วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:08 น.
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บุกจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจสากล (Red Notice) หลังพบเบาะแสว่าเป็นตัวการใหญ่พัวพันขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ โดยสามารถรวบตัวได้คาคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง-เสรีไทย
ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มอบให้ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด บูรณาการด้านการข่าวระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้ดำเนินการสืบสวนอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) และสำนักงานอัยการสูงสุดสาธารณรัฐเกาหลี (SPO) ได้ให้ข่าวสารว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ศุลกากรเกาหลีใต้ได้เรียกตรวจค้นชายชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง ขณะเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินนานาชาติอินชอน ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์น้ำหนัก 1.31 กิโลกรัม มูลค่าราว 131 ล้านวอน (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) ซุกซ่อนอยู่ภายในกางเกงชั้นในที่สวมใส่
จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในเกาหลีใต้ให้การซัดทอดว่า ได้รับมอบยาไอซ์ทั้งหมดมาจาก นายคิม อายุ 40 ปี ขณะอยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ตนนั่งเครื่องบินทำหน้าที่นำยาเสพติดดังกล่าวเข้าไปสาธารณรัฐเกาหลี จากคำให้การดังกล่าว ศาลแขวงซูวอน ประเทศเกาหลีใต้ จึงได้ออกหมายจับนายคิม ในข้อหาลักลอบค้ายาเสพติด (ไอซ์) และนำไปสู่การออกหมายแดง (Red Notice) เพื่อล่าตัวข้ามโลก
หลังได้รับการประสานงาน สำนักปราบปรามยาเสพติดสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เร่งแกะรอยประวัติการติดต่อของนายคิม จนพบเบาะแสสำคัญว่าเจ้าตัวได้กบดานอยู่กับหญิงคนสนิทในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นห้องพักเป้าหมายในคอนโดมิเนียมย่านรามคำแหง-เสรีไทย และพบตัวนายคิมอาศัยอยู่จริง
เบื้องต้นจากการตรวจค้นภายในห้องพักไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อหาเบื้องต้นในความผิดฐาน "เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายของไทย และเตรียมประสานงานกับทางการเกาหลีใต้เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป






7 กรกฎาคม 2569
7 กรกฎาคม 2569