ประกอบการสอบสวน โดยจะเชิญพยานและผู้เห็นเหตุการณ์ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ปากคลองรังสิต รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริง


>> ไฟไหม้ร้านอาหาร ริมถนนพรานนก-พุทธมณฑล สาย 4 มีผู้บาดเจ็บหลายราย

14.04 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ประกอบกิจการร้านขายน้ำเต้าหู้และอาหารเพื่อสุขภาพ ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในร้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายเตาและหม้อต้มธัญพืช ลุกลามอุปกรณ์ประกอบอาหาร โต๊ะและวัสดุภายในร้าน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก แก๊สหุงต้มรั่วไหลขณะเปลี่ยนถังแก๊ส ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย (รายที่ 1) เป็นเพศชาย สัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บ ถูกไฟลวกที่ใบหน้า และแขนทั้ง 2 ข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช (รายที่ 2) เป็นเพศหญิง สัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บ ถูกไฟลวกที่ใบหน้า และแขนทั้ง 2 ข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (รายที่ 3) เป็นเพศชาย สัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บ ถูกไฟลวกที่มือขวาเล็กน้อย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์


>> ปิดเกมรวบโจ๋วัย 19 ปี แทงเจ็บ 3 กลางงานรถแห่สงกรานต์ หนีกบดานปทุมธานี

15.43 น. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกันจับกุม นายออ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบึงกาฬ ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณหอพัก ซอยลำลูกกา 97 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันสงกรานต์วันสุดท้าย ผู้เสียหายและกลุ่มเพื่อนได้เดินทางไปเที่ยวงานสงกรานต์บริเวณสี่แยกตลาดสดบ้านวังหลวง จ.บึงกาฬ ซึ่งภายในงานมีการแสดงรถแห่และมีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. ขณะที่ผู้เสียหายกำลังยืนอยู่บริเวณหน้ารถแห่ นายออ (ผู้ต้องหา) ได้เดินเข้ามาถามหาบุคคลอื่น ซึ่งผู้เสียหายได้ตอบปฏิเสธว่าไม่รู้จักและให้ไปสอบถามเอาเอง ทันใดนั้นผู้ต้องหาได้ชักอาวุธมีดปลายแหลมขนาดประมาณ 1 คืบ แทงเข้าที่บริเวณราวนมด้านซ้ายของผู้เสียหายจำนวน 2 ครั้ง เมื่อกลุ่มเพื่อนของผู้เสียหายอีก 2 คนเห็นเหตุการณ์ จึงได้รีบเข้ามาช่วยดึงตัวผู้เสียหายออกและพยายามเข้าห้ามปราม แต่ผู้ต้องหากลับไม่ยอมหยุดและได้ใช้อาวุธมีดเล่มเดียวกันไล่แทงเพื่อนคนที่ 1 เข้าที่บริเวณแขนซ้ายจำนวน 1 ครั้ง และแทงเพื่อนคนที่ 2 เข้าที่บริเวณหน้าท้องอีก 1 ครั้ง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นผู้ต้องหาได้อาศัยความชุลมุนหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาเช่าหอพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบตัวผู้ต้องหา และเข้าแสดงตัวพร้อมหมายจับเพื่อทำการจับกุมตัว ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


>> ตำรวจสอบสวนกลาง รวบ 2 คู่รักสายตุ๋น แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อเปิดร้านค้าออนไลน์ โยงกว่า 600 คดี เสียหายกว่า 23 ล้านบาท

16.18 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน (ตม.เชียงแสน) ร่วมกันจับกุม นายฉอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี และ น.ส.สอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สมคบร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายหลอกลงทุนออนไลน์ เปิดร้านค้าออนไลน์ปลอม “Style Cycle” ซึ่งกลุ่มคนร้ายใช้สื่อสังคมออนไลน์โฆษณาชักชวนผู้เสียหายที่สนใจเปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มของคนร้าย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะมีการสร้างสถานการณ์จำลองยอดสั่งซื้อปลอม และอ้างว่าผู้เสียหายต้องลงทะเบียน เปิดการมองเห็นร้านค้า หรือเติมเงินเข้าระบบเพื่อสร้างเครดิตจึงจะถอนเงินได้ จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปรวมกว่า 14 ล้านบาท

ต่อมา ตำรวจสามารถสืบสวนทลายเครือข่ายดังกล่าวและจับกุมผู้ต้องหาได้ 17 ราย ยึดทรัพย์สินกว่า 23 ล้านบาท แต่ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลระบบเว็บไซต์ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ประเทศลาว กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหากำลังเดินทางกลับมายังประเทศไทย จึงวางแผนเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าแก๊งสแกมเมอร์นี้มีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกว่า 548 บัญชี และมีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นอีกกว่า 601 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 23 ล้านบาท ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดย นายฉอ ยอมรับว่าทำหน้าที่เป็นผู้จัดการดูแลและประสานงานทุกภาคส่วนของเครือข่ายสแกมเมอร์ ส่วน น.ส.สอ ทำหน้าที่แอดมินคอยหาและชวนคุยกับเหยื่อก่อนส่งต่อให้หัวหน้าทีมเพื่อทำการหลอกลวง


>> ผู้ว่าฯ นนท์ ร่วมรดน้ำศพเหยื่อรายที่ 9 พ่อเผยดูแลน้องให้ดีที่สุด ไม่คิดอะไร ครูทำดีที่สุดแล้ว

17.00 น. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และเชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ เด็กหญิง อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ที่ศาลา 3 วัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างหาที่สุดมิได้ 
โอกาสนี้มีส่วนราชการระดับจังหวัด พ่อแม่ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ เข้าร่วมพิธี เพื่อแสดงความเคารพและร่วมแสดงความอาลัยต่อผู้วายชนม์ โดยมีข้าราชการฝ่ายปกครองและประชาชนญาติพี่น้องร่วมเดินทางมารดน้ำศพกว่า 200 คน

พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรแล้วเพราะมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้จะดูแลน้องให้ดีแค่นั้นเอง ส่วนอื่นๆเหตุการณ์อะไรก็เป็นไปตามที่เกิดขึ้นมา หลายคนหลายฝ่ายก็คงไปดูแลกันอยู่แล้วกับเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และก็ไม่ได้โทษใคร คนที่ทำเขาก็คงเจออะไรมาบ้าง เราก็ไม่รู้ ไม่เป็นไร ให้ลูกเรามีความสุข ตนเชื่อว่าโรงเรียนก็ดูแลได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิด เราไม่ควรจะไปโทษใคร เราช่วยกันแก้ไขในภายภาคหน้าดีกว่า ตนว่าโรงเรียนเขาก็ไม่ได้ผิดไม่มีใครผิด คิดว่ามีหลายหน่วยงานเข้ามาดูแลหาทางป้องกันเหตุในอนาคต ก็อย่าไปโทษใครเลย


>> นายกฯ ประกาศความสำเร็จ “74 วัน 74 ล้านแคลอรี” คนไทยร่วมพลังทะลุเป้า 153 ล้านแคลอรี ชู “สุขภาพดี” รากฐานสำคัญของคนและการพัฒนาประเทศ

18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีประกาศความสำเร็จโครงการออกกำลังกาย “74 วัน 74 ล้านแคลอรี” ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 ก.ค. 69 ณ สนามศุภชลาศัย กรุงเทพมหานคร

นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก เพราะ “สุขภาพที่ดี คือรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางสังคมและการพัฒนาประเทศ” การส่งเสริมการออกกำลังกายจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสาธารณสุข แต่เป็นการพัฒนาคนและประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว

โดยรัฐบาลมุ่งสนับสนุนเมืองและชุมชนให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการออกกำลังกายได้สะดวกและปลอดภัย โดยมหกรรมกีฬาระดับประเทศครั้งนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกระแสการออกกำลังกายในวงกว้าง นำไปสู่การทำให้กิจกรรมออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน

สำหรับโครงการ “74 วัน 74 ล้านแคลอรี” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม พร้อมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ มีประชาชนร่วมสะสมแคลอรีผ่านแอปฯ “ก้าวท้าใจ” แล้วกว่า 153 ล้านแคลอรี สะท้อนพลังความร่วมมือและความตื่นตัวในการดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ


