24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2569
>> รัฐบาลเผยจังหวัดภูเก็ต พร้อมจัด “ประเพณีถือศีลกินผัก 2569” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 9 - 18ต.ค คาดเงินสะพัดกว่า 1,400 ล้านบาท
08.30 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ต พร้อมจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญ เป็นวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่แสดงถึงพลังศรัทธาของประชาชนไทยเชื้อสายจีน และทุกศาสนิกชนในจังหวัดภูเก็ต
นางสาวพลอยทะเล ไฮไลต์สำคัญของงานคือ พิธียกเสาโกเต้ง ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นงานประเพณีอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.09 น. ของวันก่อนเริ่มกินผักจริง สำหรับประเพณีถือศีลกินผัก เริ่มตั้งแต่วันที่ 10-18 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะจัดพิธีตามศาลเจ้าหรืออ๊ามทั่วจังหวัดภูเก็ต
ต่อจากนั้น จะเป็นพิธีแห่พระรอบเมือง กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม 2569 โดยปีนี้มีความพิเศษที่มีพิธีแห่พระรอบเมืองในตอนกลางคืน ซึ่งพิธีแห่พระรอบเมืองจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-18 ตุลาคม 2569 ของศาลเจ้าต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต
“ในช่วงวันจัดงานบรรยากาศทั่วเมืองตั้งแต่วันยกเสาโกเต้ง จนถึงวันแห่พระ ศาลเจ้าและอ๊ามต่าง ๆ กว่า 40 แห่งทั่วภูเก็ตจะเต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยือนภูเก็ตในช่วงเทศกาลนี้กว่า 140,000 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากจีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ขณะที่ยอดจองห้องพักในพื้นที่เขตอำเภอเมืองภูเก็ตพบว่าคึกคักเป็นพิเศษ โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10% เนื่องด้วยศูนย์กลางการจัดงานอยู่ในพื้นที่เขตเมือง คาดการณ์จะมีอัตราเข้าพักโดยเฉลี่ยสูงถึง 80% ขณะที่พื้นที่รอบนอกอย่างอำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง อยู่ในระดับปกติ คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนและเงินสะพัดในจังหวัดภูเก็ตไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
>> คุมตัว “อัจฉริยะ” ฝากขัง แจ้ง 4 ข้อหาหนัก เจ้าตัวดูไม่เครียด พร้อมปฏิเสธทุกข้อหา
09.10 น. ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ นำตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกจาก สน.ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เพื่อส่งฝากขังศาลอาญา
หลังควบคุมได้ตัวเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2569 พร้อมแจ้ง 4 ข้อหาหนัก คือ ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่ นายอัจฉริยะ ไม่ได้มีท่าทางเครียดแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าตนเองโดนใบสั่งให้ถูกดำเนินคดี ซึ่งตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
>> ระทึกหน้าศาลากลางสงขลา ชายวัย 64 พกอาวุธ - น้ำมันบุกศาลากลาง ร้องปมพลาดสิทธิบัตรคนจน เจ้าหน้าที่เจรจา 1 ชม. สยบเหตุปลอดภัย
10.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ชายคนดังกล่าวได้ขับขี่รถสามล้อเข้ามาในบริเวณศาลากลางจังหวัดสงขลา พร้อมถือมีดยาว หิ้วแกลลอนน้ำมัน และไฟแช็ก แสดงความประสงค์ขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายอำเภอ และสื่อมวลชน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรองผู้กำกับการ เข้าควบคุมสถานการณ์โดยเน้นการเจรจาเกลี้ยกล่อมเป็นหลักเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
จากการตรวจสอบ คือ นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี ชาวอำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นผู้พิการที่ได้รับเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาท นายกอ เปิดเผยสาเหตุว่า ต้องการมาร้องเรียนกรณีไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 เนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าตนเองไม่ผ่านหลักเกณฑ์เพราะมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน และไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ด้าน นางสาวนภพร เกษรพันธุ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ได้เดินทางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับเรื่องร้องเรียน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป
>> ผบ.เรือนจำนนทบุรี นำผู้ต้องขังชั้นดีวางแนวกระสอบทรายเสริมคันกั้นน้ำ ริมเขื่อนท่าน้ำบางศรีเมือง หลังเจ้าพระยาระดับเพิ่มขึ้น
11.30 น. ที่ท่าน้ำบางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี นายสิริชัย ยมเกิด ผู้บัญชาการเรือนจำนนทบุรี น.ส.ญาณิพัชญ์ ศรีโครต นอภ.เมืองนนทบุรี ดร. ปริญญา ศักดิ์นาวี นายกเทศ มนตรีบางศรีเมือง นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์พร้อมผู้ต้องขังชั้นดี จำนวน 25 นาย และ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบางศรีเมือง วางแนวคันกระสอบทรายกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณริมเขื่อนท่าน้ำบางศรีเมือง
หลังเขื่อนเจ้าพระยาสถานี C.13 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,500 ลบม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชนนอกคันกั้นน้ำ ซึ่งในพื้นที่จุดท่าน้ำบางศรีเมืองมีการวางแนวคันกระสอบทรายไว้ก่อนหน้าสูง 80 ซม. แต่เนื่องจากมีการระบายน้ำเพิ่มจึงได้เพิ่มแนวคันกระสอบทรายเพิ่มอีก 70 ซม. รวมความสูง 1.50 เมตร โดยใช้กำลังผู้ต้องขังชั้นดี และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบางศรีเมือง
นายสิริชัย ยมเกิด ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า วันนี้เรือนจำจังหวัดนนทบุรีนำผู้ต้องขังรวมเจ้าหน้าที่ 25 คน มาปฏิบัติภารกิจตามข้อสั่งการของพลตำรวจโทยุทธพล นวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ให้นโยบายเรื่องช่วยเหลือน้ำท่วม ในส่วนแรกเรื่องการป้องกันเรือนจำไม่ให้กระทบกับผู้ต้องขัง และเรื่องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งการป้องกันและการเยียวยา
เบื้องต้นเรื่องการป้องกันน้ำท่วม ใช้ผู้ต้องขังชั้นดีออกมาทำงานนอกเรือนจำ และทำภารกิจลอกท่อระบายน้ำ กรอกกระสอบทราย ว่างแนวป้องกันน้ำ โดยร่วมมือบูรณาการกับทางอำเภอเมืองนนทบุรีและเทศบาลเมืองบางศรีเมือง ซึ่งได้ปฏิบัติร่วมมือกันมาตลอด ก่อนหน้านี้ก็ได้ร่วมมือกับอบต.มหาสวัสดิ์ เทศบาลนครนนทบุรี มาแล้วแต่ละที่จะขอความร่วมมือมา นอกจากนี้ยังทำอาหารให้ชาวบ้านเท่าที่ผู้ต้องขังจะช่วยได้ เพื่อให้ผู้ต้องขังมีความรู้สึกดีในการออกมาช่วยเหลือสังคม และกลับคืนสู่สังคมให้ได้รับการต้อนรับจากสังคม ผู้ต้องขังทุกคนตั้งใจและเต็มใจที่จะมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยพิบัติ
>> นายกฯ อนุทิน รับหนังสือ P-MOVE ยืนยันรัฐบาลไม่ลดสิทธิสุขภาพ พร้อมเร่งแก้ปัญหาที่ดิน–ที่อยู่อาศัยให้เป็นรูปธรรม
11.40 น. ณ บริเวณถนนราชดำเนินนอก ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหนังสือจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-MOVE) โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมรับฟังข้อเสนอ
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีครั้งไหนที่เห็นว่าจะตัดสิทธิประโยชน์ของประชาชนในเรื่องการประกันสุขภาพ หากจะปรับเปลี่ยนหรือแก้ไข ก็ต้องแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งให้ครอบคลุมโรคมากขึ้น เพิ่มคุณภาพการรักษาประชาชน และครอบคลุมผู้สูงอายุให้มากขึ้น “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ต้องทำให้มีมาตรฐานสูงขึ้น โดยสิ่งที่ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ มีแต่ต้องเพิ่ม ทั้งนี้ ในการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล เรื่องแรกที่หารือกับสำนักงบประมาณ คือ มีเงินพอไปดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนหรือไม่
สำหรับข้อเสนอของ P-MOVE ตัวแทนกลุ่มได้ยื่นหนังสือเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อสะท้อนปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรับรองสิทธิด้านที่อยู่อาศัย การแก้ไขปัญหาชุมชนในที่ดินของหน่วยงานรัฐและพื้นที่อนุรักษ์ การนำที่ดินสาธารณประโยชน์มาใช้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายโฉนดชุมชน โดยขอให้รัฐบาลประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญด้วยการออกมารับหนังสือ รับฟังข้อเสนอและพูดคุยกับผู้มาร่วมชุมนุมด้วยตัวเอง โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง เพื่อประสานการดำเนินงานตามประเด็นที่ประชาชนเสนอให้เกิดความคืบหน้าและเป็นรูปธรรมต่อไป
>> สาววัย 30 ปี ขับขี่รถจยย.แซงรถข้ามเลน ชนประสานงากับรถ 6 ล้อ เสียชีวิตกลางถนน จ.นนทบุรี
12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแม่นาง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อ ชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณซอยสันติธรรม 2 ถนนเลียบคลองประปามหาสวัสดิ์-บางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต คือ หญิงไทย อายุ 30 ปี นอนหงายเสียชีวิต มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ แขนและขาหัก มีรอยฉีกขาดที่หัวเข่าขวา ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีชมพู ล้มคว่ำสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อนพื้น ห่างออกไป พบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว สภาพกระจกหน้าฝั่งคนขับแตกร้าว คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าตกใจ
จากการสอบถาม คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังขับรถบรรทุกหินและทรายเพื่อนำไปส่งลูกค้า โดยขับมาตามเลนด้วยความเร็วเพียง 20–40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมาถึงช่วงก่อนถึงแยก ตนเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับขี่แซงรถเก๋งข้ามเลนเข้ามาในฝั่งของตน ตนจึงรีบบีบแตรเตือนและพยายามแตะเบรกเพื่อหยุดรถ แต่เนื่องจากรถบรรทุกมีน้ำหนักมาก ทำให้รถจักรยานยนต์พุ่งชนประสานงาเข้าบริเวณหน้ากระจกรถอย่างแรง หลังเกิดเหตุ ตนได้รีบลงไปดูพบว่าผู้ตายยังมีลมหายใจอยู่ จึงรีบโทรแจ้ง 1669 ทันที
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้บันทึกภาพถ่ายจุดเกิดเหตุและลงพื้นที่เก็บหลักฐาน พร้อมเชิญตัวคนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บางแม่นาง และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> รวบหนุ่มบัญชีม้าสุดแสบ สร้างเพจปลอม อ้างตำรวจไซเบอร์ หลอกสูบเงินเหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท
12.57 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า คดีเกี่ยวกับ 1.การฉ้อโกงประชาชน 2. พรบ. คอมพิวเตอร์ฯ 3.ความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า โดยจับกุมได้บริเวณถนนสุขุมวิท ทล.3 กม.158-159 ขาเข้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
พฤติการณ์ ตำรวจทางหลวงชลบุรี ได้สืบสวนติดตามบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย สีดำ ขณะใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 กม.158–159 ขาเข้า จ.ชลบุรี จึงเข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบผู้ขับขี่ คือ นายเอ (นามสมมุติ) และเมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอ (นามสมมุติ) ให้การว่า เมื่อประมาณปี 2564 ขณะตกงานและไม่มีรายได้ ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารผ่านช่องทางออนไลน์ โดยได้รับค่าจ้างประมาณ 3,000 บาท ก่อนที่บัญชีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงทางออนไลน์ จากการสืบสวนขยายผลพบว่า เมื่อประมาณปี 2567 มีกลุ่มมิจฉาชีพจัดทำ เพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างเป็นหน่วยงานตำรวจด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยโฆษณาว่าสามารถช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคดีออนไลน์ให้ได้รับเงินคืน พร้อมสร้างแอปพลิเคชันประกอบการหลอกลวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อ ผู้เสียหายหลงเชื่อและติดต่อเข้าไป กลุ่มมิจฉาชีพจะหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ ก่อนที่ผู้เสียหายจะทราบว่าถูกหลอกซ้ำ โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า บัญชีของ นายเอ (นามสมมุติ) เป็นหนึ่งในบัญชีที่ถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย เบื้องต้นพบผู้เสียหายหลายรายในหลายพื้นที่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม มากกว่า 5 ล้านบาท
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามหมายจับ และนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> พบร่างหญิงเสียชีวิต ในพื้นที่การเกษตร คาดพยายามหนีน้ำป่า แต่ขาติดโคลนและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทัน จ.เชียงใหม่
14.00 น. นายอำนาจ มหายนต์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุบุคคลจมน้ำเสียชีวิตในพื้นที่ โดย มอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสาขาสะเมิง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง โรงพยาบาลวัดจันทร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย โดยจากการสอบถามข้อมูล คาดว่าเหตุเกิดจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ทำให้ผู้เสียชีวิตพยายามออกจากพื้นที่ แต่ขาติดอยู่ในโคลนและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทัน จนเกิดเหตุเสียชีวิต
เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลวัดจันทร์ เพื่อชันสูตรและตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ อำเภอกัลยาณิวัฒนาจะติดตามสถานการณ์และดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง
>> นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมเต็มที่โค้งสุดท้าย รับประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026
14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 69 ครั้งที่ 3/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นในอีก 1 สัปดาห์ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 69 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก
นายกฯ กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเต็มกำลังและรอบคอบในทุกรายละเอียด โดยเร่งรัดภารกิจในส่วนที่รับผิดชอบ ทั้งด้านสารัตถะ พิธีการ การรักษาความปลอดภัย การสาธารณสุข การอำนวยความสะดวก การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการภาพรวม เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์ในการต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั่วโลก และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของไทยทั้งในด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การบริการ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก
นายกฯ ย้ำว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจัดการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้น แต่ต้องใช้โอกาสที่บุคคลสำคัญและผู้แทนจากทั่วโลกเดินทางมายังประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่น การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน การสร้างรายได้ให้กับภาคธุรกิจและภาคบริการ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของไทยสู่สายตานานาชาติ เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและส่งต่อประโยชน์ไปถึงประชาชนพร้อมทั้ง กำชับให้เร่งแก้ไขประเด็นที่มีความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนต่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม โดยเฉพาะการตรวจลงตรา (Visa) สำหรับผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ เพื่อให้การเดินทางเข้าร่วมการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาแนวทางอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเหมาะสมก่อนการประชุมเริ่มขึ้น
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ภายในสถานตรวจสภาพรถเอกชน ย่านถนนประชาพัฒนา
15.28 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ภายในสถานตรวจสภาพรถเอกชน ซอยทรงไทย ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้เชื้อเพลิงชนิดน้ำมันและพลังงานไฟฟ้า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่แบตเตอรี่รถยนต์ ไม่มีแสงเพลิงมีเพียงประกายไฟ และความร้อน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากน้ำขังภายในตัวรถ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดกระบัง
>> “เอกนิติ” สั่งเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 10–12 ต.ค. ชู “ONE DATA” ชี้พื้นที่เสี่ยงถึงอำเภอ–ตำบล ดันภาคกลางเป็นต้นแบบบริหารจัดการน้ำ
15.42 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 5/2569 กำชับติดตามสถานการณ์ล่วงหน้า 7–10 วัน เน้น 4 ประเด็นสำคัญ
เฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 10–12 ต.ค. โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันตก รวมถึง กทม.–ปริมณฑล, “ONE DATA” ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เชื่อมข้อมูลพยากรณ์อากาศ ปริมาณฝน น้ำท่า น้ำในเขื่อน การระบายน้ำ และสถานการณ์จริง เพื่อวางแผนไปในทิศทางเดียวกัน, ระบุพื้นที่เสี่ยงระดับอำเภอ–ตำบล เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย จุดอพยพ และทรัพยากรให้พร้อม แจ้งเตือนประชาชนตรงพื้นที่และทันเวลา และ ดันภาคกลางสู่ “MODEL” บริหารจัดการน้ำ มอบคณะอนุฯ แต่ละลุ่มน้ำร่วมกับจังหวัดวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ ส่วน ปภ. เป็นหน่วยงานกลางประสานคณะอนุกรรมการฯ และเชื่อมโยงข้อมูลสนับสนุนพื้นที่
>> ศาลฯ ไม่ให้ประกันตัว “อัจฉริยะ” คดีฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน
18.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในฐานะเจ้าของสำนวนคดี นำตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขึ้นรถไปฝากขังที่ศาลอาญา ในความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ,ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ และสอบปากคำเสร็จสิ้น และคุมตัวมาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนตำรวจ สอท. จะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในช่วงเช้าของวันนี้
ทั้งนี้ ภายหลังศาลอนุญาตฝากขัง นายอัจฉริยะยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่การกระทำความผิด ซึ่งผู้ต้องหาใช้บัญชีส่วนตัวและบัญชีชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม อันเป็นบัญชีบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีเงินหมุนเวียนในระบบ และมีเงินโอนเข้าบัญชี หรือโอนออกจำนวนมาก พฤติกรรมดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง
ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว อ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหายหรือพยาน อาจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน อันเป็นการยาก ต่อการสืบสวนติดตาม ข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือไป ก่อเหตุให้เกิดความเสียหาย ต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ในชั้นนี้จึงยังมีเหตุผลเพียงพอ ที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ยกคำร้อง
>> เพลิงไหม้อาคาร ซอยประชาอุทิศ 75 พื้นที่เขตทุ่งครุ เสียหายหมดทั้งห้อง
21.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาอุทิศ 75 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารคอนกรีต 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 (ภายในห้องเลขที่ 327) เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การชาร์จโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้บนที่นอน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ
>> เพลิงไหม้ภายในอพาร์ทเม้นท์ ซอยชานเมือง 3 อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
21.26 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรัชดาภิเษก 7 (ชานเมือง 3) ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารคอนกรีต 4 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายที่นอนและเครื่องปรับอากาศ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง
>> แผ่นดินไหว บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศจีน
22.38 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว 4.7 ความลึก 10 กม. บริเวณพื้นที่ พรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 489 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม
01.35 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว 3.4 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ. โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 252 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย