24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2569
>> รถกระบะคนงานเก็บเผือก เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 3 และบาดเจ็บหลายราย จ.กาญจนบุรี
06.30 น. ศูนย์วิทยุพิทักษ์กาญจน์ รับแจ้งจากศูนย์กู้ภัยบ่อพลอย ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถกระบะพลิกคว่ำ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ริมถนนเส้นทางแขวงทางหลวงหลุมรัง ตำบลหลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุพบ รถยนต์กระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี ลักษณะพลิกคว่ำลงข้างทาง สภาพรถพังเสียหาย ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย เป็นผู้ชาย 6 ผู้หญิง 2 ราย ทางอาสาสมัครกู้ชีพ - กู้ภัยช่วยเหลือและนำส่ง รพ.บ่อพลอย ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 3 ราย อยู่ในพงหญ้าข้างทาง โดยทั้งหมดทราบต่อมาว่า เป็นคนงานเก็บเผือก จากอำเภอด่านมะขามเตี้ย
ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองรี
>> จับหนุ่มตระเวนขโมยมิเตอร์น้ำทั่วเมืองราชบุรี ตำรวจสายตรวจรวบทันควัน
09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีมีคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักถอดมิเตอร์น้ำประปาในช่วงเวลากลางคืน ภายในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลายครัวเรือน บางบ้านได้รับผลกระทบจนไม่มีน้ำประปาใช้ และต้องเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองราชบุรี สามารถจับกุมชายต้องสงสัยได้บริเวณถนนคฑาธร เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ขณะเดินอยู่ริมถนน ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการเกี่ยวกับร้านรับซื้อของเก่า เพื่อขยายผลตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับซื้อทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมหรือไม่
ทั้งนี้ ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองราชบุรี ที่เร่งติดตามและเข้าดำเนินการ หลังเกิดเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมหวังว่าการดำเนินคดีและการขยายผลจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น ฝากเตือนประชาชนหากพบเห็นบุคคลหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบได้ทันที เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยในชุมชน
>> รัฐบาลเร่งตรวจสอบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ หลังพบประชาชนเสี่ยงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม
09.33 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภค หลังมีรายงานประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากสถานการณ์น้ำท่วมและกรณีน้ำซึมจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานผลการคัดกรองสุขภาพประชาชน พบว่าส่วนใหญ่มีอาการทางผิวหนัง จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบแหล่งกำเนิดและเส้นทางการแพร่กระจายของสารปนเปื้อน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
นางสาวลลิดากล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) มีกำหนดลงพื้นที่ในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำบริเวณคลองในพื้นที่ตำบลโคกปีบและตำบลคู้ลำพัน อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี โดยจะสำรวจและเก็บตัวอย่างน้ำตามแนวคลองและเส้นทางการไหลของน้ำเข้าสู่ชุมชน รวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ที่ตรวจพบประชาชนมีระดับโลหะหนักในเลือดสูง เพื่อนำไปวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่
ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หากพบหลักฐานยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างสารปนเปื้อนกับแหล่งกำเนิดมลพิษ จะประสานหน่วยงานผู้มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนเพิ่มเติม
>> ทลายโกดังเครื่องสำอางแบรนด์จีน ยึด 13 ยี่ห้อ ของกลางกว่า 4 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
11.34 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคบ. ร่วม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องสำอาง ไม่มีเลขที่จดแจ้ง แสดงฉลากไม่ถูกต้องและเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 449,210 ชิ้น มูลค่ากว่า 7,084,200 บาท
สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และเจ้าหน้าที่ อย. ได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์
จากการเข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดและอายัดของกลางทั้งสิ้นรวม 13 ยี่ห้อ รวมจำนวน 449,210 ชิ้น มูลค่ากว่า 7,084,200 บาท
จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางดังกล่าว พบว่าไม่มีเลขที่จดแจ้ง ไม่แสดงฉลากภาษาไทยและแสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีการโฆษณาเกินจริง เช่น อ้างว่าช่วยลดริ้วรอยและรอยดำถุงใต้ตาได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหลังใช้
ด้าน เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ อย. ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ. ตรวจสอบโกดังลักลอบนำเข้าเครื่องสำอางมาจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้เกิดปฏิบัติการตรวจยึดเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก จึงขอเตือนผู้ประกอบการโกดัง และร้านค้าทุกแห่ง ให้ตรวจสอบสินค้าก่อนรับเข้าจัดเก็บหรือจำหน่าย ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
>> คุณลุงวัย 52 ปีขี่รถจักรยานยนต์ นอนเสียชีวิตบนไหล่ทาง ถนนหมายเลข 331 สภาพถูกล้อรถบรรทุกทับก่อนจะขับหลบหนีไป จ.ชลบุรี
11.46 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ถูกรถบรรทุกชนแล้วหลบหนี และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนหมายเลข 331 เส้นทางมาบเอียง - แหลมฉบัง บริเวณใกล้เคียงทางกลับรถ ยางเอน ในพื้นที่ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ล้มคว่ำอยู่ไหล่ทาง และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะนอนคว่ำหน้า สภาพถูกล้อรถเหยียบที่ศีรษะ ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 52 ปี
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง
>> "อนุทิน" ยันรัฐบาลเดินหน้าปราบสแกมเมอร์เต็มที่ ลั่นทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นใคร
15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงกรณีการออกหมายจับ เบน สมิท ว่า รู้สึกดีใจที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าสืบสวนสอบสวนและดำเนินการในทุกเรื่อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยแนวนโยบายและแนวทางการทำงานที่ได้มอบหมายไว้ ได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ทั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด โดยไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมการหรือสั่งการเป็นรายกรณี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจแนวนโยบายและพร้อมดำเนินการตามหน้าที่
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นบุคคลใด จะใช้ชื่อเรียกหรือมีสถานะอย่างไร หากกระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
“อยากให้ผู้สื่อข่าวช่วยนำเสนอข่าวให้พี่น้องประชาชนคลายความกังวลใจได้ว่า ไม่มีการละเว้น โดยเฉพาะในยุคที่ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาล เพราะผมเข้ามาด้วยความตั้งใจที่จะจัดการเรื่องเหล่านี้”
นายอนุทิน กล่าวว่า การปราบปรามผู้กระทำผิด โดยเฉพาะขบวนการสแกมเมอร์ ถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล เนื่องจากเป็นการกระทำที่ฉุดรั้งความเจริญและสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศให้เกิดความเจริญก้าวหน้า จึงไม่อาจปล่อยให้กลุ่มผู้กระทำผิดเข้ามาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศได้ พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจัง โดยจะสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถสืบสวนสอบสวน ขยายผล และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับทุกคนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น
>> รถบรรทุก 10 ล้อเปลี่ยนเลน มองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน คนซ้อนเป็นแม่บาดเจ็บ ส่วนลูกสาวผู้ขับขี่เสียชีวิต จ.นนทบุรี
16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ เฉี่ยวชนกับรถจยย. มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านข้าวต้มปลา ถนนราชพฤกษ์ (มุ่งหน้าวงเวียนพระราม 5) ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 3 เลน บริเวณเลนขวามือพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก 125 สีชมพู-ขาว สภาพรถด้านซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตทราบ เป็นหญิงไทย อายุ 20 ปี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าแตะ และพบหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบตกอยู่ข้างลำตัว
ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร พบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ จอดอยู่บริเวณเลนที่ 2 ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายออ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทาง นายออ คนขับรถสิบล้อ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุ ตนเองขับรถบรรทุก 10 ล้อเปล่ามาจากเส้นบางกร่างเพื่อมุ่งหน้าไปทางพระราม 5-บางกะปิ ในการรับพัสดุ เมื่อเลี้ยวตัดเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ จึงได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลนจากซ้ายไปขวา โดยเปิดไฟเลี้ยวนำมาประมาณ 100 เมตร ก่อนจะเบี่ยงเข้าช่องทางขวาสุดเพื่อเข้าเลนหลัก ระหว่างที่กำลังเปลี่ยนเลน ได้ยินเสียงคนร้องกรี๊ดดังมาจากข้างรถ และพบว่ามีรถจักรยานยนต์ขับขี่มาเทียบอยู่ข้างตัวรถ ก่อนจะเกิดการเฉี่ยวชนกันบริเวณช่วงล่างของตัวรถบรรทุก 10 ล้อ ระหว่างล้อหลังของคู่หน้าไปจนถึงช่วงกลางรถแถวท่อไอเสีย ตนจึงรีบจอดรถลงมาดูทันที และได้โทรศัพท์แจ้งรถฉุกเฉิน
นายออ คนขับ กล่าวต่อว่า บนรถจักรยานยนต์ขับขี่มาจำนวนกัน 2 คน โดยคนซ้อนท้ายเป็นแม่ของผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บแต่สามารถลุกเดินได้ ไม่ถึงขั้นสาหัส หลังเกิดเหตุตนเห็นแม่ได้เข้ามากอดและเขย่าตัวลูกสาว ซึ่งเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ ตนไม่แน่ใจว่าเสียชีวิตในทันทีหรือไม่ ทั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมากและไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้เลย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัวผู้ขับขี่รถบรรทุกไปสอบสวนเพิ่มเติม และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป
>> รวบสาวบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกตุ๋นเหยื่อสูญเงินนับแสน สารภาพขายบัญชีแค่ 500 บาท
16.02 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.นอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี โดยจับกุมได้ที่ร้านล้างรถ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากได้มีผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ติดต่อหาผู้เสียหาย แจ้งว่าให้ดำเนินการ กดเข้าลิงก์ในระบบของสำนักงานประกันสังคมที่ผู้แอบอ้างได้ส่งเพื่อดำเนินการยันยันตัวตน ผู้เสียหายหลงเชื่อกดเข้าลิงก์ดังกล่าว ผู้แอบอ้างได้หลอกให้ผู้เสียหายคุยกับเจ้าหน้าที่ไปเรื่อย ๆ หลังจากวางสายแล้ว จึงทราบว่าลิงก์ที่กดเข้าไปนั้นเป็นลิงก์ที่ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบ เมื่อไปตรวจสอบยอดเงินในแอปธนาคาร จึงทราบว่าได้มีเงินโอนออกจากบัญชีผู้เสียหายไปยังบัญชีผู้ต้องหา เป็นจำนวนเงินมากกว่า 700,000 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่า น.ส.นอ คือผู้กระทำผิดและ ได้หลบหนีการจับกุมจาก จ.เชียงใหม่ ไปพักอาศัยในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุม จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่า ได้ขายบัญชีให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้เงินจำนวน 500 บาท และจากการตรวจสอบยังพบหมายจับในลักษณะเดียวกันอีก 3 หมายจับ มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 200,000 บาท รวมความเสียหายทั้งหมดประมาณ 900,000 บาท จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สอท.4 ณ กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (ส่วนหน้าเชียงใหม่) ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> "191" จับไม่พัก รถบรรทุกข้าวโพดซุก "ยาบ้า" บิ๊กล็อต 6.5 ล้านเม็ด
17.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายยาเสพติด ผู้ต้องหาเป็นชาย 1 ราย อายุ 32 ปี จับกุมได้ที่ริมถนนหมายเลข 1 ต.อ่างทอง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ แจ้งข้อหา“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” พร้อมด้วยของกลางและทรัพย์ที่ตรวจยึด "ยาบ้า" จำนวนประมาณ 6,472,000 เม็ด , รถบรรทุกสิบล้อ จำนวน 1 คัน , โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยลักลอบลำเลียงยาเสพติดแฝงมากับสินค้าการเกษตร โดยลำเลียงจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ขนส่งกระจายในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยใช้รถยนต์บรรทุกสิบล้อฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนขยายผลเรื่อยมา
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับเพิ่มเติมว่า กลุ่มจะนำยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบนลำเลียงเข้ามากระจายในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยใช้รถยนต์บรรทุกสิบล้อฯ คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนสะกดรอยติดตาม และได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ กระทั่งวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 05.50 น. รถยนต์บรรทุกสิบล้อ คันดังกล่าวได้ชะลอความเร็ว จอดบริเวณข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอทำการตรวจค้น โดยให้ผู้ต้องหาเป็นผู้นำตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ยาบ้า จำนวนประมาณ 36 กระสอบ (ประมาณ 6,472,000 เม็ด) ซุกซ่อนโดยนำข้าวโพดวางทับอำพรางการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมแจ้งสิทธิ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
>> ไฟไหม้ห้องครัว ควันโขมง กลิ่นแก๊สคลุ้งทั่วบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งดับทัน ไม่มีผู้บาดเจ็บ จ.ชัยนาท
17.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณหมู่ 5 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท ก่อนเร่งประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลเมืองชัยนาท เทศบาลตำบลบ้านกล้วย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท เข้าระงับเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้น พบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณเตาแก๊สภายในห้องครัว มีควันพวยพุ่งจำนวนมาก พร้อมกลิ่นแก๊สรั่วกระจายทั่วบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงจนสงบลงได้ในเวลาไม่นาน จากเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่พบว่าเตาแก๊สและเครื่องครัวภายในบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน
จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เจ้าของบ้านเปิดแก๊สทิ้งไว้แล้วลืมปิด ก่อนมีผู้พบเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้องครัว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว
>> นายกรัฐมนตรี เผย ”หนุ่มโพสต์ข้อความ“ ถูกดำเนินคดีตามหมายจับ ไม่ใช่ใบสั่งตน ลั่นเอาผิดคนแชร์ แม้ลบโพสต์หนี ด้าน โฆษก ตร.ยันตำรวจจับกุมตามหมายศาล
17.38 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ตำรวจควบคุมตัว นายชอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี เจ้าของเพจหนึ่ง ว่า ยืนยันว่าตนเองไม่ใช่คนสั่งการให้ตำรวจไปจับ แต่เพราะว่าตำรวจมีพยานหลักฐานจึงไปขอศาลออกหมายจับ ส่วนการที่ตนเองออกมาชี้แจงเพื่อเป็นการปรามผู้ที่แชร์ต่อ เนื่องจากมีบางคนที่ไม่รู้เรื่อง จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้คนส่วนใหญ่เข้าใจ ซึ่งหากมีเหตุลักษณะนี้ออกมาเรื่อยๆ แล้ว ทำให้คนที่ไม่ทราบข้อมูลเข้าใจผิดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร มันจึงเป็นการเริ่มเล่นเกมนอกมารยาท
”ส่วนการที่ผู้ต้องหาปฏิเสธ ตำรวจจับตามพยานหลักฐานที่ทำผิด ซึ่งหากตนจะแจ้งความ จะแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่แชร์ ซึ่งข้อความในโพสต์ระบุถึงขั้นตนรับเงิน 7 ล้านบาท และทางธนาคารมีการยืนยันแล้วว่าโพสต์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทันที แล้วพอธนาคารออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ความจริง ผู้ต้องหาก็ลบโพสต์และโพสต์ใหม่ในข้อความที่ว่า "อนุทินตายแน่" ซึ่งเป็นการข่มขู่เอาชีวิตหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ ตำรวจจึงต้องดำเนินการ แต่ถ้าตนจะเอาผิด จะแจ้งความจับคนแชร์“ นายอนุทิน กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การจับกุมนายชอ ไม่มีใบสั่ง เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ศาลพิจารณาออกหมายจับ เบื้องต้นนายชอ ยังให้การปฏิเสธไม่ใช่แอดมินเพจ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรม โดยเฉพาะภาพสลิปเงิน 7 ล้านบาท เบื้องต้นพบว่ามีนายชัยรัตน์ เป็นแอดมินเพจคนเดียว
“จากตรวจสอบพยานหลักฐาน ก็ยืนยันได้ว่านายชอ เป็นผู้กระทำผิด ตำรวจจึงดำเนินคดีฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ความผิดฐานปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งคนต้นโพสต์มีความผิดชัดเจน“ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของคนแชร์ต่อ ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำผิดหรือไม่ โดยเฉพาะเจตนาที่มีการยั่วยุปลุกปั่นจนทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะมีการเชิญบุคคลใดเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินคดีในครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือบุคคลธรรมดา หากมีพยานหลักฐานก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น
>> ยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย กว่า 4.4 ล้านมวน มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท หลังพบกลุ่มลักลอบขนสินค้าบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
17.51 น. ที่อาคารด่านพรมแดนบ้านหนองเอี่ยน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ร่วมกับกองกำลังบูรพา หน่วยเฉพาะกิจคลองหาด ทหารพราน เจ้าหน้าที่สรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายล็อตใหญ่บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
รายงานระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและปราบปรามศุลกากร สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบบริเวณชายแดนอำเภอคลองหาด หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลประมาณ 5–10 คน กำลังขนย้ายสิ่งของต้องสงสัย คาดว่าเป็นการลักลอบนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทหารพบกลุ่มบุคคลดังกล่าว แต่เมื่อรู้ตัวว่าถูกตรวจพบ กลุ่มคนเหล่านั้นได้ทิ้งสิ่งของไว้แล้วหลบหนีกลับไปยังฝั่งกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบกล่องกระดาษบรรจุในกระสอบพลาสติกจำนวนมาก บางส่วนถูกซุกซ่อนอยู่ในป่าทึบ จึงประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าร่วมตรวจนับและตรวจสอบของกลาง ผลการตรวจสอบพบ บุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง จำนวนประมาณ 4,400,000 มวน ประเมินมูลค่าของกลางรวมกว่า 22 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การลักลอบนำสินค้าดังกล่าวเข้าราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 จึงดำเนินการตรวจยึดของกลางและส่งด่านศุลกากรอรัญประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้ภายในโรงเรียนชื่อดัง ย่านอำเภอเมืองสมุทรปราการ ห้องพักครูเสียหายวอด จนท.ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิงไม่ลุกลาม
18.20 น. งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลแพรกษา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บนอาคาร ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมรถดับเพลิง จำนวน 2 คัน และรถยนต์ตรวจการณ์ เข้าตรวจสอบและระงับเหตุทันที
โดยเจ้าหน้าที่ ดับเพลิงเทศบาลตำบลแพรกษา ได้เข้าปฏิบัติการระงับเหตุและใช้น้ำควบคุมเพลิงภายในอาคาร พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองแพรกษา เข้าร่วมระงับเหตุและสนับสนุนการปฏิบัติงาน จนสามารถควบคุมเพลิงได้เป็นที่เรียบร้อย
จากการตรวจสอบพบว่า เพลิงไหม้บริเวณห้องพักครู ได้รับความเสียหาย 1 ห้อง เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้สามารถระงับเหตุได้เรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่แล้ว
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
21.43 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 95 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ตร.พนัสนิคม สนธิกำลัง ปิดล้อมป่าอ้อย กดดันกว่า 5 ชั่วโมง ผู้ต้องหา 4 รายชายและหญิงชาวเมียนมา ก่อเหตุฆาตกรรมนายจ้างชาวจีน จะยอมเดินออกมามอบตัว จ.ชลบุรี
23.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง กู้ภัย ระดมกำลังกว่า 100 นาย ปิดล้อมป่าอ้อยกว่า 100 ไร่ นาน 5 ชั่วโมง ในพื้นที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
โดยเป็นปฎิบัติการ ตามจับผู้ต้องหา 4 ราย ชายและหญิงชาวเมียนมา หลังก่อเหตุ คดีฆาตกรรมนายจ้างชาวจีน พื้นที่ สน.ลาดกระบัง เมื่อวันที่27 ต.ค.ที่ผ่านมา แล้วได้หลบหนีเข้ามาในพื้นที่ อ.พนัสนิคม จนสุดท้ายทนแรงกดดันไม่ไหว เดินออกมามอบตัวเองโดยละม่อม ทางเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวน และเตรียมนำส่ง สน.ลาดกระบัง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
>> เหตุแผ่นดินไหว ภายในพื้นที่ของประเทศ สปป.ลาว
02.54 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศลาว (21.18°N,101.92°E) ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 186 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
29 ตุลาคม 2569
29 ตุลาคม 2569
29 ตุลาคม 2569
29 ตุลาคม 2569