วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 14:39 น.
(1 ต.ค. 69) เวลา 11.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง โดย กทม. อยู่ระหว่างเร่งปรับกระบวนการให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของทางราชการ
ด้านนางสาวทวิดา กล่าวว่า กทม. ได้ปรับกระบวนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอีกต่อไป สามารถดำเนินการยื่นคำร้องตามเอกสารหลักฐานที่กำหนดได้โดยตรง ทั้งที่สำนักงานเขตและผ่านระบบออนไลน์
สำหรับระบบออนไลน์ กทม. เตรียมเปิดให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้อง กรอกรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่ายหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดระบบได้ ภายในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. 69 และจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง
ในกรณีที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม กทม. จะประสานประชาชนผ่าน SMS เพื่อลดภาระการเดินทางและการจัดเตรียมเอกสาร ขณะที่ประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ และหากประชาชนได้เดินทางไปยื่นเรื่องที่เขตไว้แล้ว สำนักงานเขตสามารถรับเรื่องไว้ดำเนินการได้เช่นกัน
นางสาวทวิดา กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กทม. ได้มีการปรับเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเสียหาย โดยเป็นการดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาทิ
ทั้งนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือจะพิจารณาตามประเภทความเสียหาย หลักฐาน และหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยในส่วนของค่าซ่อมแซมบ้านจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน ขณะที่ผู้เช่าสามารถขอรับความช่วยเหลือในส่วนความเสียหายอื่นที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้ โดยต้องมีหลักฐานแสดงการเช่าและการอยู่อาศัยตามที่กำหนด ส่วนเอกสาร เช่น สำเนาโฉนดหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ กทม. อยู่ระหว่างหารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อพิจารณาลดเอกสารให้เหลือเท่าที่จำเป็น โดยจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ชัดเจนภายในวันนี้
นางสาวทวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำแนวทางจากกรณีอุทกภัยในอดีต เช่น ปี 2554 และ 2565 มาประกอบการจัดทำเกณฑ์ จากนั้นจะกำหนดให้ชัดเจนว่า ระดับน้ำ ลักษณะความเสียหาย และหลักฐานประเภทใด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือในรายการใดได้บ้าง รวมถึงกำลังพิจารณาว่าตามระเบียบสามารถสนับสนุนหน่วยงานหรือบุคลากรจากส่วนอื่นเข้ามาช่วยสำรวจความเสียหายร่วมกับสำนักงานเขตได้หรือไม่ เพื่อเร่งรัดการประเมินให้เร็วที่สุด เนื่องจากคาดว่าจะมีจำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก สำหรับพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัย ขณะนี้ครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการสำรวจจริงสามารถเสนอขอประกาศเพิ่มเติมได้ หากมีหลักฐานและข้อมูลความเสียหายตามหลักเกณฑ์
นางสาวทวิดา ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมว่า ในช่วงที่ผ่านมาบางพื้นที่ เช่น สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม และคันนายาว มีระดับน้ำสูง ทำให้รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ชั้นในได้ทั้งหมด กทม. จึงต้องปรับรูปแบบการส่งความช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ปัจจุบันมีความต้องการอาหารปรุงสุกประมาณ 300,000–400,000 กล่องต่อวัน ขณะที่ กทม. สามารถผลิตและจัดส่งจากส่วนกลางได้ประมาณ 100,000 กล่องต่อวัน ส่วนที่เหลือมาจากสำนักงานเขตและหน่วยงานภาคีที่เข้ามาสนับสนุน
สำหรับพื้นที่ที่การนำอาหารเข้าไปทำได้ยาก กทม. ได้เพิ่มการจัดส่ง ถุงยังชีพ โดยที่ผ่านมาได้จัดสรรออกไปแล้วประมาณ 19,900 ถุง หรือเกือบ 20,000 ถุง ภายในถุงมีสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพประมาณ 3 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ในช่วงที่การเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ยังมีข้อจำกัด
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่พบคือ ข้อมูลความต้องการความช่วยเหลือยังไม่เป็นแบบ Real-time บางกรณีมีการแจ้งข้อมูลซ้ำ หรือข้อมูลจากสำนักงานเขต นิติบุคคลหมู่บ้าน ประชาชนที่แจ้งผ่านโทรศัพท์ และโซเชียลมีเดียไม่ตรงกัน ทำให้เกิดช่องว่างในการจัดส่งความช่วยเหลือ
กทม. ขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือยังขาดอาหารและสิ่งของจำเป็น แจ้งเข้ามาได้หลายช่องทางสายด่วน 1555 และ Traffy Fondue หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของ กทม. ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และจัดส่งความช่วยเหลือเข้าไปอุดช่องว่างโดยเร็วที่สุด