24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2569
>> ศุลกากรสุวรรณภูมิ เข้มสกัดลักลอบส่งออก “ช่อดอกกัญชา” 24 วัน ยึด 577 กก. มูลค่า 5.8 ล้าน
06.20 น. กรมศุลกากร ยกระดับมาตรการเข้มสกัดลักลอบส่งออกช่อดอกกัญชา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวบผู้กระทำผิด 40 รายใน 24 วัน ตรวจยึดของกลาง 577 กก. ย้ำชัดช่อดอกกัญชาใช้ได้เฉพาะทางการแพทย์ นำออกโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมาย ปรับกิโลกรัมละ 30,000 บาท โดยกรมศุลกากรเดินหน้าสกัดกั้นการลักลอบส่งออก “ช่อดอกกัญชา” ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเข้มงวด รับคอนเซปต์บูรณาการความร่วมมือตามนโยบายภาครัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านของยาเสพติดข้ามชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุม ป.ป.ส. พร้อมด้วย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบนโยบายกำชับให้กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการสุ่มตรวจสินค้าและสัมภาระผู้โดยสารขาออก ร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อรักษาความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศ
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยสถิติการจับกุมการลักลอบส่งออกช่อดอกกัญชา ดังนี้ผลการจับกุมล่าสุด (1-24 ต.ค. 2569): จับกุมผู้กระทำผิด 40 ราย ตรวจยึดช่อดอกกัญชา 577 กิโลกรัม มูลค่าราว 5.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 3 อันดับแรก ได้แก่ อินเดีย (11 ราย), จีน (7 ราย) และบริติช (5 ราย) รวมถึงนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกา เช่น แคนาดา สเปน และโปรตุเกส สถิติสะสมตั้งแต่ต้นปี (ม.ค. – ต.ค. 2569): จับกุมผู้กระทำผิดรวม 517 ราย ยึดของกลางได้มากถึง 10,628 กิโลกรัม (กว่า 10.6 ตัน)
>> ฝนถล่มภูเก็ตท่วมหนัก 3 อำเภอ ทั้ง อ.เมือง อ.ถลาง และ อ.กะทู้ รถเล็กผ่านไม่ได้
12.00 น. เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายบนถนนหลายสาย ทั้งในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอถลาง และอำเภอกะทู้ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง บางจุดมีน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถสัญจรผ่านได้
จากข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ พบจุดที่ได้รับผลกระทบหลายแห่ง ได้แก่ อำเภอเมืองภูเก็ต ตำบลฉลอง บริเวณถนนหน้าวัดใต้ และหมู่บ้านทรงคุณ นาบอน ตำบลราไวย์ บริเวณสามแยกในหาน ตำบลวิชิต บริเวณหน้าวังถลาง และหน้าคิง เพาเวอร์ ภูเก็ต อำเภอถลาง ซอยบ้านใหญ่ บ้านพอน บริเวณหน้าไทวัสดุ สาขาถลาง มีน้ำท่วมสูงจนรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ บริเวณโรงงานถุงมือม่าหนิก ตำบลป่าคลอก บนเส้นทางทุ่งนาเคียน และเส้นทางลัดบริเวณการไฟฟ้าถลาง อำเภอกะทู้ ถนนพระภูเก็ตแก้ว บริเวณสวนน้ำกะทู้ มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจร
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง ปัญหาน้ำท่วมขังสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้หลายพื้นที่ กระทบทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการสัญจรของประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางเหล่านี้ ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ โดยมองว่าปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับท่อระบายน้ำที่มีขนาดเล็ก รวมถึงการสะสมของขยะ เศษดิน และโคลนภายในท่อ ซึ่งอาจทำให้การระบายน้ำทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อมีฝนตกหนัก ชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำก่อนส่งมอบงานก่อสร้าง โดยเฉพาะการลอกท่อและกำจัดสิ่งอุดตันว่าได้ดำเนินการอย่างทั่วถึงหรือไม่
>> โดนแจ้งอ่วม 3 ข้อหา ชายหัวร้อนศอกใส่ รองสว.จร.ภาษีเจริญ
13.00 น. จากกรณีคลิปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ เผยเหตุชายขับรถเก๋งสีน้ำเงินทำร้ายตำรวจจราจร ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณถนนเพชรเกษม ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สน.ภาษีเจริญ
ล่าสุด พ.ต.อ.โอภาส หาญณรงค์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่า เหตุเกิดขณะที่ ร.ต.ต.สมบัติ อ้นระกำน้อย รอง สว.จร.สน.ภาษีเจริญ พร้อมกำลังตำรวจจราจร กำลังกวดขันวินัยจราจรบริเวณจุดเพชรราชพฤกษ์ พบรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียนกรุงเทพมหานคร มีลักษณะแผ่นป้ายทะเบียนผิดสังเกต จึงเรียกให้หยุดตรวจสอบ โดยระหว่างตรวจสอบ ผู้ก่อเหตุชายอายุ 47 ปี คนขับรถ มีท่าทีไม่พอใจและไม่ยอมแสดงใบอนุญาตขับขี่ ก่อนใช้ศอกกระแทกบริเวณลิ้นปี่และหน้าอกของ ร.ต.ต.สมบัติ อย่างแรง จนล้มลงกับพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงจึงเข้าช่วยเหลือและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา นายคมสัน 3 ข้อหา ได้แก่ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> รวบสาวแก๊งตุ๋นออนไลน์ อ้างทำภารกิจเพิ่มยอดขาย เหยื่อสูญเงินกว่า 14 ล้านบาท
14.50 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.สิ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนสมคบ โดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกันทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอก เงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันเป็นอั้งยี่” โดยจับกุมได้ บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งใน ซอยรามอินทรา 117 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ
พฤติการณ์ เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2568 ผู้เสียหายได้พบเห็นโฆษณาทางเฟซบุ๊ก มีการโฆษณาเกี่ยวกับขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ชักชวนผู้เสียหายให้เปิดร้านขายสินค้าออนไลน์ จากนั้นส่งลิงก์ให้เข้าร่วมกลุ่ม LINE ซึ่งมีการพูดคุยซื้อขายสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนชักชวนให้ติดต่อบัญชี LINE ชื่อ “ฝ่ายบริการลูกค้า” และลงทะเบียนเปิดร้านค้าผ่านเว็บไซต์ ต่อมาคนร้ายใช้บัญชี LINE แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน และชักชวนให้ผู้เสียหายเข้ากลุ่ม “สร้างเครดิต Style Cycle” โดยอ้างว่าต้องทำภารกิจและโอนเงินเพื่อเพิ่มยอดขายและหมุนเวียนสต็อกสินค้า ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปให้ รวม 25 ครั้ง เสียหายกว่า 14 ล้านบาท ภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ ทำให้ได้รับความเสียหาย ต่อมาผู้เสียหายจึงทราบว่าผู้ต้องหาหลอกลวง จึงแจ้งความที่ บก.ปอท.
ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนและจับกุมได้ แต่ผู้ต้องหายังให้การปฎิเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่ง สน.มีนบุรี และส่งต่อไปให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รัฐบาลยังไม่ด่วนสรุป สาเหตุปลาตาย ที่ จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบอะลูมิเนียมในน้ำ
16.00 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีพบปลาตายในแม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลกระทบต่อประชาชน โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงว่า อะลูมิเนียมเป็นธาตุที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และเข้าสู่แหล่งน้ำจากการชะล้างหรือการผุพังตามธรรมชาติได้ อะลูมิเนียมอาจมีแหล่งกำเนิดจากกิจกรรมอุตสาหกรรมและน้ำเสียเช่นกัน จึงไม่สามารถสรุปได้จากผลตรวจเพียงอย่างเดียวว่าสารที่พบมีแหล่งกำเนิดจากที่ใด หรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปลาตายหรือไม่ โดยจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสภาพแวดล้อมในพื้นที่เพิ่มเติม
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับปริมาณอะลูมิเนียมที่ตรวจพบ จำเป็นต้องประเมินอย่างรอบด้าน เนื่องจากผลกระทบต่อสัตว์น้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของน้ำ ทั้งค่าความเป็นกรด–ด่าง ความกระด้าง ปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ที่ละลายในน้ำ รูปแบบของอะลูมิเนียมที่ตรวจพบ และระยะเวลาที่สัตว์น้ำสัมผัสสารดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่ควรด่วนสรุปว่าค่าที่ตรวจพบอยู่ในระดับปลอดภัยหรือเป็นสาเหตุของการตายของสัตว์น้ำ โดยยังไม่มีข้อมูลประกอบครบถ้วน
>> กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 5 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้-อากาศแปรปรวนไทยตอนบน มีผลกระทบถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2569
17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน" (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 5 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 25–28 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้
ส่วนในช่วงวันที่ 25–27 ตุลาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนัก รวมทั้งฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
>> ชายขี่จยย.ย้อนศร ขึ้นทางต่างระดับเชียงแสน ชนประสานงาเก๋งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
18.34 น. พนักงานสอบสวน สภ.สารภี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณสะพานต่างระดับเชียงแสน ถนนสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ รถกู้ชีพเทศบาลหนองหอย และรถพยาบาลโรงพยาบาลราชเวช เร่งเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
เมื่อไปถึง พบจยย.พังยับเยิน ชนกับ รถเก๋ง สีบรอนซ์ ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย อายุประมาณ 48 ปี สัญชาติเมียนมา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือ และทำ CPR แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อชันสูตรตามขั้นตอนต่อไป
>> เกิดเหตุแม่นอนไม่ทันระวัง หนูน้อยวัยขวบเศษ พลัดตกคลองเสียชีวิต
20.25 น. ร.ต.อ.อาทิตย์ ทองอนันต์พ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเด็กตกน้ำสูญหาย บริเวณบ้านพักแคมป์คนงาน ติดคลองบางลังซ้อน ซอยนากก แยกย่อยซอยสงวนนาม หมู่ 5 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต จึงรายงาน พ.ต.อ.สุระศักดิ์ ใจดี ผกก.สภ.ฉลอง ทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าร่วมค้นหา
จากการสอบถาม น.ส.เน สัญชาติเมียนมา มารดาของเด็ก ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุพักอาศัยอยู่ภายในห้องกับบุตร ก่อนจะนอนหลับพักผ่อน เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าบุตรสูญหายไป จึงออกตามหาแต่ไม่พบตัว ขณะนั้นมีฝนตกหนัก และระดับน้ำในคลองเพิ่มสูงขึ้น จึงเชื่อว่าบุตรอาจพลัดตกลงไปในคลองที่อยู่ติดกับบ้านพัก ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและระดมกำลังค้นหา
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบร่าง ด.ช.วันชัย อายุ 1 ขวบ 6 เดือน ติดอยู่กับไม้ไผ่ภายในคลองบางลังซ้อน บริเวณหมู่ 4 ด้านหลังหมู่บ้านตากแดด ต.ฉลอง จึงนำร่างขึ้นจากน้ำ แต่พบว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์นิติเวชร่วมชันสูตรพลิกศพ ก่อนนำร่างส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
>> เกิดอุบัติเหตุกลางน้ำ "เรือกู้ภัย" ชนสนั่น "เรือหางยาว" กลางคลองสำโรงหน้าตลาดน้ำโบราณ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
21.00 น. เกิดอุบัติเหตุระทึกทางน้ำในงานประเพณีรับบัว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเรือของทีมกู้ภัยเกิดอุบัติเหตุชนกับเรือกระบะหางยาวของชาวบ้านอย่างจังกลางคลองสำโรง ส่งผลให้ผู้โดยสารเรือหางยาวได้รับบาดเจ็บ
โดยชาวบ้านที่ขับเรืออยู่บริเวณในคลองสามารถบันทึกภาพไว้ได้ คลิปวิดีโอเผยให้เห็นวินาทีที่เรือของทีมกู้ภัย ซึ่งกำลังขับสแตนด์บายดูแลความปลอดภัยในงานประเพณีรับบัว พยายามจะขับเรือเปลี่ยนทิศทางเข้าไปอยู่ในเลนขวา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เรือหางยาวของชาวบ้านขับขี่สวนทางมาในช่องทางขวาพอดี เมื่อคนขับเรือหางยาวพบเห็นเรือกู้ภัยในระยะกระชั้นชิด จึงพยายามหักหลบ แต่เป็นจังหวะที่เรือกู้ภัยเข้ามาอยู่ในช่องทางขวาของคลองแล้ว จึงทำให้เกิดการพุ่งชนประสานงากันอย่างจัง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารในเรือหางยาวได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ส่วนความคืบหน้าด้านคดีความ รอทางกรมเจ้าท่าสมุทรปราการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
26 ตุลาคม 2569
26 ตุลาคม 2569