หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 กันยายน 2569

วันที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 05:15 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 กันยายน 2569

>> ระทึก น้ำป่าแม่วินเชี่ยวกราก ซัดช้างลอยไปกับกระแสน้ำ ทีมควาญช้าง-กู้ภัย เข้าให้การช่วยเหลือ

10.50 น. เกิดเหตุช้างถูกกระแสน้ำป่าพัดในพื้นที่บนดอย ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยกระแสน้ำแม่วินไหลเชี่ยวและพัดช้างไหลไปกับกระแสน้ำ ควาญช้างและชาวบ้านในพื้นที่ได้เร่งออกค้นหาช้างตัวดังกล่าว พร้อมประสานทีมช่วยเหลือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสถานการณ์ เนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยเตรียมกำลัง เพื่อเข้าพื้นที่แม่วินและพร้อมให้การช่วยเหลือเมื่อได้รับการประสานจากผู้ดูแลพื้นที่ เบื้องต้นทีม “กู้ภัยตัวโต Elephant Rescue” และบ้านช้างตระกูลแสน เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ เนื่องจากสถานการณ์น้ำป่ากำลังไหลแรงและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้เข้าช่วยเหลือ ท่ามกลางความเป็นห่วงของควาญช้าง ชาวบ้าน และคนรักช้างทั่วประเทศ จนกระทั่ง เวลา 11.38 น. ช้างสามารถขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างปลอดภัยแล้ว

>> ทหารพราน กองกำลังผาเมือง ไล่ล่ารถเก๋งลักลอบลำเลียงยาเสพติด พบซุกไอซ์ 72 กก.

12.30 น. หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติดสามารถตรวจยึดยาไอซ์นำหนักประมาณ 72 กิโลกรัม โดยการสกัดกั้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงจัดกำลังตั้งจุดตรวจ และจุดสกัด บริเวณบ้านห้วยมะหินฝน ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย

กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยขับเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม กระทั่งรถเสียหลักตกลงข้างทาง โดย คนร้ายอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ พบเป็นรถยนต์สีขาว และพบกระสอบฟางหลากสีวางอยู่บริเวณด้านหลังเบาะคนขับ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) พบไอซ์บรรจุในถุงชาสีเขียว อยู่ในกระสอบฟาง รวมทั้งสิ้น 72 กก. จึงนำของกลางทั้งหมดส่ง สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดี

>> มวกเหล็ก จ.สระบุรี หลังฝนตกหนัก น้ำหลากท่วมบ้านเรือน–เส้นทางสัญจร จนท. เร่งช่วยเหลือประชาชน

13.30 น. เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี วัดปริมาณน้ำฝนได้ 85 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทั้งบ้านเรือนประชาชนและเส้นทางสัญจร นางสาวอ้อยทิพย์ ปานสอาด นายอำเภอมวกเหล็ก ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบสำคัญ ได้แก่

หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 12 มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน หมู่ที่ 13 บ้านท่าเสา น้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ประมาณ 25 หลังคาเรือน และมีประชาชนติดอยู่ภายในบ้าน 6 หลังคาเรือน เส้นทางสัญจรได้รับผลกระทบ 2 เส้นทาง ได้แก่ ทางเข้า หมู่บ้านซับประดู่ หมู่ที่ 6 และถนนแก่งคอย–แสลงพัน บริเวณวัดท่าเสา หมู่ที่ 13 ไม่สามารถสัญจรผ่านได้

โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมกู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยประสานตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย และนำ เรือท้องแบน เข้าช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังจุดปลอดภัย ขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

>> พบศพหนุ่มเสื้อดำริมถนนใต้สะพานวงแหวน ดูจากแผลคาดตกที่สูง

14.30 น. พ.ต.ท.สุรสิงห์ สุขมาก รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยใหญ่ รับแจ้งพบชายเสียชีวิตอยู่ริมถนนสาย 36 ช่วงใต้สะพานวงแหวน มุ่งหน้าสัตหีบ พื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา

ที่เกิดเหตุพบร่างชาย อายุประมาณ 35-40 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณริมถนน สวมกางเกงขาสั้น ด้านในเป็นกางเกงซับขายาวสีดำ เสื้อแขนสั้นสีดำ สวมปลอกแขนสีดำ มีบาดแผลที่ขาทั้งสองข้าง ลักษณะคล้ายกระดูกหัก และบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณใต้คาง ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นจากลักษณะบาดแผลสันนิษฐานอาจเกิดจากตกจากที่สูง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด รวมทั้งเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อระบุตัวผู้เสียชีวิต เพื่อคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

>> รถบรรทุกเสียหลักพลิกคว่ำ ตู้คอนเทนเนอร์หลุดข้ามเลนชนรถยนต์ เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 2

15.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้ตู้หลุดจากรถบรรทุกข้ามเลนไปชนรถยนต์ ถนนสายเด่นชัย–อุตรดิตถ์ กม.357+400 หมู่ 2 ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบตู้คอนเทนเนอร์ หลุดออกจากรถบรรทุก ที่พลิกตะแคงอยู่ ส่วนในป่าหญ้าข้างทางมีรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน จ.น่าน สภาพพังยับเยิน โดยมีผู้บาดเจ็บ 4 ราย อาการสาหัส เจ้าหน้าที่รีบช่วยเหลือนำตัวส่งรพ. แต่ 2 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมาคือ ร.ต.ท.ณธีพัฒน์ อายุ 70 ปี และนายเดชา อายุ 70 ปี

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เป็นทีมนักฟุตบอลอาวุโสภาคเหนือจาก จ.แพร่ และ จ.น่าน กำลังเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลที่จ.พิษณุโลก ส่วนคนขับรถบรรทุก ระบุ เดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเข้าสู่พื้นที่ อ.เด่นชัย ช่วงทางลงเขาและทางโค้ง รถเกิดเสียหลักทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรทุกมาเกิดสะบัดและหลุดออกจากตัวพ่วงพุ่งข้ามเลนไปชนรถยนต์อย่างแรง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัวคนขับรถบรรทุกไปสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ฉบับ 10 ฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทาง

เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 ก.ย. 69) ฉบับที่ 10 ในช่วงวันที่ 19 – 20 ก.ย. 69 ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคกลางและภาคใต้ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19 – 20 ก.ย. 69

>> ผู้การฯ เชียงใหม่ สั่งเด้ง ผกก.สภ.ช้างเผือก เซ่นปมจับบ่อน

18.00 น. จากกรณีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์” เข้าตรวจค้นและดำเนินการกับสถานที่ลักลอบเล่นการพนันขนาด ใหญ่ จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก และ สภ.เมืองเชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหา และ ของกลางหลายรายการ

พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และลงนามในคำสั่งให้ พ.ต.อ เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก มาปฏิบัติหน้าที่ ศปก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รองผบก.ก.จว.เชียงใหม่ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ช้างเผือก เพื่อให้การบริหารราชการและการตรวจสอบข้อเท็จจริงใน กรณีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยจะได้ดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่ลักลอบเล่นการพนัน และมีกระแสข่าวเชื่อมโยงถึงนักการเมืองท้องถิ่น ยืนยันว่า บุคคลที่ถูกกล่าวถึงไม่ใช่สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ และไม่ได้สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่แต่อย่างใด ส่วนบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

>> รวบ 2 สมุนแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด

20.20 น.พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 นำกำลังสกัดจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ 2 ราย ได้แก่ นายพัน (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี และนายปัน (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2,001,000 เม็ด และรถยนต์โตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขอนแก่น

การจับกุมเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ข้ามฝั่งมาทางเรือ ก่อนใช้รถยนต์ลำเลียงไปส่งมอบบริเวณทางเข้าวัดนิมิตโพธิญาณ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบรถเป้าหมายขับเข้ามาและกำลังขนย้ายกระสอบต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แม้ผู้ต้องหาจะพยายามวิ่งหนีแต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้

จากการตรวจค้นภายในรถยนต์พบยาบ้า 5 กระสอบ รวม 2,000,000 เม็ด และจากการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายพัน (นามสมมุติ) ในพื้นที่ ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย พบยาเพิ่มอีก 1,000 เม็ด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า” พร้อมแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดและขับรถขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลยึดทรัพย์ต่อไป

ข่าวยอดนิยม