วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15:13 น.
นายกฯ เผยผลสำเร็จเยือนภูฏาน ต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน เปิดโอกาสการค้า - ลงทุนไทยในพลังงานสะอาด เกษตร และสาธารณสุข พร้อมชวนเอกชนไทยร่วมพัฒนาเมืองเกเลฟู เมืองเศรษฐกิจแห่งอนาคต
นายกรัฐมนตรีเผยการเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการประสบความสำเร็จด้วยดี กระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ พร้อมต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ สาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร มุ่งขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย โดยเฉพาะพลังงานสะอาด เทคโนโลยีการเกษตร และการพัฒนาเมืองเกเลฟู ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งอนาคตของภูฏาน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.30 น. เวลาท้องถิ่นภูฏาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ณ เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงผลสำเร็จของการเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 โดยระบุว่า การเยือนครั้งนี้เป็นไปด้วยดีและประสบความสำเร็จ สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับภูฏาน ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ครอบคลุมด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร เพื่อขยายความร่วมมือและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ภูฏานจะมีประชากรประมาณ 800,000 คน แต่เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยในการเข้าไปลงทุนและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยระหว่างการเยือน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางขยายความร่วมมือและโอกาสการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอนาคต
ด้านการเกษตร ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของภูฏาน ไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาการเกษตรและการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการยกระดับภาคการเกษตรของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสินค้าและบริการไปยังภูฏานและภูมิภาคเอเชียใต้
ด้านสาธารณสุข นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับภูฏานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ การพัฒนาบุคลากร และการเปิดโอกาสให้นักศึกษาแพทย์และพยาบาลจากภูฏานเข้ารับการฝึกอบรมในประเทศไทย โดยการลงนามความร่วมมือด้านสาธารณสุขในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความร่วมมือทางการแพทย์ รวมถึงส่งเสริมการส่งต่อผู้ป่วยจากภูฏานเข้ารับการรักษาในประเทศไทย ซึ่งมีบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ
สำหรับการเดินทางเยือนเมืองเกเลฟู (Gelephu Mindfulness City: GMC) นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมืองเกเลฟูเป็นโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน ที่มุ่งพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม โดยเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีศักยภาพและเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยในการเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาเมือง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ภาคเอกชนไทย และขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเห็นว่าการเยือนภูฏานครั้งนี้ นอกจากจะช่วยกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าไทย การส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
1 พฤศจิกายน 2569
1 พฤศจิกายน 2569