วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 05:18 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2569
>> ไฟไหม้โกดังสินค้าเมืองสมุทรสาคร ระดมรถน้ำกว่า 10 คัน ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด
07.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงขึ้นภายในโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร รถดับเพลิง เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยกู้ชีพและมูลนิธิในพื้นที่ใกล้เคียง เดินทางเข้าตรวจสอบและเร่งช่วยเหลือคนงานที่อาจติดอยู่ภายในอาคารอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ภายในตัวอาคารโกดัง โครงสร้างอาคารเริ่มทรุดตัวเนื่องจากความร้อนสูง และมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ รถดับเพลิงมากกว่า 10 คัน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย ได้กระจายกำลังล้อมรอบตัวอาคารเพื่อฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิง ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ในส่วนของสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และจุดต้นเพลิงที่แน่ชัดนั้น ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ระบุว่า อยู่ระหว่างการตั้งเรื่องตรวจสอบอย่างละเอียด โดยยังต้องรอให้กลุ่มควันจางลงและเพลิงสงบลง 100% ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ภายในอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นประเมินว่ามูลค่าความเสียหายทรัพย์สินภายในโกดังน่าจะสูงมาก เนื่องจากสินค้าและโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก
>> ปัตตานี คนร้ายลอบยิง เจ้าหน้าที่ อส. ดับ 1 ราย เร่งปิดพื้นที่เร่งล่าตัว
08.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วน รับแจ้งเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มิลลิเมตร ลอบยิง นายอับดุลเลาะ ยามา สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอยะรัง ขณะเดินทางกลับจากส่งบุตรไปเรียนที่โรงเรียนตาดีกา บริเวณบ้านต้นมะขาม หมู่ที่ 4 ตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้เดินทางออกจากบ้านพักในพื้นที่บ้านบ่อดาน หมู่ที่ 5 ตำบลเมาะมาวี เพื่อไปส่งบุตรเข้าเรียนที่โรงเรียนตาดีกาในหมู่บ้านต้นมะขาม ก่อนจะขับขี่รถกลับตามเส้นทางภายในหมู่บ้าน และถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุลอบยิงจนเสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่ ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการใช้ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงยังคงบูรณาการกำลังเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
>> สลด! หนูน้อย10 ขวบจมฝายน้ำล้น เสียชีวิตต่อหน้าเพื่อน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสุดยื้อชีวิต
11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำหายไปในฝายน้ำล้น เขื่อนราษฎร์บำรุง หมู่ 4 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำใต้นที มูลนิธิใต้เต็กตึ้ง รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังมุงดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก
จากนั้นเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำใต้นทีก็ได้จัดเตรียมอุปกรณ์และเร่งลงค้นหาเด็กที่จมหาย ใช้เวลาไม่นานสามารถค้นพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 เจ้าหน้าที่จึงนำขึ้นมาพร้อมแจ้งให้แพทย์ รพ.เฉลิมพระเกียรติ มาร่วมทำการชันสูตรศพ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุมาจากจมน้ำเสียชีวิต จากการสอบสวนทราบว่า ด.ช.เอ ผู้เสียชีวิตพร้อมเพื่อนๆ ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันจำนวน 6 คน เป็นเด็กชาย 5 คน เด็กหญิง 1 คน ปั่นรถจักรยานมาด้วยกันไปเที่ยวที่ฝายน้ำล้นดังกล่าว แล้วชักชวนกันลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ปรากฏว่า ด.ช.เอ พลาดจมน้ำไปต่อหน้าต่อตาเพื่อนๆ เมื่อเห็นว่าจมน้ำไปนานเพื่อนๆ จึงไปบอกชาวบ้าน ก่อนจะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาทำการค้นจนพบร่างเสียชีวิตแล้ว
>> ศาลให้ประกัน ปลัดจังหวัดภูเก็ต ใช้ตำแหน่งประกันตัว สู้คดีโกงสอบท้องถิ่น
13.00 น. จากกรณีเจ้าหน้าที่นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 เข้าจับกุมนาย ปลัดจังหวัดภูเก็ต กรณีถูกกล่าวหาว่า เป็นตัวกลางเรียกรับเงิน เพื่อจ่ายให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ จากผู้เสียหาย (อส.) จำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 900,000 บาท เหตุเกิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตามที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นตำแหน่งหน้าที่ราชการเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่งหน้าที่การงานมีความน่าเชื่อถือ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมตั้งเงื่อนไข หากผู้ต้องหาผิดนัดหรือไม่มารายงานตัวตามกำหนด จะปรับเป็นเงิน 100,000 บาท และหากพบพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี จะทำการเพิกถอนสัญญาประกันและคุมขังในทันที
>> เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากุยบุรี เข้าช่วยช้างเจ็บหนัก ถูกช้างวิ่งเข้าใส่เพราะตกใจบาดเจ็บ 2 นาย
14.20 น. นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ได้รับรายงานจาก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าพบช้างป่ามีขนาย (งาขนาดเล็ก) บาดเจ็บสาหัส ฝ่าเท้าหลุดจนไม่สามารถลงน้ำหนักที่ขาหลังขวาได้ จึงได้ประสานทีมสัตวแพทย์พร้อมสนับสนุนยาปฏิชีวนะเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ระหว่างการเข้าไปช่วยเหลือช้างที่มีอาการบาดเจ็บ และหวาดระแวง ได้เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน โดยวิ่งพุ่งชนทีมงานที่เข้าไปช่วยเหลือ แรงกระแทกจากช้างป่า ทำให้นายพิเชษฐ์ อินเรือน หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.7 (คลองบึง) มีอาการฟกช้ำรุนแรงบริเวณหน้าอกด้านขวา สะโพก และแผ่นหลัง ส่วนนายอาวุธ จิตสวา เจ้าหน้าที่สายตรวจลาดตระเวน ได้รับบาดเจ็บที่เข่าขวา จากการกระโดดหลบการพุ่งชนได้อย่างหวุดหวิด ต้องหามออกจากป่าส่งโรงพยาบาลกลางดึก
ทั้งนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้ดูแลรักษาเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องเผชิญอยู่ตลอดเวลาเพื่อปกป้องสัตว์ป่า แม้การช่วยเหลือสัตว์ป่าจะเป็นภารกิจสำคัญ แต่ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ก็สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับการดูแลรักษาช้างป่าตัวนี้ ผมได้สั่งปรับแผนการรักษาให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีระยะไกลมาใช้ เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย
>> รวบหนุ่มใหญ่อุทัย ลักเครื่องทองเหลือง “วัดโพธิ์” อ้างเห็นพระยิ้มอนุญาตให้เอาไปได้
14.59 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง ร่วมกันจับกุมตัวนายนิด (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี พร้อมของกลาง เชิงเทียน เครื่องทองเหลือง จำนวน 4 ชิ้น มูลค่า 10,000 บาท บริเวณภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนหาข่าวและป้องกันเหตุเกี่ยวกับการลักทรัพย์ ล้วงกระเป๋าภายในวัดพระเชตุพนฯ หรือวัดโพธิ์ โดยได้พบกับชายท่าทางพิรุธต้องสงสัยคล้ายบุคคลที่มีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ ในมือถือถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายนิด (นามสมมุติ) ตรวจค้นตัว พบเชิงเทียน เครื่องทองเหลือง จำนวน 4 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ สอบสวนเบื้องต้น ให้การรับสารภาพก่อเหตุลักทรัพย์ เชิงเทียน เครื่องทองเหลือง จำนวน 4 ชิ้น ดังกล่าว มาจากวิหารน้อย ข้างโบสถ์พระนอน ภายในวัด พอได้จังหวัไหว้ขอเสร็จ มองเห็นพระบอกว่าพระยิ้มแสดงว่าพระโอเคเลยหยิบไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 3 เตือน 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. มรสุมผ่านไทย ฝนกระหน่ำ 15 จว. เตรียมรับมือ
17.00 น. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ฉบับที่ 3 ในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรงในช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือ ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสอบถามสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
>> ทีมกู้ภัย ยังคงค้นหาร่างเหยื่อถูกฆ่ายัดถังโบกปูนทิ้งในบึง ย่านบางบัวทองอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
19.30 น. ความคืบหน้าคดี นายอุเทน ถูกยิงเสียชีวิตยัดถังโบกปูนทิ้งในบึง ถนนเลียบคลองเจ๊ก ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ต่อมาตำรวจจับกุมชาย 3 คน โดยเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดประดาน้ำ ยังคงค้นหาร่างนายอุเทน อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมาเป็นวันที่ 2 ต่อมาเวลา 16.00 น.ได้มีนายเฮี้ยง อายุ 73 ปี เดินทางมาติดตามการค้นหาร่างผู้เสียชีวิต โดยเชื่อว่าลูกชายชื่อ นายกิตติ อายุ 44 ปี ซึ่งหายตัวไป 13 ปี อาจถูกฆาตกรรมนำร่างมาทิ้งลงในบ่อดินร้างด้วยเช่นกัน
นายเฮี้ยง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตอนที่ลูกชายหายตัวไป ตนได้เข้าแจ้งความให้ช่วยติดตามหาคนหาย แต่ตนไม่มีเงินไม่มีอำนาจ ทำให้ตำรวจไม่ได้ติดตามคดีให้เพราะเราไม่มีพยานหลักฐานอะไร แต่รู้ว่าลูกชายเป็นเพื่อนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเพราะเรียนหนังสือมาด้วยกัน และยังชอบเที่ยวด้วยกันเป็นกลุ่ม พอทราบข่าวเรื่องนี้จึงเดินทางมาดูเผื่อการค้นหาของเจ้าหน้าที่วันนี้จะเจอร่างลูกชายด้วย อาจมีผลบุญทำให้ได้เจอลูกชายอีกครั้ง แต่ถ้าเจอศพนายอุเทนก่อนก็เกรงว่าเจ้าหน้าที่คงจะไม่ค้นหาเพิ่ม
จากนั้นนางวันเพ็ญ พี่สาวนายอุเทน และนายเฮี้ยง ได้พากันเดินทางเข้าไปที่จุดเจ้าหน้าที่ค้นหา เพื่อแจ้งความประสงค์คดีที่นายกิตติ หายตัวไปเมื่อปี 55 ขณะเดียวกันทีมกู้ภัยยังคงใช้โซนาร์ตรวจค้นหารอบบริเวณบึงน้ำในบ่อดินร้างแต่ยังไม่พบศพ
>> ไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างชายวัย45 เสียชีวิตกลางป่าทับลาน ออกหาเห็ด แล้วหลงป่า 28 วัน
20.35 น. กรณีนายปราโมช อายุ 45 ปี ชาวบ้าน หมู่ 8 ต.พันดุง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา ไปหาเก็บเห็ดพร้อมภรรยาและเพื่อนบ้าน ที่ในป่าทึบบริเวณช่องเขาแคบ เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 พ.ค.2569 แล้วสูญหาย
เจ้าหน้าที่ต้องสนธิกำลังจากหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ , ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว , ฝ่ายปกครองอำเภอวังน้ำเขียว , อาสากู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา จุดไทยสามัคคี และชาวบ้าน ออกติดตามหาตัวผู้สูญหายกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทีมผู้ใหญ่บ้านซับเต่า และชาวบ้าน ว่า ไปเจอร่างของนายปราโมช พบว่าเสียชีวิตอยู่กลางป่าบนเขาแคบ เขตบ้านซับเต่า อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งห่างจากบ้านบุไทร จุดที่สูญหายตอนแรกไปประมาณ 7-8 กิโลเมตร รวมหลงป่าไปหายไปนานถึง 28 วัน
ทุกฝ่ายจึงผนึกกำลังลงพื้นที่เข้าป่า เพื่อตรวจสอบจุดที่รับแจ้ง โดยนำรถกระบะกู้ภัย รถพยาบาลกู้ชีพ รถตำรวจ รถจักรยานยนต์ ขับเข้าตามเส้นทาง 10 กว่ากิโลเมตร แล้วเดินขึ้นเขาอีกราว 400 เมตรไปยังจุดที่พบศพ พบผู้เสียชีวิตในสภาพที่เน่าเปื่อยแล้ว เบื้องต้นคาดว่า น่าจะเป็นร่างของนายปราโมช ผู้สูญหาย สันนิษฐานว่า น่าจะเดินหลงป่า และพยายามหาทางออก แต่กลับเดินลึกเข้าป่ามากขึ้น จนห่างจากจุดที่พบครั้งสุดท้ายหลายกิโลเมตร ประกอบกับขาดน้ำและอาหารหลายวัน หรืออาจจะหมดสติกลางป่า ไม่มีใครช่วย จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้กู้ภัยฯ ช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากป่ารกทึบ ซึ่งหลังจากญาติได้ดูเสื้อผ้าของศพ ยืนยันเบื้องต้นว่าเป็นร่างของนายปราโมช แต่ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำร่างส่งให้แพทย์นิติเวช ตรวจพิสูจน์ยืนยันอีกครั้ง ก่อนให้ญาติไปติดต่อรับศพนำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป
28 มิถุนายน 2569
28 มิถุนายน 2569