วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:58 น.
รวบ 2 ผู้ต้องหา ขายบัญชีให้แก๊งหลอกเทรดทองออนไลน์ ตุ๋นผู้เสียหายจนยอมกู้เงินลงทุน สูญกว่า 2.6 ล้านบาท
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (บก.สอท.3) พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้ใช้แอปพลิชันนึง แล้วได้รู้จักกับมิจฉาชีพที่ติดต่อมาในแอปพลิเคชันดังกล่าว เมื่อพูดคุยกันไปซักระยะ มิจฉาชีพได้เริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจการเทรดทองคำดิจิทัลแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มหนึ่ง อ้างชื่อบริษัทดัง และยังอ้างว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศอังกฤษ และจดทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
เมื่อผู้เสียหายสนใจ มิจฉาชีพจึงได้แนะนำวิธีการลงทุนพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว นอกจากนี้มิจฉาชีพยังแสดงหลักฐานปลอมว่าเทรดแล้วได้กำไรจากการลงทุน จนถอนเงินออกครั้งละหลายแสนบาท จนสุดท้ายผู้เสียหายหลงเชื่อและตัดสินใจโอนเงินลงทุน ถึงกระทั่งยอมกู้ยืมเงินจากธนาคารต่างๆ เพื่อโอนให้มิจฉาชีพ จำนวน 15 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 2,696,473 บาท
ต่อมา จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.3 ออกสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดที่ร่วมเครือข่ายดังกล่าวเพื่อดำเนินคดี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสุรินทร์ได้สำเร็จ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่กระทั่งสามารถนำกำลังพร้อมหมายจับเข้าจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี จับกุมตัวได้ที่ ด่านตรวจถ้ำปลา สภ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย และ นางสาวบี (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี จับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย
จึงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดนหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้ขายบัญชีธนาคารของตนเองไป จึงควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายพร้อมขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป