หน้าแรก > อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ ทลายแก๊งสแกมเมอร์วิดีโอคอลขู่โอนเงิน เหิมสั่งเหยื่อเอาเงินสดไปให้เกือบ 10 ล้าน

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15:02 น.


วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งสแกมเมอร์ วิดีโอคอลขู่โอนเงิน เหิมสั่งเหยื่อเอาเงินสดไปให้เกือบ 10 ล้าน ตามรวบจีนเทาพร้อมยึดทรัพย์-อายัดคริปโต

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายชายรายหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากค่ายโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่าผู้เสียหายเปิดซิมการ์ดโทรศัพท์ให้ผู้อื่นไปใช้ทำผิดกฎหมาย แล้วแจ้งว่าให้ผู้เสียหายรีบแจ้งความหากไม่ได้กระทำผิดจริง

จากนั้นมิจฉาชีพได้แนะนำให้แอดไลน์เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม มีการแชทคุยและวิดิโอคอลผ่านบัญชีไลน์หลายครั้ง ทุกครั้งที่พูดคุยคนร้ายจะข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายเล่าเรื่องดังกล่าวให้คนอื่นฟังเด็ดขาด จากนั้นจึงเริ่มหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ตรวจสอบ 2 ครั้ง รวม 175,834 บาท

ต่อมา คนร้ายเปลี่ยนแผนโดยสั่งให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปส่งมอบแทน โดยสั่งให้ผู้เสียหายนำเงินสดไปส่งให้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น วางเงินสดไว้หน้าบ้าน หรือ ส่งมอบที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า โดยคนร้ายจะคอยควบคุมสั่งการผ่านการโทรวิดีโอคอลตลอดเวลา  ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินสดให้คนร้ายอีกจำนวน 7 ครั้ง เป็นเงิน 9,040,000 บาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 9,215,834 บาท

วันต่อมา คนร้ายได้สั่งให้ผู้เสียหายส่งมอบเงินสดเพิ่มอีกจำนวน 100,000 บาท ผู้เสียหายจึงเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท. จึงนำทีมวางแผนจับกุมกรณีดังกล่าว โดยซ้อนแผนตกลงกับคนร้ายให้ผู้เสียหายวางเงินสดไว้ท้ายรถยนต์เพื่อส่งมอบกันบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว กทม. กระทั่งคนร้ายหลงกลสวมชุดดำสะพายกระเป๋าเป้สีดำสวมหน้ากากอนามัย เดินทางมารับเงินสดเพียงคนเดียว  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม  

จากการจับกุม ทราบว่าชายที่มารับเงินสด อายุ 27 ปี สัญชาติจีน เจ้าหน้าที่ได้ซักถามข้อมูลและสืบสวนขยายผลจนทราบว่าคนร้ายได้รับว่าจ้างด้วยสกุลเงินดิจิทัล USDT จากชาวจีนรายหนึ่ง โดยสั่งการผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมให้มารับเงินสดตามจุดต่างๆ จากนั้นจะนำเงินไปมอบให้แก่ชาวจีนอีกคน มีที่พักอยู่ ถนนเย็นจิต เขตสาทร กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ จากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบ พบว่ามีการนำเงินจากบัญชีม้าที่ได้จากผู้เสียหายไปซื้อทองคำ แล้วนำทองคำไปขายทันที แล้วนำเงินที่ได้จากการขายทองคำไปส่งมอบให้หัวแก๊งชาวจีนรายนี้ ก่อนที่เงินสดจะถูกแปรสภาพเป็นสกุลเงินดิจิทัล เพื่อฟอกเงินและตบตาเจ้าหน้าที่ โดยกระทำการในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

จากการขยายผล บุกเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ถนนเย็นจิต จับกุมชายชาวจีนดังกล่าวซึ่งเป็นระดับหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์รายสำคัญ จำนวน 2 ราย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับขบวนการหลอกลวงดังกล่าว พร้อมทั้งสามารถอายัดคริปโต ตรวจยึดอุปกรณ์เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องการกระทำความผิดได้หลายรายการ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม