วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 00:04
สืบใหญ่ กก.1 บก.สส.สตม.ร่วมกับ บก.ตม.4 รวบเฒ่าโปแลนด์ ตัวการวางแผนโกงภาษี ผู้ต้องหาหมายแดงหนีคดีมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ตามล่าถึงบุรีรัมย์
(22 มิ.ย.69) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม.พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./กรรมการและเลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ บก.สส.สตม.
ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ชุดปฎิบัติการว่าได้ จับกุม ผู้ชาย อายุ 64 ปี สัญชาติโปแลนด์ โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกิน42 วัน) สำนักงานกลางตำรวจสากล วอร์ซอร์ โปแลนด์ ขอความร่วมมือ ตร. ให้สืบสวนจับกุม ผู้ชายคนดังกล่าว อายุ 64 ปี สัญชาติโปแลนด์ ซึ่งเป็นบุคคลต้องการตัวตามประกาศสากลสีแดง ในความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม โดย ผู้ชายคนดังกล่าว โดยกล่าวหาว่าในช่วงระหว่างวันที่ 13 ธ.ค.55 ถึง 25 ส.ค.56 ได้ร่วมกับบุคคลอื่น ๆ มีส่วนร่วมในกลุ่มอาชญากรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายในประเทศสหภาพยุโรป ทำให้กระทรวงการคลังของรัฐต้องลดภาระผูกพันด้านกฎหมายสาธารณะจำนวน 5,199,968.01 สกุลเงินโปแลด์ หรือ 46 ล้านบาท
ทาง กก.1 บก.สส.สตม. สืบทราบว่า ผู้ชายคนดังกล่าว อาศัยอยู่ในประเทศไทยจน OVERSTAY แล้ว และไปพักอาศัยอยู่ที่ บ้านพักในตัวเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ จึงเดินทางไปประสานกับ ตม.จว.บุรีรัมย์ และ กก.สส.บก.ตม.4 ไปตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบังคับใช้มาตรการ “3 ไม่” ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้แก่ ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ และไม่ให้รอด ซึ่งมุ่งเน้นการสกัดกั้น ติดตามและดำเนินการกับชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวจะถูกดำเนินการตามกฎหมายและประสานส่งกลับไปดำเนินคดีในประเทศที่ร้องขอต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย หรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นหรือสายด่วน สตม. 1178
