วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 14:44 น.
กทม. ร่วมประชุมขับเคลื่อน “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี” เดินหน้าบูรณาการข้อมูล พร้อมร่วมมืออำนวยความสะดวกในพื้นที่ เตรียมพร้อมรับมาตรการลดค่าครองชีพคนกรุง ม.ค. 70
(17 ก.ย. 69) เวลา 09.30 น. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางราง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการบูรณาการข้อมูล อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการพื้นที่ และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดใช้อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ดีเดย์วันที่ 1 ม.ค. 70
การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยสาระสำคัญของมาตรการกำหนดอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมมีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ที่ประชุมได้พิจารณาการเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบและอุปกรณ์ รวมถึงเงื่อนไขทางธุรกิจ โดยกำหนดให้ EMV Contactless เป็นสื่อหลักในการเดินทาง ครอบคลุมบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม พร้อมเร่งติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ในระบบรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้มาตรการอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการในวันที่ 1 ม.ค. 70
ด้านการคิดค่าโดยสาร เบื้องต้นจะเรียกเก็บตามมูลค่าการเดินทางจริง และหากค่าโดยสารเกินอัตราสูงสุด 45 บาท ภาครัฐจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือบัญชีบัตรที่ใช้ในการเดินทาง ภายใน 3 วันทำการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบและอุปกรณ์ จัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณค่าโดยสารและการคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร การรับเรื่องร้องเรียน และการทดสอบระบบร่วมกันก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้การดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานคร มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในการโอนย้ายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ทั้งส่วนหลักและส่วนต่อขยาย) รวมถึงสายสีทอง ทั้งในมิติทรัพย์สิน รายได้ และภาระหนี้สิน เพื่อรวมการบริหารไว้ที่ รฟม. เพียงรายเดียวตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่ติดตั้งเครื่องอ่านบัตรชั่วคราว (Temporary Reader/EDC) บนสายสีเขียวและสายสีทอง และร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือน ธ.ค. 69
สำหรับประโยชน์ที่ประชาชนผู้ถือสัญชาติไทยจะได้รับ นอกจากจะช่วยลดค่าครองชีพและประหยัดค่าเดินทางอย่างเห็นได้ชัดด้วยอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการรองรับระบบชำระเงินผ่านบัตร EMV Contactless (บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม) โดยระบบจะคำนวณและคืนเงินส่วนต่าง (Refund) เข้าบัญชีบัตรภายใน 3 วันทำการ ขณะเดียวกัน สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ยังคงได้รับสิทธิลดหย่อนราคาพิเศษเดิม หรือเลือกใช้สิทธิมาตรการ 45 บาทตามตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดได้อีกด้วย
โดยมี นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต
