วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13:15 น.
วอชิงตัน, 3 พ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (2 พ.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวอาซิออส (Axios) ว่าเขายังไม่รีบร้อนตัดสินใจเกี่ยวกับการกลับไปโจมตีอิหร่าน หลังจากสหรัฐฯ ทำให้อิหร่านตกอยู่ในสภาวะอัมพาตทางการเงินจนไม่มีทั้งเงินและน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ประชาชนชาวอิหร่านเริ่มเหนื่อยล้ามากขึ้น
อาซิออสรายงานว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับทรัมป์ ขณะเขากำลังตัดสินใจว่าจะโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เพื่อพยายามจบความขัดแย้งหรือไม่ โดยทรัมป์ดูจะดำเนินแนวทางคู่ขนาน ทั้งความพยายามทางการทูตและการเตรียมกลับไปโจมตี หากเขามองว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุข้อตกลงแล้ว
ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่าราคาน้ำมันลดลงเกือบ 10 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 340 บาท) ต่อบาร์เรล หลังจากตลาดคาดการณ์ว่าจะไม่เกิดการทำสงครามกับอิหร่าน ขณะฝ่ายอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจริง
อาซิออสรายงานว่าทรัมป์กำลังพิจารณาทางเลือกที่เป็นไปได้ 3 แนวทาง ซึ่งแต่ละแนวทางมีกลุ่มที่ปรึกษาแตกต่างกันคอยสนับสนุน ได้แก่ การบรรลุข้อตกลงทางการทูต การกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหาร หรือการคงมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุดต่อไปโดยไม่ทำข้อตกลงใหม่และไม่กลับไปสู้รบอีก
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนจากทำเนียบขาว สนับสนุนทรัมป์หาทางบรรลุข้อตกลงทางการทูต เนื่องจากมองว่าการกลับไปสู้รบอาจยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็น และประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียต่างเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและแจ้งจุดยืนนี้ให้ทรัมป์ทราบแล้ว
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กลับสนับสนุนการกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหาร เนื่องจากมองว่าไม่สามารถไว้วางใจอิหร่านในการบรรลุข้อตกลงได้ และสหรัฐฯ ควรจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นด้วยกำลังทหาร
สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ (CIA) และมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ สนับสนุนทรัมป์ให้คงสถานะ "ไม่ทำสงคราม ไม่ทำข้อตกลง" ไว้ และปล่อยให้การกดดันทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป
ทั้งนี้ เดอะวอลล์สตรีตเจอร์นัลรายงานว่าทรัมป์เอนเอียงเข้าหาแนวทางโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเรื่องนี้
ในการพูดคุยทางโทรศัพท์กับเนทันยาฮูเมื่อวันเสาร์ (31 ต.ค.) ทรัมป์กล่าวว่าเขาต้องการให้เวลาเพิ่มกับแนวทางความพยายามทางการทูต แต่เนทันยาฮูผลักดันให้โจมตีทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะกองทัพอิสราเอลเตรียมแผนการโจมตีไว้แล้ว
ฝ่ายอิหร่านออกมาเตือนว่าการโจมตีครั้งใหม่จะนำสู่การตอบโต้เต็มกำลังแบบไม่ยั้งมือ ทว่าขณะเดียวกัน มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่าอิหร่านยังคงยินดีจะเจรจาต่อไป