>> คุรุสภา เตรียมมอบรางวัล "ครูถิรคุณ" เชิดชูเกียรติ 5 ครูผู้เสียสละ รร.เทพศิรินทร์

18.17 น. ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า คุรุสภาเตรียมดำเนินการมอบ "รางวัลครูถิรคุณ" เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่ครูและบุคลากรโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จำนวน 5 ราย ผู้ประกอบคุณงามความดี อุทิศตนด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู และปฏิบัติหน้าที่ดูแลและปกป้องศิษย์อย่างเต็มกำลังความสามารถ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้แก่

1. นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ (รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน) 2. นางสาวทิวาพร วานิช ครูชำนาญการพิเศษ (ครูแนะแนว) 3. ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง ครูชำนาญการ (ครูภาษาไทย) 4. นางสาวประภาพร ก้อนศิลา ครูอัตราจ้าง (ครูคณิตศาสตร์) และ 5. นางสาวสายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่บริการกิจการนักเรียน

ครูทั้ง 5 ท่าน แม้จะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือการปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจของความเป็นครู มีจิตสำนึกในหน้าที่ และมีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักเรียน การเสียสละของทุกท่านสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความเป็นครูอย่างชัดเจน และเป็นแบบอย่างของความกล้าหาญ คุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อศิษย์

อย่างไรก็ตาม การมอบ "รางวัลครูถิรคุณ" ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมอบรางวัลของคุรุสภาเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลเท่านั้น แต่เป็นการประกาศให้สังคมได้รับรู้ถึงคุณงามความดีและความเสียสละของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากและเสี่ยงต่อชีวิต ซึ่งคือบทพิสูจน์ของคำว่า ครู อย่างแท้จริง เพราะหัวใจของความเป็นครูไม่ได้อยู่ที่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่อยู่ที่การดูแล ปกป้อง และรับผิดชอบต่อศิษย์ กระทั่งการยืนหยัดทำหน้าที่ครูจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถือเป็นคุณงามความดีที่ควรได้รับการยกย่องและจดจำ


>> ปภ. แจงเหตุน้ำท่วมเขตเทศบาลเมืองนครพนม จ.นครพนม ปัจจุบันคลี่คลายแล้ว รถยนต์สัญจรได้ตามปกติ

20.08 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีฝนตกหนักถึงหนักมากที่จังหวัดนครพนม ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ทำให้มวลน้ำในถนนทุกสายรอการระบาย บางส่วนไหลทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง

ปภ. ได้ตรวจสอบข้อมูลกับจังหวัดนครพนมแล้ว พบว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ ได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม รวม 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน และน้ำยังได้เข้าท่วมผิวการจราจรบริเวณถนนอภิบาลบัญชา เขตเทศบาลเมืองนครพนม ส่งผลให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านเส้นทางได้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต

สถานการณ์ในปัจจุบันฝนได้หยุดตก สถานการณ์คลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และรถยนต์สามารถสัญจรผ่านเส้นทางได้ตามปกติแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดสถานการณ์อุทกภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม อำเภอ ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความช่วยเหลือ โดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร สนับสนุนเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูง จำนวน 3 ชุด พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) จำนวน 10 นาย และรถ Mobile Unit รถบรรเทาอุทกภัยพร้อมเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล 3 กิโลเมตร เข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยทันที


>> แผ่นดินไหว ที่ สปป.ลาว

20.31 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ สปป.ลาว ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 84 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> รถกระบะชนราวสะพานอย่างจัง มีผู้เสียชีวิต 1 รายในซากรถ จ.กาญจนบุรี

21.10 น. อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะชนราวสะพาน และมีผู้บาดเจ็บ บริเวณ สะพานปาเก้ ในพื้นที่ ม.3 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีดำ ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี ลักษณะชนเสาปูน ราวสะพานข้ามคลองชลประทาน ตรวจสบ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุประมาณ 62 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วง  


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

03.36 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 148 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม