วันที่ 2 มีนาคม. 2569 เวลา 16:46 น.
นายกรัฐมนตรี ประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ ฟังข้อเสนอรับมือผลกระทบสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมหามาตรการรับมือด้านเศรษฐกิจทางตรง-ทางอ้อม ย้ำให้ความสำคัญความปลอดภัยคนไทย-ธุรกิจไทยในพื้นที่
วันนี้ (2 มี.ค.69) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ประชุมผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า วันนี้ได้เรียกทุกท่านมาประชุมเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีการปฏิบัติการทางการทหารเมื่อวันที่28 ก.พ.ผ่านมา ในขณะนี้เป้าหมายของการโจมตีก็ยังเป็นเป้าหมายทางการทหารอยู่ โดยประเทศอิหร่านได้ตอบโต้ไปยังหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเริ่มโจมตีเรือบรรทุกน้ํามันในช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนไทยคงมีการได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย ตนจึงเรียกประชุมทุกท่านเพื่อเตรียมความพร้อมจํากัดความเสียหาย โดยให้มีผลกระทบต่อประเทศไทยน้อยที่สุด
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมามีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และมีมาตรการหลาย ๆ เรื่องที่จะช่วยทําให้เกิดความมั่นคง และความมีเสถียรภาพสําหรับประเทศไทยต่อสถานการณ์นี้มาต่อยอดในการประชุม ในส่วนของเรื่องเศรษฐกิจและภาคเอกชน เราจะมีมาตรการอย่างไรที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และประเทศมากที่สุดเท่าที่จะทําได้
นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องของการช่วยเหลือพลเมืองไทย ที่อยู่ในประเทศที่มีปัญหาตอนนี้ ได้มีการดําเนินการด้านทูต โดยเราจะให้การช่วยเหลือทุกรูปแบบ ประชาชนไทยที่อยู่ในประเทศอิหร่านก็จะเร่งให้การช่วยเหลือโดยนํากลับสู่ประเทศไทยให้เร็วที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ส่วนประเทศอื่น ๆ จะมีการประสานงานผู้ที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับก็จะมีมาตรการช่วยเหลือต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การประชุมนี้อยากให้ทุกท่านร่วมกันประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยให้ความสําคัญกับผลกระทบของคนไทยและธุรกิจไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ เรื่องผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งราคาพลังงาน การค้าการลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าครองชีพ ตนพร้อมที่จะฟังข้อเสนอแนวทางรับมือที่ชัดเจน และสามารถดําเนินการได้ทันทีเพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในการดําเนินชีวิตและประกอบธุรกิจต่อไปอย่างเป็นปกติสุข
2 มีนาคม. 2569
2 มีนาคม. 2569