วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 04:16 น.
หนุ่มเมาทำปืนลั่นใส่เพื่อนดับคาบ้านย่านดอนเมือง ก่อนตัดสินใส่ตัวเอง แต่กระสุนฝังแก้ม หลบหนีผิด ถูกจับจนมุมที่ซอยสามัคคี
เมื่อเวลา 22.15 น.วันที่ 4 พ.ย.69 ร.ต.ท.ศตวรรษ หาญนอก รอง สว.(สอบสวน)สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณบ้านมั่นคงเปรมประชาสมบูรณ์ ภายในบ้านหลังหนึ่ง บริเวณหลังวัดดอนเมือง ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.ชยพัธ หีบทอง สว.สส.สน.ดอนเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปราบปรามและฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง แพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นปลูกติดกันใกล้ริมคลอง ภายในบ้านชั้นล่างพบร่าง ของชายไทย อายุ 42 ปี นอนหงายหายหายใจรวยริน แพทย์พยายามทำ CPR แต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตในเวลาต่อมา สภาพบาดแผลถูกกระสุนปืน ขนาด.38 ยิงเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 แผล ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปกับแฟนสาว ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 40 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการใช้อาวุธปืนกระบอกที่ก่อเหตุยิงเข้าบริเวณใต้คางฝั่งซ้ายของตัวเองกระสุนฝังในแก้ม คาดพยายามหลบหนีความผิด ก่อนขึ้นรถหลบหนีไปกับแฟนสาว เจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรเพิ่มเติม ที่แผนกนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลภูมิพล
ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ หลังมีพลเมืองดีแจ้งให้มาตรวจสอบ จึงควบคุมตัว ชายผู้ก่อเหตุ เอาไว้ได้ อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสร้องโอดโอยเลือดไหลออกจำนวนมาก นั่งอยู่ที่บริเวณกลางซอยสามัคคี 51 แขวงท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี โดยมี หญิงสาว อายุ 38 ปี แฟนสาว อ้างว่าไม่ได้หลบหนี แต่นั่งรถแท็กซี่เพื่อมาคลีนิค
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงประสานรถพยาบาลนำตัวไปส่งรักษาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี เป็นการด่วน ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุ อ้างว่า นำไปโยนทิ้งบริเวณปากข้างทางใกล้กับที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน หญิงสาว ที่แฟนผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต นั่งดื่มสุรากับผู้ก่อเหตุ และผู้ก่อเหตุ นำอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ออกมาล้างทำความสะอาด เกิดปืนลั่นใส่ผู้ตาย ขณะนั้นตนได้ยินเพียงเสียงปืน ดังขึ้น 1 นัด กระทั่งแฟนหนึ่ง ได้วิ่งหลบหนีมาขอความช่วยเหลือชาวบ้านบริเวณนั้น ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและรอสอบปากคำ ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งต้องรอให้แพทย์รักษาให้อาการหายดี รวมถึงแบ่งกำลังติดตามค้นหาอาวุธปืนบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อมาประกอบสำนวนก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


