หน้าแรก > อาชญากรรม

ปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP.5” ขยายผลกวาดล้างเครือข่ายบัญชีม้านิติบุคคล รวม 56 หมายจับ เชื่อมโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์ เสียหายรวมกว่า 250 ล้านบาท

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:08 น.


วันที่ 5 พย.69 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตฉอ.ตร.)  แถลงเปิดปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP.5” สืบสวนขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 56 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน, อั้งยี่ และซ่องโจร” แบ่งเป็นกลุ่มบัญชีม้านิติบุคคล 53 ราย และผู้จัดหาและควบคุมบัญชีอีก 3 ราย ปัจจุบันจับกุมแล้ว 32 ราย ประกอบด้วยกลุ่มบัญชีม้านิติบุคคล 29 ราย และผู้จัดหาและควบคุมบัญชีดังกล่าว 3 ราย

ปฏิบัติการนี้ เริ่มจากคดีหลอกลงทุนที่มีผู้เสียหายเพียงรายเดียว พบเพจเฟซบุ๊กชักชวนลงทุนเทรดหุ้น ก่อนมีผู้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและเสนอผลตอบแทนจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่ได้รับแจ้ง เมื่อขอถอนเงิน กลับถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าค้ำประกัน ค่าปิดบัญชีซื้อขาย และภาษี โดยอ้างว่าต้องชำระเพิ่มเติมจึงจะได้รับเงินคืน ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินต่อเนื่องถึง 122 ครั้ง รวม 111.69 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินจนพบเงินของผู้เสียหายไหลเข้าสู่บัญชีบริษัทหลายแห่ง และสืบสวนขยายผลจากผู้ต้องหาที่จับกุมได้ โดยคำให้การของผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลสอดคล้องกันเกี่ยวกับผู้จัดหาและควบคุมบัญชี เมื่อตรวจสอบประกอบรายการเดินบัญชี ข้อความสนทนา ภาพถ่าย และข้อมูลยืนยันตัวบุคคล จึงเชื่อมโยงถึงผู้รับมอบบัญชี ผู้สั่งถอนเงิน และผู้รับเงินสดอยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.เมย์ น.ส.ตุ้ม และ น.ส.หยก ก่อนติดตามจับกุมได้ทั้ง 3 ราย 

พยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง “น.ส.เมย์” ในบทบาทผู้ชักชวนและจัดหาบุคคลมาเปิดบัญชี รับมอบสมุดบัญชีและโทรศัพท์ ตลอดจนแจ้งยอดและสั่งถอนเงิน ส่วน “น.ส.ตุ้ม” ร่วมพาไปเปิดบัญชีและถอนเงินสด รับเงินร่วมกับ น.ส.เมย์  เพื่อนำส่งต่อ ขณะที่ผู้ให้การรายหนึ่งระบุว่าเคยเปิดบัญชีให้แก่ น.ส.หยก และภายหลังบัญชีถูกระงับ ผู้ให้การได้รับคำแนะนำให้ติดต่อ น.ส.หยก เพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดเตรียมเอกสารและประสานขอปลดอายัดบัญชี โดย น.ส.หยก กล่าวอ้างว่ามีพรรคพวกที่จะช่วยประสานงานเรื่องดังกล่าวได้

จากการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสมุดบัญชีนิติบุคคลพร้อมโทรศัพท์มือถือที่ใช้ควบคู่กันได้   อีกหลายชุด ซึ่งเป็นบัญชีที่เตรียมไว้สำหรับใช้กระทำความผิด นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด พบความเกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวงออนไลน์อื่นอีกไม่น้อยกว่า 130 คดี ความเสียหายรวมกว่า 250 ล้านบาท ผู้ต้องหาที่จับกุมได้มีภูมิลำเนากระจายใน 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 13 ราย ปทุมธานี 4 ราย สมุทรปราการและราชบุรี จังหวัดละ 2 ราย ส่วนกาญจนบุรี เชียงใหม่ เพชรบุรี สระบุรี ศรีสะเกษ สมุทรสาคร ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พิษณุโลก อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด จังหวัดละ 1 ราย

การสืบสวนพบวิธีจัดหาบัญชีม้านิติบุคคล 3 รูปแบบ ได้แก่ (1) การจัดหาบุคคลมาใช้ชื่อจดทะเบียนบริษัทหรือเปลี่ยนเป็นกรรมการแล้วเปิดบัญชีธนาคาร, (2) การซื้อหรือรับช่วงบริษัทที่มีปัญหาทางธุรกิจเพื่อรับเอกสารและใช้บัญชี และ (3) การเช่าบัญชีบริษัทที่มีอยู่แล้วโดยเสนอผลตอบแทนหรือส่วนแบ่งจากยอดเงิน ในบางกรณีมีการเสนอค่าตอบแทน 30,000 บาท เพื่อให้ใช้ชื่อเป็นกรรมการ ทั้งที่บริษัทไม่ได้ประกอบกิจการตามที่กล่าวอ้าง ก่อนให้เปิดบัญชีและส่งมอบสมุดบัญชี โทรศัพท์ และช่องทางทำธุรกรรมออนไลน์แก่ผู้ควบคุม บัญชีนิติบุคคลเหล่านี้ถูกใช้รับเงินจากการหลอกลวง ก่อนโอนต่อหรือให้ผู้มีชื่อเป็นกรรมการไปถอนเงินสดตามคำสั่ง

โดยผู้ควบคุมจะแจ้งยอดเงินเข้า กำหนดสาขาธนาคาร และจัดคนร่วมเดินทางไปรับเงินสด เพื่อนำส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย เมื่อบัญชีมีปัญหาหรือถูกอายัด มีการอ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหาทางคดีและจัดเตรียมเอกสารเพื่อขอปลดอายัด รวมถึงพฤติการณ์ให้ลบข้อความ ปกปิดชื่อผู้เกี่ยวข้อง หรือตัดการติดต่อ เพื่อปกปิดความเชื่อมโยง ขณะที่ผู้มีชื่อเป็นกรรมการและผู้เปิดบัญชีกลับถูกทอดทิ้งให้เผชิญการดำเนินคดีเพียงลำพัง

นอกจากการใช้เอกสารนิติบุคคลเปิดบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอีกคดีที่นำเอกสารนิติบุคคลไปลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ 40 หมายเลข หนึ่งในนั้นถูกใช้โทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ HomePro หลอกผู้เสียหายโอนเงินหลักหมื่นบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการระงับการใช้งานซิมทั้ง 40 หมายเลขทันที เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

ทั้งสองคดีสะท้อนว่าเอกสารนิติบุคคลถูกนำไปใช้ได้ทั้งเปิดบัญชีรับเงินจากการหลอกลวงและจัดหาซิมสำหรับโทรหลอกเหยื่อ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยตรวจพบการนำซิมม้าไปใช้กับอุปกรณ์ SIM Box เพื่อโทรหลอกลวงประชาชนในวงกว้างอีกด้วย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม