หน้าแรก > อาชญากรรม

"มท.2" เปิดปฏิบัติการ 'บูรณาการห้วยขวาง' ปูพรมทลายเครือข่ายทุนจีนสีเทา - นอมินี ล้างบางโรงแรมเถื่อน มีสายโทร. "ขอเคลียร์" เตรียมเช็กบิล ผู้เกี่ยวข้อง

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 02:19 น.


"มท.2" เปิดปฏิบัติการ 'บูรณาการห้วยขวาง' ปูพรมทลายเครือข่ายทุนจีนสีเทา - นอมินี ล้างบางโรงแรมเถื่อน มีสายโทร. "ขอเคลียร์" เตรียมเช็กบิล ผู้เกี่ยวข้อง

(9 ส.ค. 69) เวลา 15.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง“ กวาดล้างเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายนอร์มินีและโรงแรมเถื่อน ในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต. สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และ สนธิกำลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้

การปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” มุ่งสู่เป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ซึ่งได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจโรงแรม ร้านอาหาร และสถานประกอบการใกล้เคียง ในพื้นที่ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

นายพลพีร์ การลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการและโรงแรมในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ในวันนี้เริ่มต้นขึ้นหลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ในการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องกฎหมาย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าทำการสุ่มตรวจพบว่า สถานประกอบการและโรงแรมหลายแห่งไร้ใบอนุญาตประกอบกิจการ รวมถึงไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสืบค้นลึกถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้น กลับพบพฤติการณ์สุ่มเสี่ยงเป็น "นอมินี" อย่างชัดเจน โดยสัดส่วนหุ้นประกอบด้วยชาวจีนถือครอง 49% และอีก 51% เป็นชื่อของภรรยาชาวไทย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำภรรยาชาวไทยที่มีชื่อจดทะเบียน กลับพบว่าเจ้าตัวไม่เคยรับรู้เรื่องการชำระค่าหุ้น การเปิดบริษัท หรือกระบวนการบริหารจัดการใด ๆ เลย โดยมีบริษัทรับทำบัญชีและสำนักกฎหมายคอยอยู่อย่างเบื้องหลังเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดตั้งบริษัทนอมินีบังหน้า

“จากการที่ตนได้นำคณะฯ ลงพื้นที่สำรวจโครงสร้างภายในอาคารของโรงแรมเป้าหมายแรก พบความน่ากังวลด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะระบบบันไดหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน และระบบป้องกันอัคคีภัยที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่กรมการปกครองและกฎหมายควบคุมอาคารกำหนดไว้ ซึ่งหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุอัคคีภัยขึ้น ผู้เข้าพักอาศัยจะไม่สามารถหนีออกจากตัวอาคารได้อย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นอันตรายถึงชีวิต ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการตรวจสอบเรื่องแรงงานโดยทีมงานของกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ยังพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวทำผิดกฎหมายในทุกจุดที่เข้าตรวจค้น ยิ่งไปกว่านั้นยังพบการลักลอบทำ "อาชีพสงวน" ที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะคนไทย ซึ่งถือเป็นการแย่งอาชีพและทำลายระบบเศรษฐกิจของคนไทยโดยตรง“ นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่สร้างความตกใจให้กับคณะทำงานเป็นอย่างมาก คือระหว่างการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ เจ้าของร้านและผู้ประกอบการได้พยายามโทรศัพท์เข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อ "ขอเคลียร์" และเสนอจ่ายเงินสินบนเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี โดยมีการอ้างชื่อถึงเจ้าหน้าที่รัฐในระดับพื้นที่เขตห้วยขวาง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และระบุว่าพวกตนมีการจ่ายเงินดูแลเป็นงวดๆ ให้กับหลายหน่วยงานเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เฉพาะสถานที่ที่ถูกตรวจค้นในวันนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้บันทึกเสียงและ footage ไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดแล้ว พร้อมมอบหมายให้รองอธิบดีกรมการปกครองเร่งประสานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ สืบสวนขยายผลจากรายชื่อที่ถูกอ้างถึง เพื่อลากตัวเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษทางวินัยและดำเนินคดีอาญาขั้นสูงสุดให้ได้

นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำว่า ข้าราชการทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยใช้น้ำพักน้ำแรงและภาษีของพี่น้องประชาชน จึงไม่ควรมารับสินบนหรืออำนวยความสะดวกให้กับต่างชาติ เพื่อมาเอาเปรียบ แย่งงาน และแย่งธุรกิจของคนไทย นอกจากนี้ ได้ประสานงานไปยังกรมที่ดินให้เร่งตรวจสอบกรรมสิทธิ์การถือครองอสังหาริมทรัพย์และโฉนดที่ดินของกลุ่มทุนเหล่านี้ทั้งหมด หากพบว่ามีการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายหรือผ่านกระบวนการนอมินี รัฐบาลจะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์ในโฉนดที่ดินทันที พร้อมบังคับจำหน่ายที่ดินตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น

นายพลพีร์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะไม่จบลงแค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่จะปูพรมขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยกำหนดกรอบการทำงานไว้ 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. การเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่ 2. การตรวจสอบแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดประกาศซื้อขายหรือให้บริการสถานประกอบการและโรงแรมผิดกฎหมาย และ 3. การตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากจากการลงพื้นที่ร้านอาหาร 2 แห่งล่าสุด พบการใช้ QR Code ที่เชื่อมโยงไปสู่เว็บพนันออนไลน์ รวมถึง QR Code ในการชำระเงินค่าบริการที่ไม่ได้โอนเข้าบัญชีธนาคารในไทย ตลอดจนการใช้แอปพลิเคชันจัดส่งอาหาร (Food Delivery) ของต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกฎหมายในไทย ซึ่งจะต้องสืบสวนลึกถึงระบบภาษีและการจดทะเบียนต่อไป

“ในส่วนของการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์นั้น ได้มอบหมายให้กรมการปกครองประสานไปยังหน่วยงานที่ถูกอ้างชื่อเพื่อตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันในส่วนของกระทรวงแรงงาน จะนำรายละเอียดทั้งหมดเรียนต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อสั่งการปราบปรามในระดับกระทรวงต่อไป นอกจากนี้ ในช่วงวันพรุ่งนี้ตนจะได้เตรียมนำรายงานผลปฏิบัติการทั้งหมดเข้ากราบเรียนต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อรับทราบสถานการณ์โดยตรง”

นายพลพีร์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายชัดเจนที่ไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน และไม่เอาข้าราชการที่พัวพันกับกลุ่มทุนสีเทาอย่างแน่นอน โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำสโลแกนปฏิบัติการกับทีมงานไว้เสมอว่า "ให้ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ดังนั้น หากผลการสืบสวนขยายผลพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ นอมินี บริษัททนายความ หรือเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับสินบน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทุกรายเพื่อปกป้องประโยชน์ของคนไทย

กองสารนิเทศ สป.มท.

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม