หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2569

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 05:30 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2569


>> กันสาดปูนตึก 4 ชั้นทรุดตัว ย่านถนนดินสอ เจ้าหน้าที่รื้อถอนสำเร็จปลอดภัยไร้เจ็บ

09.13 น. ศูนย์วิทยุพระราม ได้รับแจ้งเหตุกันสาดปูนชั้นบนสุดของอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ย่านถนนดินสอ เขตพระนคร ทรุดตัวและแตกร้าวเสี่ยงพังถล่ม ในที่เกิดเหตุเป็นอาคารร้างไม่มีผู้พักอาศัย เบื้องต้นเจ้าของอาคารระบุว่า สาเหตุเกิดจากตึกข้างเคียงเคยทุบรื้อกันสาดออกไป ซึ่งเป็นโครงสร้างปูนชิ้นเดียวกัน ทำให้กันสาดของตนเริ่มเอียงและไม่มั่นคงมานาน จนกระทั่งเกิดรอยร้าวและทรุดตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

​ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา กทม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำรถกระเช้าขึ้นไปขึงเชือกยึดโยงโครงสร้าง และทำการเลาะชิ้นส่วนปูนที่ชำรุดออกอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งสามารถรื้อถอนนำกันสาดปูนทั้งหมดลงสู่พื้นด้านล่างได้อย่างสำเร็จและปลอดภัย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือส่งผลกระทบต่ออาคารข้างเคียง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบโครงสร้างอาคารอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด


>> อนุทิน รับไม่ได้ หลัง "บก.ปปป.- ป.ป.ช." ทลายกระบวนการโกงสอบบรรจุท้องถิ่น ลั่น ดำเนินการให้ถึงที่สุด

10.15 น. จากกรณี มีการร้องเรียนพร้อมหลักฐานและคลิปเสียงระบุว่า มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่ม แอบอ้างว่ามี "เส้นสายภายใน" สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยขบวนการนี้จะเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และพุ่งสูงถึง 700,000 - 800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับกุมขบวนการ ทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า รับทราบเรื่องแล้ว เมื่อถามว่า ได้สั่งการอย่างไรบ้าง

นายอนุทิน กล่าวว่า เต็มที่ กระทรวงมหาดไทยมีโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ฟาดเต็มที่ และสั่งการไปแล้ว ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ทราบข่าวแล้วเมื่อช่วงเช้า เป็นเรื่องที่แย่มาก


>> เพลิงไหม้บ้านพัก 2 ชั้นกลางเมืองพัทยา วอดเสียหายเกือบทั้งหลัง ยายวัย 74 ปี รอดชีวิตหวุดหวิด

12.20 น. ศูนย์วิทยุฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางบกเมืองพัทยา (ศูนย์ดับเพลิงเมืองพัทยา) รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณใกล้สะพานต่างระดับแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จึงนำรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เร่งเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ โดยพบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้น 2 อย่างรุนแรง กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งปกคลุมทั่วพื้นที่ สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าตัวบ้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง

หญิงไทย อายุ 74 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจอย่างหนัก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่บ้านเพียงลำพัง ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด “โป๊ะ” จากบริเวณชั้น 2 จึงพยายามมองหาต้นตอของเสียง กระทั่งได้ยินเสียงเพื่อนบ้านตะโกนเรียกให้รีบออกจากบ้าน เพราะเห็นควันลอยออกจากหลังคา

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที เพลิงก็ลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณชั้น 2 ของบ้าน ตนจึงรีบวิ่งหนีออกมาอย่างสุดชีวิต ทำให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้อย่างหวุดหวิด พร้อมยอมรับว่าหากไม่ได้เพื่อนบ้านช่วยร้องเรียก อาจไม่สามารถออกมาจากบ้านได้ทัน 
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด โดยสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม จะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> ตร.เดินหน้าปราบสแกมเมอร์ - พนันออนไลน์ ล่าสุด 2 สัปดาห์ จับแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย

13.00 น. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 9/2569 ร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ กำชับปราบปรามสแกมเมอร์และพนันออนไลน์อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง

พล.ต.อ.ธนาฯ สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวังช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกลุ่มเว็บไซต์พนันออนไลน์ใช้โอกาสนี้ในการโปรโมทเว็บไซต์ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์และปฏิบัติการในการปราบปรามเจ้าของเว็บไซต์ บัญชีม้า รวมถึงผู้เล่นการพนัน อย่างเด็ดขาด โดยตั้งแต่วันที่ 6 - 20 มิถุนายน 2569 จับกุมเว็บพนันฟุตบอลโลก 388 URL เจ้ามือ 135 ราย และผู้เล่น 1,363 ราย พบเงินหมุนเวียนจำนวนมากถึง 3,371,457,177 บาท และได้สั่งการยกระดับในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ ในห้วงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน 2569 (ระยะเวลา 3 เดือน) โดยให้ดำเนินการจับกุมเว็บพนันออนไลน์ที่ปรากฎอยู่ตามหน้าเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ต ที่มีวงเงินหมุนเวียนในระบบเกิน 10 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในการเดินหน้าป้องกันพี่น้องประชาชนไม่ให้ตกเป็นผู้เสียหาย ได้สั่งการให้ประสานงานธนาคารในพื้นที่ สร้างความร่วมมือในการสอดส่อง ตรวจสอบ กลุ่มเปราะบางหรือเหยื่อสแกมเมอร์ ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายอาจถูกหลอกลวงให้ทำธุรกรรมทางการเงิน ในการประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบก่อนการทำธุรกรรม รวมถึงให้ธนาคารเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์สร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน รวมถึงโทษทางกฎหมายสำหรับผู้เปิดบัญชีม้า


>> นายกฯ เปิด Thailand FastPass ผนึกหน่วยงานรัฐเร่งรัดการลงทุน ดึงอุตสาหกรรมอนาคต สร้างงานและรายได้ให้ประชาชน

13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ ระบุว่า การแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจากอดีตไปอย่างมาก โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “ความเร็ว” รัฐบาลจึงมุ่งปรับบทบาทภาครัฐจากผู้กำกับดูแล สู่ผู้อำนวยความสะดวก เพื่อให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ สามารถบรรลุผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

พร้อมเน้นย้ำว่า บัตร Thailand FastPass ที่มอบให้แก่ผู้ประกอบการในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับการทำงานภาครัฐ ยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญของอาเซียน ภูมิภาค และของโลก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านปัจจัยสนับสนุนการผลิต โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคเอกชนในอนาคตได้อย่างมั่นคง

>> บช.ปส. ทลายเครือข่ายยานรกแม่แตง รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 7.33 ล้านเม็ด-ไอซ์ 250 กิโลฯ ซุกโกดังลับ

14.00 น. ​ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ 2 คดีในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ คดีแรกเจ้าหน้าที่สกัดจับรถยนต์อเนกประสงค์ต้องสงสัยบริเวณหน้า สภ.แม่โจ้ อำเภอสันทราย ยึดไอซ์น้ำหนัก 250 กิโลกรัม พร้อมรวบผู้ขับขี่ได้ 1 ราย ก่อนจะขยายผลบุกเข้าตรวจค้นกระท่อมกลางสวนผลไม้ในอำเภอแม่แตง ซึ่งถูกใช้เป็นโกดังลับดัดแปลงเป็นช่องซ่อนใต้ดิน สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ามหาศาลถึง 7,330,000 เม็ด

​ปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 3 ราย ยึดยาบ้ากว่า 7.33 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 250 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการตัดวงจรลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่จากแนวชายแดนไม่ให้กระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในและชุมชนตามนโยบายเข้มข้นของรัฐบาล ทั้งนี้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ระบุว่า ยาเสพติดจำนวนมหาศาลนี้หากหลุดรอดไปได้จะสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างมาก โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อกวาดล้างนายทุนและเครือข่ายทางการเงินที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด พร้อมขอบคุณประชาชนที่ร่วมแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนเพื่อความปลอดภัยของสังคม


>> ทลายขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวเพียบ

14.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วย นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. และ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป. กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกันแถลงข่าวกรณีตรวจยึดพยานหลักฐานและจับกุมขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

จากการที่เมื่อวานนี้ (22 มิถุนายน 2569) เวลา 17.45 น. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะ นำหมายค้น ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ ค.618/2569 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ทำการตรวจค้น บริษัท แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อพบและยึดสิ่งของ เพื่อค้นหากระดาษคำตอบที่ใช้ในการกระทำความผิดและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ขอตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เพื่อเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ ดำเนินการทำสำเนา และตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์ และตรวจยึดและเข้าถึงข้อมูลในเครื่องมือสื่อสาร ตามประเด็นกล่าวหาร้องเรียนขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568

จากการตรวจค้นพบบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กำลังดำเนินการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้เข้าสอบที่ชำระเงินเพื่อแลกกับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้สอบได้ โดยวิธีการทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คะแนนในกระดาษคำตอบตรงกับคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศในเว็บไซต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว อันเป็นวิธีการทุจริตในการแก้ไขคะแนนสอบอันเป็นเท็จ

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นและยึดสำเนากระดาษคำตอบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือสื่อสารของบุคคลที่อยู่ในบริษัทดังกล่าว และเชิญบุคคลดังกล่าวมาให้ถ้อยคำต่อพนักงานไต่สวน ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหาร้องเรียนดังกล่าวต่อไป


>> หนุ่มนิรนาม ลอยคอกลางคลองสำโรง ก่อนจมหายต่อหน้า นักประดาน้ำลงงมร่าง พบเสียชีวิตแล้ว

15.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุดสำโรงเหนือ รับแจ้งจากประชาชนว่าพบชายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ลอยคออยู่กลางคลองสำโรง บริเวณถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ ก่อนจะค่อย ๆ หมดแรงและจมหายไปในน้ำ

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่กู้ภัย นักประดาน้ำ และตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ เร่งเข้าตรวจสอบและค้นหา ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรงและมีตอไม้ใต้น้ำจำนวนมาก ก่อนพบร่างผู้เสียชีวิตจมอยู่ใต้น้ำ

เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุประมาณ 35-40 ปี ไม่พบเอกสารแสดงตัวตน สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าผากและด้านหลังศีรษะ ลักษณะคล้ายถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกอย่างรุนแรงจนกะโหลกแตก

พยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ชายคนดังกล่าวลอยมาตามกระแสน้ำในสภาพเลือดอาบใบหน้า ประคองตัวเองให้อยู่เหนือน้ำ ก่อนจะหมดแรงและจมหายไปต่อหน้าต่อตา 
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นใคร มาจากที่ใด และบาดแผลที่ศีรษะเกิดขึ้นอย่างไร พร้อมเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม เพื่อคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด


>> ตร.ทล.รวบ 2 หนุ่มฉี่ม่วงหนีหมายจับ ซุกปืน ยาบ้า ยาไอซ์ มาเต็มรถ

15.22 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุมตัว นายเก่ง (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี และ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดลำปาง และหมายจับศาลแขวงลำปาง ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะมีสารเสพติดในร่างกาย” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณบนทางหลวงหมายเลข 106 กม.122 ต.ดงดำ อ.ลี้ จ.ลำพูน

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราป้องกันเหตุอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบ บนเส้นทางหลวงหมายเลข 106 ต.ดงดำ อ.ลี้ จ.ลำพูน ได้พบรถยนต์ส่วนบุคคล สีเทา ขับผ่านมามีลักษณะท่าทางมีพิรุธและต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ

พบว่ามีนายเก่ง (นามสมมุติ) เป็นผู้ขับขี่ และมีนายเอ (นามสมุติ) นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อทำการตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียด พบของกลางจำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 919 เม็ด , ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 11 ถุง น้ำหนักรวม 12.961 กรัม , อาวุธปืนลูกซองยาว ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 9 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณห้องโดยสารรถ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีสารเสพติดในร่างกาย และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลทั้งสองยังพบว่า ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดของศาลจังหวัดลำปางและศาลแขวงลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


>> ปลัด ก.มหาดไทย สั่งเด้งอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น

15.52 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1563/2569 เรื่อง ให้ข้าราชการประจำส่วนราชการเป็นการชั่วคราว โดยเนื้อหาระบุว่า

โดยที่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยได้ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับบุคคลและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนมาก อันเป็นกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ประกอบกับ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 57 และมาตรา 69 และ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการสั่งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ประจำส่วนราชการเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2554 จึงให้ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สั่ง ณ วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569


>> หนุ่มใหญ่วัย 44 ปีขับรถเก๋ง เสียหลักชนเสาไฟแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ เสียชีวิตติดอยู่ภายในยานพาหนะ จ.กระบี่

16.15 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนเสาไฟฟ้าแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ ริมถนนเพชรเกษม ก่อนถึงสะพานเพหลา ม.1 ต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ป้ายทะเบียน กระบี่ ลักษณะชนกับเสาไฟฟ้า แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำจนเพลิงสงบ ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบคนขับรถดังกล่าว ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 44 ปีทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ได้ขับรถไปทำธุระในตัวเมืองกระบี่ ขากลับเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คาดว่าได้หลับใน ก่อนพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง จนเกิดไฟลุกไหม้ท่วมรถทำให้ คนขับไม่สามารถออกมาจากตัวรถได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองท่อม จะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> อย. ร่วมภาคีเครือข่าย ตรวจพิสูจน์ยาเสพติด ก่อนเตรียมเผาทำลายยาเสพติดของกลางกว่า 77 ตัน จาก 54,097 คดี

16.42 น. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จับมือภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการเผาทำลายยาเสพติดครั้งที่ 61 จำนวนของกลางกว่า 77 ตัน จาก 54,097 คดี ภายใต้แนวคิด “BURN FOR BETTER เผาวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดกลับเข้าสู่ระบบ สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการบริหารจัดการของกลางของประเทศ และตอกย้ำความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกองทัพบก โดยก่อนนำยาเสพติดของกลางไปเผาทำลาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบและยืนยันของกลางอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบเลขคดี ชนิด และน้ำหนักของยาเสพติด รวมถึงการสุ่มตรวจวิเคราะห์

โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อยืนยันว่าของกลางทั้งหมดเป็นยาเสพติดจริง และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้กระบวนการทำลายยาเสพติดมีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ซึ่งยาเสพติดของกลางที่มีปริมาณมากที่สุดในครั้งนี้ คือ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) กว่า 40 ตัน รองลงมา ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) คีตามีน เฮโรอีน และยาเสพติดประเภทอื่น ๆ


>> หญิงขับรถตบตาเจ้าหน้าที่ ลอบขนยาบ้า 1.4 หมื่นเม็ด

17.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจทางหลวงชุมพรสกัดจับ รวบคู่ค้ายาพร้อมไอซ์ หลังจากตำรวจทางหลวง ได้รับข้อมูลว่า เครือข่ายค้ายาเสพติดรายหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้ามากระจายในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยใช้หญิงสาวเป็นผู้ขับรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ส่วนชายที่นั่งมาด้วยเป็นผู้รับผิดชอบขนส่งยาเสพติด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรออกตรวจตามเส้นทางและพบรถยนต์ต้องสงสัย จึงส่งสัญญาณเรียกตรวจ พบชายและหญิงนั่งมาในรถ จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบยาบ้า 14 เม็ด และไอซ์ 0.9 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องลูกอมบริเวณคอนโซลหน้ารถ จึงนำตัวไปตรวจค้นอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นเพิ่มเติมพบยาบ้าอีก 14,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้คอนโซลฝั่งคนขับ รวมยาบ้าทั้งหมด 14,014 เม็ด พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นของกลาง

ผู้ต้องหารับว่า ร่วมกันลำเลียงยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดชุมพร ส่วนยาไอซ์ที่ตรวจพบ ผู้ต้องหาชายรับว่าเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลติดตามผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป


>> อุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักชนเสาไฟ ริมถนนเพชรเกษม มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เป็นชาวต่างด้าว จ.เพชรบุรี

20.52 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถกระบะชนเสาไฟและมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ช่วง กม.167+500 อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ลักษณะเสียหลักชนเสาไฟส่องสว่าง มีทั้งผู้บาดเจ็บกระเด็นออกมานอกรถ และที่ติดค้างอยู่ในตัวรถ จีงประสานรถรพ.ท่ายาง และกู้ภัยสว่างสรรเพชญ มาสนับสนุน

โดยมีผู้บาดเจ็บ สาหัส 2 ราย เป็นชาย ต่างด้าวไม่ทราบสัญชาติ นำส่ง รพ.ท่ายาง และ มีผู้เสียชีวิต เป็นหญิง 1 ราย ต่างด้าวไม่ทราบสัญชาติ ติดค้างอยู่ในตัวรถ กู้ภัยใช้เครื่องมืองัดรถ และนำร่างออกจากยานพาหนะ และนำส่งชันสูตรที่ รพ.ท่ายาง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

01.11 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 10 กม. ในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 60 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม