วันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 23:42 น.
พม. - กห. ผนึกกำลัง เร่งเดินหน้า “บ้านมั่นคงชายแดน” ชูยุทธศาสตร์ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน 26 จว. 752 ชุมชน พร้อมครอบครัวทหารผ่านศึก
วันที่ 18 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมประชุมหารือกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) และคณะผู้บริหารกระทรวง กห. เพื่อวางกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกระทรวง พม. และ กห. สำหรับการยกระดับความมั่นคงของมนุษย์ควบคู่กับความมั่นคงของชาติ โดยมุ่งสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนและกำลังพลผู้เสียสละ ณ ห้องภาณุรังษี ชั้น 3 ในศาลาว่าการกลาโหม กระทรวงกลาโหม กรุงเทพฯ
นายนิกร เปิดเผยว่า การประชุมหารือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง "ฝ่ายพัฒนาสังคม" โดยกระทรวง พม. และ "ฝ่ายความมั่นคง" โดยกระทรวง กห. โดยมุ่งเน้นการตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่มอย่างตรงจุดในพื้นที่ชายแดน ดังนี้
1. ประชาชนและชุมชนตามแนวชายแดนใน 26 จังหวัด 752 ชุมชน/หมู่บ้าน 259,037 ครัวเรือน โดยสร้าง “ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง” พร้อมความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเปลี่ยนแนวกันชนให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง , ยกระดับยุทธศาสตร์การป้องกันชายแดนเชิงรุก ผ่านแนวคิด “ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง” ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหลัง มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ปลอดภัย และมีอาชีพที่ยั่งยืน ถือเป็นกลไกเฝ้าระวังและรักษาอธิปไตยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และ ปลดล็อกการใช้ที่ดินความมั่นคง โดยทั้งสองหน่วยงานร่วมพิจารณาแนวทางบูรณาการการใช้ประโยชน์ที่ดินในกำกับดูแลของฝ่ายความมั่นคง เพื่อนำมาจัดสรรและพัฒนาเป็นโครงการ “บ้านมั่นคงชายแดน” โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จะเข้ามาร่วมวางผังและสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน และหน่วยทหารร่วมลงแรงพัฒนา ดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) และ กรมการทหารช่าง ร่วมกับกิจการพลเรือน ลงพื้นที่สนับสนุนเครื่องจักร วัสดุ และกำลังพลในการก่อสร้าง ปรับปรุงบ้านเรือน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของชาวบ้าน
2. ครอบครัวทหารผ่านศึกและทหารพรานยากจน ด้วยการดูแลสิทธิประโยชน์ คืนเกียรติยศและสวัสดิการแก่กำลังพลผู้ปิดทองหลังพระ โดย 2.1 การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างแท้จริง ซึ่งกระทรวง พม. และ กห. เล็งเห็นถึงความเสียสละของนักรบชุดดำ (ทหารพราน) และทหารผ่านศึกที่ปลดประจำการแล้ว ซึ่งครอบครัวจำนวนมากยังประสบปัญหาความยากจนและไม่มีบ้านเป็นของตนเอง และ 2.2 แพ็กเกจดูแลเฉพาะกลุ่ม ด้วยการบูรณาการฐานข้อมูลเพื่อสำรวจและส่งมอบความช่วยเหลือรายครัวเรือน ทั้งการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรม การส่งเสริมทุนประกอบอาชีพสำหรับคู่สมรส และสวัสดิการ สุขภาพองค์รวม เพื่อให้ครอบครัวของผู้เสียสละสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมศักดิ์ศรี
3. ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากภัยสงครามและกลุ่มเปราะบาง โดย 3.1 ระบบฟื้นฟูเยียวยาแบบไร้รอยต่อ ด้วยการ กำหนดแนวทางดูแลทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือสูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ โดยกระทรวง พม. จะนำนวัตกรรมและบริการด้านคนพิการเข้ามาเสริม ทั้งกายอุปกรณ์ การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้รองรับ Universal Design (อารยสถาปัตย์) และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และ 3.2 ส่งเสริมอาชีพใหม่รองรับการใช้ชีวิต ด้วยการเปิดช่องทางฝึกอบรมทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เพื่อให้สามารถกลับมาสร้างรายได้และเป็นเสาหลักให้แก่ครอบครัวได้อีกครั้ง ควบคู่กับการดูแลกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ในพื้นที่ติดชายแดน เช่น ผู้สูงอายุติดเตียง และเด็กด้อยโอกาส
ทั้งนี้ มีเป้าหมายระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2570-2574 โดยได้กำหนดกิจกรรมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนการเตรียมความพร้อมชุมชนและการพัฒนายกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง , การอุดหนุนที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคพื้นที่ความมั่นคงพื้นที่ปลอดภัยและการจัดการทรัพยากรข้ามแดน , การบริหารจัดการ โดยสำหรับในปี 2570 จะดำเนินการนำร่องใน 5 จังหวัด 21 ชุมชน/หมู่บ้าน 4,563 ครัวเรือน ประกอบด้วย จังหวัดสระแก้ว อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีบุรีรัมย์ และศรีสะเกษ
“หลังจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะมีมติร่วมกันในการเร่งจัดตั้ง คณะทำงานร่วม (Joint Working Group) เพื่อกำหนดแผนงาน กรอบงบประมาณ และพื้นที่นำร่องให้ชัดเจน โดยจะรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการบูรณาการดังกล่าว เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการอนุมัติกรอบความร่วมมือ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อความมั่นคง และการจัดสรรงบประมาณบูรณาการข้ามกระทรวง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย “ความมั่นคงทางทหารเคียงคู่ความมั่นคงของมนุษย์” เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป” นายนิกร กล่าวท้าย




20 กันยายน 2569
19 กันยายน 2569
19 กันยายน 2569
20 กันยายน 2569
19 กันยายน 2569
19 กันยายน 2569