24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2568
>> พ่อแม่ใจยักษ์ แอบนำลูกน้อยแรกเกิด มาทิ้งในหอพักพนักงานโรงแรม ย่านพัทยาใต้
07.50 น. สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่า พบร่างทารกถูกนำมาทิ้ง อยู่ภายในหอพักของพนักงานโรงแรม ตั้งอยู่ใน ซอยพัทยาใต้ 18 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ เป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นครึ่ง เรียงรายติดกัน 10 คูหา ตัวอาคารถูกสร้างดัดแปลงเป็นหอพัก ของพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ตรวจสอบบริเวณระเบียงทางเดิน ชั้นลอย ( ชั้น 2 ) พบร่างเด็กทารกแรกเกิด เพศชาย ลักษณะเพิ่งคลอดไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง และ ยังมีชีวิตอยู่ ส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา โดยเด็กทารกอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อผ้า มีเพียงเสื้อสีเขียวอ่อนห่อคลุมร่างไว้ นอนอยู่บนกระสอบปุ๋ยสีขาว นอกจากนี้ เนื้อตัวยังมีคราบเลือดติดอยู่ และสายสะดือก็ยังไม่ถูกตัด ทีมกู้ภัยฯ จึงตัดสินใจประสานไปยังเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเมืองพัทยา เดินทางมารับตัวเด็กทารก เพื่อไปทำการดูแลรักษาต่อ ซึ่งจากการตรวจสอบประเมินอาการในเบื้องต้น เด็กมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.3 กก.
น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี เป็นชาวไทยใหญ่ ให้ข้อมูลว่า ตนเองพักอยู่ที่หอพักดังกล่าว โดยช่วงเวลาประมาณเกือบ 7 โมงเช้า ได้ยินเสียงทารกร้องสนั่นลั่นตึก ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกตกใจ เพราะว่าที่หอพักไม่มีคนเลี้ยงเด็กเล็ก และก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครตั้งครรภ์ จึงรีบลงมาดู และเดินตามหาที่มาของเสียง จนมาถึงบริเวณทางเดินชั้นลอย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืดมาก จึงเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องหา ก็ถึงกับช็อคเมื่อพบ เด็กทารกนอนอยู่กับพื้นส่งเสียงร้องดังลั่นจึงรีบประสานกู้ภัยฯ มาทำการช่วยเหลือดังกล่าว
ขณะที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเชื่อว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้น่าจะเป็นบุคคลภายนอก แอบลักลอบนำเด็กทารกแรกเกิดมาทิ้งในหอพักดังกล่าว โดยตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามหาพ่อแม่ใจยักษ์รายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์กลางถนน มีผู้เสียชีวิตเป็นคุณตาวัย 81 ปี
08.23 น.รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างเที่ยงธรรม มีอุบัติเหตุ รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนเส้นทาง บ้านหนองหัวช้าง ในพื้นที่ ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน สุรินทร์ ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน ฉะเชิงเทรา ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 81 ปี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหมากฝ้าย และแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่ง รพ.วัฒนานคร เพื่อชันสูตรต่อไป
>> กรมอุตุนิยมวิทยา เผยเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ไม่กระทบประเทศไทย
08.43 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) รายงานการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 แมกนิจูด บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออกของเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ความลึกประมาณ 10–23 กิโลเมตร
ภายหลังเหตุการณ์ สหรัฐอเมริกาและฟิลิปปินส์ได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิ สำหรับพื้นที่ชายฝั่งใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแล้ว พบว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อชายฝั่งประเทศไทย และไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิในไทย
>> ทลายบริษัทคริปโตเถื่อน ฟอกเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท
10.00 น. บก.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ แถลงข่าวทลายบริษัทคริปโตเถื่อน ตามรวบผู้ต้องหา 9 ราย พบฟอกเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เงินหมุนเวียนมหาศาล กว่า 1,000 ล้านต่อเดือน
โดยกรณีนี้ได้มีผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง สูญเงินกว่า 3 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ทีมสืบสวนทุจริตด้านดิจิทัลฝ่ายป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมสืบสวนจนพบข้อมูลสำคัญว่า ขบวนการดังกล่าวได้ใช้บัญชีม้า ถอนเงินที่หลอกลวงได้จากธนาคารภายในประเทศไทย จากนั้นได้นำเงินสดไปซื้อเงินสกุลดิจิทัลเพื่อปกปิดเส้นทางการเงินของบริษัท ซึ่งบริษัทแห่งนี้ซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลที่ไม่ได้จดทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) จากการตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงิน พบว่าบริษัทดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนมหาศาล กว่า 1,000 ล้านบาทต่อเดือน
และหลังจากเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 7 จุด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, ราชบุรี, นครปฐม, ฉะเชิงเทรา, เชียงใหม่ และ ชลบุรี ผลการตรวจค้น สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 คน พร้อมทั้งสามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่อง, แท๊บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 22 เล่ม และบัตรกดเงินสด ATM จำนวน 5 ใบ นำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี พร้อมสืบสวนขยายผลและติดตามเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าว เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงต่อไป
>> ตร.พัทยา ร่วมจับโจรลัก จยย. เทคนิคใหม่ ไม่ถึงนาทีเสร็จ อ้างหาเงินเลี้ยงหมาจร 300 ตัว
11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังตำรวจชุดฝ่ายป้องกันปราบปรามพิเศษ หรือชุด ป.พิเศษ สภ.บางละมุง ได้ร่วมกันจับกุม นายตอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ในคดีโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ในเขตท้องที่ สภ.เมืองพัทยา , บางละมุง , หนองปรือ , นาจอมเทียน และ ศรีราชา
สืบเนื่องมาจากในช่วงระยะเวลา 1 เดือน ที่ผ่านมา มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อดัง และกำลังเป็นที่ยอดนิยมของกลุ่มชาวบ้าน คือ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ราคารถใหม่จะอยู่ราคาคันละ 82,500 บาท ถูกโจรอาละวาดขโมยไปกว่า 10 คัน ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ตำรวจชลบุรี จึงมีการบูรณาการร่วมกัน สืบสวนสอบสวนแกะรอยคนร้าย โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด ก่อนจะมีการวิเคราะห์ว่าคนร้ายรายนี้ น่าจะเป็นคน คนเดียวกัน เพราะจากพฤติกรรม และเส้นทางที่ใช้หลบหนีหลังก่อเหตุ มุ่งหน้าไปยังเขตพื้นที่อำเภอศรีราชา
ต่อมาตำรวจมีการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน จนรู้คนร้ายรายนี้ ก็คือ นายตอ อายุ 23 ปี ก่อนจะสามารถตามไปจับกุม ได้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะเตรียมจะก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวน ก่อนจะยอมรับว่า เป็นบุคคลรายเดียวกันที่เคยตระเวนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ เกือบ 10 คัน ในหลายพื้นที่
นายตอ ยอมรับว่า เป็นบุคคลก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด โดยจะเลือกก่อเหตุเฉพาะ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ จากนั้นจะนำไปขายให้กับกลุ่มที่รับซื้อ ในราคาคัน 20,000 บาท บางส่วนจะนำไปใช้สอยในชีวิตประจำวัน บางส่วนไปให้แม่ ในการซื้ออาหารหมา เพราะแม่เลี้ยงหมาจรจัดไว้ 300 ตัว ในเขตพื้นที่ศรีราชา ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ดังกล่าว
>> จ.นราธิวาส เกิดเหตุคนร้ายยิง เจ้าหน้าที่ทหารพราน 46 ได้รับบาดเจ็บ 1 นายเร่งนำส่ง รพ.
13.30 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เหตุเกิดบริเวณถนนในหมู่บ้านบองอ หมู่ที่ 4 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับ หมู่ที่ 6 ตำบลผดุงมาตร อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส
เป็นเหตุให้ อส.ทพ.นาซือรี อายุ 37 ปี ชาวอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลจากกระสุนปืนเข้าบริเวณซี่โครงด้านขวา จำนวน 3 นัด ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งตัวยังโรงพยาบาลจะแนะ และส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
>> กองทัพภาคที่ 1 แจงข้อเท็จจริง สถานการณ์ชายแดนฯ บ้านหนองหญ้าแก้ว ต่อคณะผู้สังเกตการณ์ IOT
15.59 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 10 ต.ค.68 ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ในพื้นที่บ้านหนองจาน ฝ่ายไทยมีมวลชนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งสื่อมวลชน ประมาณ 200 คน รวมตัวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการปกป้องอธิปไตยของไทย ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม ฝ่ายกัมพูชามีมวลชนเข้ามาสมทบในพื้นที่ การปฏิบัติการที่สำคัญ หน่วยได้จัดกำลังระวังป้องกันในพื้นที่ตอนใน
ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ฝ่ายไทยมีมวลชนจำนวนหนึ่งในพื้นที่ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญ ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม ฝ่ายกัมพูชาพบความเคลื่อนไหวประชาชนและมวลชน/ผู้สื่อข่าว ประมาณ 100 คน บริเวณรั้วลวดหนามและกระจายรอบหมู่บ้านเปรยจัน โดยมีทหาร ตำรวจและส่วนราชการ คอยอำนวยความสะดวกและการจัดระเบียบ สถานการณ์ทั่วไปปกติ การปฏิบัติการที่สำคัญ หน่วยได้จัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) 1 กองร้อย เข้าควบคุมและรักษาความปลอดภัยพื้นที่ เเละจัดชุดตรวจค้นวัตถุระเบิด 4 ชุด พร้อมอุปกรณ์ตรวจค้นเเละรถถากถางหุ้มเกราะ D5 ดำเนินการตรวจสอบค้นหาวัตถุระเบิดที่คาดว่าตกค้างในพื้นที่ปฏิบัติการฝ่ายไทย บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว โดยจะสามารถได้พื้นที่ปลอดภัย จำนวน 38,256 ตารางเมตร
นอกจากนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ (IOT) ประจำราชอาณาจักรไทย เดินทางมาสังเกตการณ์ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตามแนวชายแดนของ จ.สระแก้ว รับทราบสถานการณ์ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดย กองทัพภาคที่ 1 ได้ชี้แจงให้คณะ IOT รับทราบ ถึงการขั้นตอนดำเนินการจัดการพื้นที่ที่ชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยของไทย เป็นไปตามมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้กรอบกฎหมายไทยและหลักสากล ต่อกรณีฝ่ายกัมพูชา โดยกองพลทหารราบที่ 51 แจ้งให้ฝ่ายไทยระงับการเก็บกู้ระเบิดในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อ้างละเมิดของตกลง GBC นั้น กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่าฝ่ายไทยดำเนินการดังกล่าว ในพื้นที่อธิปไตยของไทยไม่ใช่พื้นที่อ้างสิทธิ์
>> ผบช.ก. คนใหม่ เร่งสอบคดีติดสินบน 40 ล้าน จ่อส่ง ป.ป.ช. ใน 30 วัน
16.34 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เผยความคืบหน้าคดีติดสินบน 40 ล้านบาท หลังนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบปราม กรณีนายคิวเสนอเงิน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่เร่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เผยว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบพยานไปแล้ว 3 ปาก และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 144 โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า ก่อนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วันนับจากวันรับแจ้งความ
ส่วนกรณีที่นายคิว ถูกระบุว่า มีส่วนเชื่อมโยงกับบ่อนกาสิโนในปอยเปตและเว็บพนันออนไลน์ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ตำรวจสอบสวนกลางอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ยืนยันสามารถตรวจสอบได้ทุกคน หากพบพัวพันจริง จะติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
>> นายธรรมนัส เดินหน้านโยบาย “สร้างรายได้–สร้างตลาด–สร้างโอกาส” ขับเคลื่อน Quick Big Win ยกระดับเกษตรกรไทยสู่ความยั่งยืน
16.50 น. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่โรงเรียนแม่กุวิทยาคม ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พบปะพี่น้องเกษตรกร และมอบปัจจัยการผลิตเพื่อบรรเทาปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ
โดยมีการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตรให้เกษตรกรจำนวน 200 ราย พร้อมมอบพันธุ์ไม้ผล ต้นหม่อน กาแฟพันธุ์อาราบีก้า เมล็ดพันธุ์ข้าว และพันธุ์ปลา เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ด้านรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ด้านการเกษตร ว่าเป็นแนวทางเร่งด่วนที่ต้อง ดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและยกระดับภาคเกษตรในทุกมิติ ประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเร่งรัดการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกร, การยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง, การเสริมศักยภาพเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร, การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ, การจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืน และการทำสงครามกับสินค้าเกษตรเถื่อน
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ย้ำว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “สร้างรายได้–สร้างตลาด–สร้างโอกาส” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีรายได้มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ และนำพาภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
>> ไฟไหม้ภายในอพาร์ทเม้นท์ ซอยประชาสงเคราะห์ 27 เสียหายหมดทั้งห้อง
17.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยประชาสงเคราะห์ 27 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 6 ชั้น ประกอบกิจการ ให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ภายในห้องเลขที่ 5214 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง
>> นายกฯ “อนุทิน” ลงพื้นที่สิงห์บุรี มอบกรมโยธาฯ เร่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม – ลดความเดือดร้อนประชาชนโดยเร็วที่สุด
17.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี
โดยมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เน้นการทำงานเป็นหนึ่งเดียว เพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน เบื้องต้นในสัปดาห์หน้า ครม. จะอนุมัติเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท
นอกจากนี้ ได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 1,700 บาท เพื่อจับจ่ายใช้สอย และยังมีโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วง 2 เดือนข้างหน้า โดยรัฐบาลมุ่งมั่นเดินหน้านโยบายช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน
>> ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ ซอยเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ 20/3 เสียหายวอดทั้งห้อง
18.19 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ 20/3 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เบรกเกอร์เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม
>> ผบ.ตร.กำชับตำรวจร่วมยุทธการกองทัพ ส่ง 6 กองร้อยตรึงชายแดน ยึดคืนหนองจาน – หนองหญ้าแก้ว รักษาแผ่นดินไทย ย้ำปฏิบัติการตามขั้นตอน
18.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ซึ่งครบกำหนดเส้นตายที่ฝ่ายไทยยื่นคำขาดให้ชาวกัมพูชาอพยพออกจากพื้นที่ทับซ้อนบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ว่า
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับตำรวจในพื้นที่ทั้งตำรวจภูธรภาค 2, ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมยุทธการกับกองทัพเพื่อรักษาแผ่นดินไทย รักษาอธิปไตยของชาติ โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ยุทธวิธีตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกนาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่ให้ดูความพร้อมของยุทโธปกรณ์ กำลังพลในการออกปฏิบัติการ และมีการข่าวที่แม่นยำ ป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงรองรับทุกสถานการณ์ โดยย้ำว่าตำรวจมีหน้าที่หลักในการบังคับใช้กฎหมาย หากมีการกระทำใดที่ละเมิดกฎหมายไทยจะต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้กำลังตำรวจภูธรภาค 2 เป็นตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) 6 กองร้อย หรือ 1,020 นาย สนับสนุนกำลังของกองทัพในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ขณะนี้มีความพร้อมและมีขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับให้ดูแลขวัญกำลังใจของกำลังพลด้วย และในวันพรุ่งนี้ (11 ตุลาคม 2568) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วด้วยตัวเอง เพื่อให้ขวัญกำลังใจและควบคุมการปฏิบัติ
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
00.03 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 177 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต ลักษณะถูกรถไม่ทราบชนิดทับร่าง
01.10 น. รับแจ้งจาก อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสัก มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 12 มุ่งหน้าหล่มสัก ใกล้เคียงแยกปากห้วยขอนแก่น ในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ล้มคว่ำอยู่เลนซ้าย ใกล้กันที่เลนกลางถนน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30 - 40 ปี สภาพถูกรถไม่ทราบชนิดทับร่าง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก
>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา
03.28 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 199 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
28 มิถุนายน 2569
28 มิถุนายน 2569
ดีเดย์! เลือกตั้งผู้ว่า กทม.-สก. เตรียมพร้อมก่อนเปิดหีบลงคะเเนน
28 มิถุนายน 2569
28 มิถุนายน 2569
ดีเดย์! เลือกตั้งผู้ว่า กทม.-สก. เตรียมพร้อมก่อนเปิดหีบลงคะเเนน