24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569
>> ผู้ว่าฯ สตูล ขอเป็นต้นแบบลดใช้พลังงานในแบบฉบับตัวเองเริ่มต้นง่ายๆ เดินเท้าจากจวนไปทำงานที่ศาลากลางจังหวัด
07.00 น. นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดใช้พลังงาน โดยการเดินเท้าจากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลไปยังศาลากลางจังหวัดสตูล เพื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการประหยัดพลังงาน และสร้างจิตสำนึกในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ขอเชิญชวนส่วนราชการ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้สถานที่ทำงาน หรือมีระยะทางไม่ไกลนัก ร่วมกันเดินเท้าเพื่อลดการใช้พลังงาน ลดการใช้เชื้อเพลิง และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จังหวัดสตูลยังได้มีมาตรการลดการใช้พลังงานในด้านอื่น ๆ ควบคู่กันไป เช่น การประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) แทนการเดินทางมาประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
อย่างไรก็ตาม การรณรงค์เดินเท้าเพื่อลดการใช้พลังงานดังกล่าว จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยยังคงยึดหลักการทำงานเพื่อให้บริการประชาชนอย่างเต็มประสิทธิภาพเป็นสำคัญ
>> อุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนรอยต่อโกรกพระ - อุทัยธานี มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็นชายไทยและเด็กหญิง
07.15 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ชีพ-กู้ภัยร่วมใจโกรกพระ มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนเส้นทาง โกรกพระ - อุทัยธานี ใกล้เคียงซุ้มประตูวัดดอนกระชาย ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน อุทัยธานี ตรวจสอบพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 54 ปี และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสาสมัครพยายามให้การช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบ เป็นเด็กหญิง อายุ 12 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี
>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์โฮม ซอยนวลจันทร์ 56 ลุกไหม้ชั้นล่างเสียหายทั้งหมด
07.40 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ เป็นหมู่บ้านภายในซอยนวลจันทร์ 56 ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องรับแขก เพลิงลุกไหม้ชั้นล่างเสียหายทั้งหมด ลุกลามห้องนอนชั้นบนเสียหาย ที่นอน ผนัง เเละฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้ชั้นล่างเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> ปะทะเดือดที่บ้านตากอง จ.ปัตตานี วิสามัญฯ คนร้ายดับ 1 ราย, ตชด. พลีชีพ 1 นาย
09.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยผลการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านตากอง ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
ซึ่งเป็นการขยายผลจากการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสืบทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
โดยบุคคลเป้าหมายเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่มีหมายจับติดตัวหลายหมาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสนธิกำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเข้าพิสูจน์ทราบและควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใช้มาตรการตามลำดับจากเบาไปหาหนัก พร้อมทั้งพยายามใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อมให้บุคคลภายในพื้นที่ออกมาแสดงตัวและมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เกิดการปะทะกันขึ้น
ระหว่างการปะทะเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 นาย คือ สิบตำรวจเอก วราเทพ สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายบริเวณใบหน้า เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลปัตตานี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ยังมี อาสาสมัครทหารพราน สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ถูกกระสุนปืนบริเวณนิ้วก้อยขวา โดยแพทย์ได้ทำการรักษาและอาการปลอดภัย
เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้ และเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุโดยละเอียด เบื้องต้นในที่เกิดเหตุพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 1 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนของกลาง 1 กระบอก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบรายละเอียด
>> 20 ลูกเรือ “มยุรี นารี” เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
09.46 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล และนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และนายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับลูกเรือไทย มยุรี นารี 20 คน ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันนี้ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ให้ความช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกการผ่านเข้าเมืองและการดำเนินต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยลูกเรือได้เดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมือง Khasab ไปยังสนามบินนานาชาติมัสกัต และบินออกจากกรุงมัสกัตกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณทางการโอมาน และทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ได้ให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี
>> ต่างชาติขโมย จยย.จาก รพ.สวนดอก ซิ่งหนี ก่อนกระโดดสะพานภาค 5 หลบการจับกุม
11.30 น. เกิดเหตุระทึกกลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อมี ชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์จากภายในโรงพยาบาล ก่อนขับรถหลบหนีออกมาอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นทราบว่า รถจักรยานยนต์ถูกขโมยมาจากพื้นที่ภายใน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ก่อนผู้ก่อเหตุจะขี่หลบหนีไปตามเส้นทางต่าง ๆ กระทั่งมาถึงบริเวณ สะพานใกล้กับ ตำรวจภูธรภาค 5 จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ ทิ้งรถจักรยานยนต์และกระโดดลงจากสะพาน เพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้ ปิดล้อมพื้นที่บริเวณสะพานและลำน้ำด้านล่าง พร้อมเร่งค้นหาอย่างเร่งด่วน แต่ยัง ไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ก่อเหตุจมน้ำ หรือหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่าง กระจายกำลังค้นหาตลอดแนวลำน้ำและพื้นที่โดยรอบ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> รวบคาด่าน รถตู้ขนคนจีนลอบเข้าเมือง สารภาพเตรียมส่งข้ามฝั่งเมียนมา คาดโยงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
11.31 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังหลายฝ่าย นำโดยหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า (ร.29) กองกำลังสุรสีห์ ร่วมกับตำรวจ สภ.สังขละบุรี, ตชด.134, ตม.กาญจนบุรี และฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี สกัดจับรถตู้โดยสารต้องสงสัยบริเวณจุดตรวจร่วมจงอั่ว ม.4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติจีนลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายรวม 7 ราย พร้อมผู้นำพาชาวไทย 1 ราย ในขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราความเรียบร้อย พบรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ชั้นในจึงเรียกตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบคนขับเป็นชายไทย ภายในรถพบกลุ่มชายสัญชาติจีน 7 ราย ตรวจสอบแล้วไม่สามารถแสดงเอกสารเดินทางหรือหนังสือเดินทางได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัว พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น รถตู้โดยสาร1คัน,โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จากการซักถามผู้ต้องหาชาวจีนกลุ่มนี้ให้การอ้างในลักษณะเดียวกันว่า เดินทางมาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ผ่านเส้นทางธรรมชาติเข้าสู่ลาวและกัมพูชา ก่อนจะมารวมตัวกันที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านนนทบุรี เพื่อเหมารถตู้โดยสารตั้งใจจะไปท่องเที่ยวที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลคำให้การมีการบิดเบือนและปกปิดจุดหมายปลายทางที่แท้จริง เนื่องจากทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง และมีไทม์ไลน์การเคลื่อนย้ายที่ซับซ้อนผิดปกติ ด้าน ผู้นำพาชาวไทย ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายที่ชื่อ นายอ๋า ให้ไปรับกลุ่มชาวจีนจากย่านนนทบุรีและสนามบินดอนเมือง เพื่อไปส่งที่ อ.สังขละบุรี โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ M81 เข้าสู่ถนนสาย 323 เมื่อเข้าเขตสังขละบุรีจะมีรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีทอง ของนายอ๋าขับนำทางเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการซักถามและจัดทำประวัติ พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายตามมาตรการป้องกันโรค (ไม่พบผู้มีไข้) ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงเครือข่าย นายอ๋า ต่อไป
>> นายกฯ อนุทิน“ เรียกประชุมด่วน รับมือวิกฤตพลังงาน จับตา ราคาดีเซล หลังครบกำหนดตรึงราคา 15 วัน
12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมเรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคาดว่านายกรัฐมนตรีได้เรียกหารือรับมือกับวิกฤติพลังงาน การเงิน การคลัง ภายหลังสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่ยุติ และครบกำหนดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วันในวันนี้
ขณะที่นายเอกนิติ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า เช้าวันนี้นายกรัฐมนตรีได้เรียกหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากการหารือเมื่อวาน โดยเฉพาะประเด็นราคาน้ำมัน ภายหลังจากมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลครบ 15 วัน
ส่วนจะถึงขั้นออกพระราชกฤษฎีกากู้เงิน ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อมาตรึงราคาน้ำมันต่อไปหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ในวันนี้จะมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวข้องด้านกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการกู้เงิน ฉะนั้นคงต้องมาติดตามสถานการณ์ต่อเพราะขณะนี้ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงยังไม่สามารถออกกฎหมายอะไรได้
>> ก.พลังงาน เรียกประชุมด่วน ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน-ผู้แทนโรงกลั่นน้ำมัน หารือวางมาตรการ แก้ปัญหากระจายน้ำมันล่าช้า
14.54 น. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้เรียกตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนจากโรงกลั่นน้ำมันเข้าร่วมการประชุมด่วน เพื่อหารือ ประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด และวางมาตรการรับมือเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า
ภายหลังการประชุม กระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมันได้ข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติในการเร่งระบายน้ำมันสู่สถานีบริการ เช่น การระดมเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน การ เพิ่มรอบและปริมาณการกระจายน้ำมันออกจากคลังไปยังพื้นที่เป้าหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเชื่อมั่นว่าจากมาตรการเร่งด่วนทั้งหมดนี้ จะช่วยเติมเต็มปริมาณน้ำมันในสถานีบริการที่ขาดแคลน และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนคลายความกังวลและมั่นใจในเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ
>> กองทัพเรือ ปฏิบัติตามมติ ครม. งดเดินทางไปราชการต่างประเทศ เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ
14.59 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ส่วนราชการงดการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ เพื่อลดภาระงบประมาณด้านพลังงานและค่าใช้จ่ายภาครัฐ และให้สามารถนำงบประมาณที่เหลือไปใช้ในภารกิจที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้นั้น
กองทัพเรือได้รับนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติตามในทันที โดยได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดงดการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศตามมติ ครม.ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปราชการในต่างประเทศที่มีความจำเป็นต่อภารกิจของกองทัพเรือ ทั้งการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ การปฏิบัติตามเงื่อนไขตามสัญญาหรือข้อตกลงที่ผูกพันแล้ว จะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมและความจำเป็นของภารกิจเป็นรายกรณี เพื่อไม่ให้กระทบต่อภารกิจและเกิดความเสียหายต่อทางราชการ
กองทัพเรือยืนยันว่าจะดำเนินการบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเลของประเทศ และการดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวม
>> เพื่อนข้างห้องได้กลิ่น แจ้งตำรวจตรวจ พบร่างฝรั่งวัยเกษียณ ดับเปลือยกายในห้องน้ำ กลิ่นคลุ้งทั้งชั้น บนคอนโดย่านจอมเทียน
15.16 น. สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุพบชาวต่างชาติเสียชีวิตภายในห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านจอมเทียนสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา เข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ
คอนโดมิเนียมดังกล่าวเป็นอาคารสูง 22 ชั้น บริเวณชั้นที่ 12 มีกลิ่นเหม็นรุนแรงลอยคลุ้งทั่วโถงทางเดิน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบห้องพัก พบร่างของ นายแคมป์เบลล์ อายุ 72 ปี สัญชาตินิวซีแลนด์ สภาพนอนเปลือยกายเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ ร่างกายเริ่มเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด
นายบอ อายุ 38 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโด ให้การว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง เป็นชาวต่างชาติวัยเกษียณ อุปนิสัยเป็นมิตร มักซื้อลอตเตอรี่แจกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นประจำ และจะลงมาว่ายน้ำที่สระส่วนกลางทุกวัน แต่ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาไม่พบเห็นลงมาจากห้อง กระทั่งเพื่อนบ้านข้างห้องได้กลิ่นผิดปกติลอยออกมา จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนพบว่าเสียชีวิตแล้ว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มภายในห้องน้ำ ศีรษะกระแทกพื้นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมประสานสถานทูตประเทศนิวซีแลนด์เพื่อติดต่อญาติดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
>> กองทัพเรือสกัดจับ 10 คนจีน ลอบข้ามแดนจันทบุรี รับสารภาพทำงานสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน
15.21 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) นำกำลังหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ลาดตระเวนบริเวณบ้านป่าวิไล หมู่ 5 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบชายสัญชาติจีนต้องสงสัย 10 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 24 เครื่อง โดยเป็นผู้ไม่มีหนังสือเดินทาง 5 ราย และมีหนังสือเดินทาง 5 ราย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกควบคุมตัวให้การว่าได้เข้าไปทำงานในเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ (Cyber Scam) ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นระยะเวลานาน ก่อนหลบหนีและลักลอบข้ามแดนเข้าสู่ประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดไปยังกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 541 บ้านป่าวิไล ก่อนส่งตัวให้ สภ.โป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> รวบหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้า ทำเหยื่อสูญเงินหลักแสนบาท
18.06 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 22 ปี ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ฯ” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านหลังหนี่ง ถนนเพชรพระราม 2 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
พฤติการณ์ ตั้งแต่ธันวาคม พ.ศ.2566 ในพื้นที่อ. วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกหลอกให้โอนเงินซื้อขายหางพ่วงรถยนต์ ผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง ในราคา 240,000 ต่อราคาได้ 190,000 จากนั้นได้ตกลงกันโดยให้โอนค่ามัดจำรวมเป็นเงิน 120,000 บาท ก่อนจะถูกบล็อกหลังโอนเงินเสร็จ ต่อมา ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ สืบสวนจับผู้ต้องหาได้
จากการสอบคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น เล่าว่าตนเองอยู่ในช่วงตกงานประสบกับปัญหาที่บิดาเข้าโรงพยาบาล จึงได้รับจ้างเปิดบัญชีม้าโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 4,000 บาท สามเดือนรวมเป็นเงิน 12,000 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> 2 หนุ่มซิ่งกระบะแหกด่าน เสียหลักพุ่งข้ามเกาะชนขอบทาง กลางถนนมิตรภาพ ทิ้งของกลางยาบ้า, ไอซ์ ก่อน จนท.ไล่ตามรวบตัว จ.นครราชสีมา
19.45 น. รับแจ้งจาก กู้ชีพกลางดง มีอุบัติเหตุ รถกระบะได้เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลาง ไปชนกับแบริเออร์ ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาออก ช่วงหลัก กม.ที่ 35+750 ตรวจสอบไม่พบผู้บาดเจ็บ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง ตรวจสอบ เป็นรถกระบะ ลักษณะแต่งซิ่ง สีเขียว ไม่พบป้ายทะเบียน จากการตรวจค้น พบลังพลาสติก สีดำ ภายในบรรจุยาเสพติด เบื้องต้น มีทั้งยาบ้า, ไอซ์
เบื้องต้นทราบว่า รถกระบะคันดังกล่าว ได้ขับฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ ถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลัก กม.ที่ 39+900 ในพื้นที่ อ.กลางดง จ.นครราชสีมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ไล่สกัดจับ รถกระบะได้เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลาง ไปชนกับแบริเออร์ ช่วงหลัก กม.ที่ 35+750 ในฝั่งขาออก หลังเกิดเหตุผูัขับขี่และผู้โดยสาร ได้ทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีไป
หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย เป็นชายไทย โดยคนแรก มีบาดแผลได้รับบาดเจ็บศีษะแตก ส่วนคนที่สอง มีอาการไหล่หลุด จากอุบัติเหตุ ทางเจ้าหน้าที่สอบให้อาสาสมัครนำส่งรักษาที่ รพ.มวกเหล็ก
>> ‘กองทุนน้ำมัน’ เพิ่มเงินอุดหนุนน้ำมันดีเซลเป็น 20.36 บาทต่อลิตร ตรึงราคาไว้ไม่ให้ทะลุ 30 บาท มีผลตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป
19.58 น. คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบง. ออกประกาศฉบับที่ 22 พ.ศ. 2569 ปรับปรุงอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกในประเทศไม่ให้สูงเกินไป ลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย และอัตราเงินคืนสำหรับน้ำมันประเภทต่าง ๆ ทั้งที่ผลิตในราชอาณาจักรและนำเข้ามาเพื่อใช้ในประเทศ โดยกลุ่มน้ำมันดีเซลสำหรับ "ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา" และ "ดีเซลหมุนเร็ว B20" รัฐยังคงให้การสนับสนุนโดยจ่าย เงินชดเชยให้ลิตรละ 20.36 บาท ขณะที่ "ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียม" (เช่น Caltex Power Diesel, Shell V-Power Diesel) จะต้อง ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 1.50 บาท กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ "น้ำมันเบนซิน" ต้อง ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 0.10 บาท ขณะที่กลุ่มแก๊สโซฮอล์ส่วนใหญ่จะได้รับเงินชดเชย เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ชดเชยลิตรละ 9.73 บาท และ แก๊สโซฮอล์ E85 ชดเชยลิตรละ 2.28 บาท และกลุ่มน้ำมันอื่น ๆ เช่น น้ำมันก๊าดส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาท และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเป็นไปตามกรอบนโยบายที่ต้องการให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความผันผวนของราคาตลาดโลก และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม หรือ Cross Subsidies เพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและไม่กระทบต่อกลไกตลาดเสรี
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
21.30 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 188 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถจักรยานยนต์ชนกัน บาดเจ็บเป็นชายต่างด้าว ส่วนหนุ่มไทยวัย 37 ปีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
22.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกัน และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ภายในซอยบางกระดี 35/1 ในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีฟ้า - ขาว ป้ายทะเบียน สมุทรสาคร ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย อายุ 44 ปี เป็นชายต่างด้าว ทางอาสาสมัครนำส่ง รพ.บางปะกอก 8 และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุประมาณ 37 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ
>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ กลางแยกหน้าปากซอยโพธิ์อ้น - หวายสอ 3 มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย
00.36 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขตอำเภอสองพี่น้อง มีอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต บนถนนเส้นทาง โพธิ์อ้น - หวายสอ ช่วงหน้าซอย 3 ในพื้นที่ เขตเทศบาลเมืองสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า ยารีส สีขาว สภาพหน้ารถพังเสียหายจอดอยู่กลางถนน ห่างออกไปที่โคนต้นไม้ข้างทาง พบรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อ ป้ายทะเบียน สุพรรณบุรี ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้หญิง 1 ราย ทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ. สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 และในที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้หญิง 1 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง