หน้าแรก > อาชญากรรม

ปอศ.รวบหนุ่มม้ง เปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกกู้เงินออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 04:55 น.


ปอศ.รวบหนุ่มม้ง เปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกกู้เงินออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก. บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายเทน (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 31 ต.ค. 2566 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ มีส่วนร่วมกระทำการใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”  จับได้ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณช่วงต้นปี 2565 มีผู้เสียหาย จำนวน 4 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ด้วยเหตุถูกกลุ่มผู้กระทำผิดแอบอ้างตนเองโดยการเปิดเพจเฟซบุ๊กสาธารณะชื่อ “สินเชื่อเงินกู้ด่วน1” โฆษณาชักชวนให้กู้เงินผ่านเพจเฟซบุ๊กโดยอ้างว่า สามารถ ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่เช็คเครดิต กู้ได้ทุกอาชีพ รับเงินจริง เชื่อถือได้ ดอกเบี้ยต่ำ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อจะให้ติดต่อทาง แอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาคนร้ายจะหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินให้ก่อน ซึ่งอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการ ปล่อยเงินกู้,ค่าธรรมเนียมเอกสาร เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนไป แต่กลับไม่ได้รับโอนเงินกู้จริงแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย

จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า คนร้ายใช้บัญชีในการกระทำผิดโดยแบ่งหน้าที่เป็นบัญชีที่ใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย , บัญชีที่ใช้โอนเงินเป็นทอดๆ และบัญชีที่ใช้รับผลประโยชน์โดยถอนเงินออกและนำไปใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งภายในระยะเวลา 1 ปีมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 160 ล้านบาท พบเส้นทางการเงินที่น่าเชื่อว่าเป็นการรับโอนเงินจากผู้เสียหายกว่า 500 ราย จากการสืบสวนพบว่าบัญชีที่รับผลประโยชน์สุดท้ายนั้น เป็นบัญชีของชาวต่างชาติซึ่งมีการตระเวนกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มบริเวณแนวตะเข็บ ชายแดนไทย- พม่า จำนวนหลายครั้ง ยอดรวมกว่า 10 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการโอนเงินไปซื้อสินค้าเครื่อง อุปโภคบริโภคส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกกว่าหลายรายการ จนสามารถออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดรวมทั้งสิ้นจำนวน 9 ราย คือบัญชีม้า จำนวน 4 ราย และผู้รับผลประโยชน์จากการกระทำความผิด จำนวน 5 ราย โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 และวันที่ 4 กันยายน 2566 กก.5 บก.ปอศ. ได้ระดมกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย บัญชีม้า 2 ราย และผู้รับผลประโยชน์ 3 ราย ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือได้หลบหนีการจับกุมเรื่อยมา

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้สืบสวนทราบว่า นายเทน (นามสมมุติ) เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งรับเปิดบัญชีธนาคารให้กับเครือข่ายคนร้าย ใช้บัญชีในการรวมยอดเงินที่หลอกลวงผู้เสียหายรายต่างๆ ก่อนจะมีการกระจายยอดเงิน ไปยังบัญชีธนาคารแถวที่ 3 เพื่อทำรายการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ได้หลบหนีการจับกุมมากว่า 3 ปี มากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงได้นำกำลังลงพื้นที่เข้าทำการจับกุมตัวนายเทน (นามสมมุติ) ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 31 ต.ค. 2566 นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น นายเทน (นามสมมุติ) ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนโดนเพื่อนขโมยบัญชีธนาคารไป ไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้ และตนไม่รู้ว่ามีการเอาบัญชีของตนไปใช้แต่อย่างใด
 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม