วันที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 03:50 น.
รวบหนุ่มฆ่าโหด หมกศพแห้งตายกลางกรุง หนีคดีตั้งแต่ปี 2543
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.3 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายอำ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2552 กระทำผิดฐาน “ผิดต่อชีวิต, ผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม”
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2543 เวลา 15.00 น. เจ้าของห้องเช่าแห่งหนึ่ง ย่านสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร พบศพเน่าแห้งตาย ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน ส่วนคนเช่าอื่นๆ หนีหายไปกันหมด เจ้าของห้องเช่าจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่เกิดเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์จากสถาบันนิติเวช เข้าตรวจสอบภายในห้องเช่าชั้นล่าง พบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25 ปี ถูกเชือกไนลอนพร้อมไม้ไผ่สกรูขันชะเนาะรัดแน่นที่ลำคอ ส่วนขาและมือทั้ง 2 ข้าง ถูกมัดติดกันด้วยเชือกไนลอนสีดำ พร้อมทั้งถูกผ้าปูที่นอนห่อหุ้มตั้งแต่ช่วงเอวลงมา และที่ศีรษะมีถุงพลาสติกคลุมอยู่ สภาพศพ เน่าเปื่อยจนแห้งเหลือแต่หนังติดกระดูก คาดว่าเสียชีวิตแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตามคนในบ้านเช่าดังกล่าว มาสอบสวนปมมาตกรรมโหด และรู้ตัวผู้ก่อเหตุในเวลาต่อมา
ต่อมาวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 เวลาประมาณ 21.00 น. จำเลย 4 คน แบ่งเป็น คนไทย 2 คน ต่างด้าวชาวหม่าอีก 2 คน และผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นคนต่างด้าวชาวพม่า ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นได้พากันนั่งดื่มเบียร์ตามปกติหลังเลิกงาน ได้มีเหตุทะเลาะกัน และจบกันด้วยการแยกย้ายเข้านอน จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. นายชาติฯ ซึ่งเป็นต่างด้าว ได้แอบเข้าไปในห้องนอนผู้ตายแล้วใช้ ครกหินทุบศีรษะผู้ตายขณะนอนหลับอยู่ภายในห้องนอนชั้นสอง นายชาติฯ จึงได้เรียก จำเลยทั้ง 4 คน 1 ในนั้น มีนายอำ (นามสมมุติ) ซึ่งคนไทย ซึ่งเป็นจำเลยตามหมายจับ ได้ช่วยกันใช้เชือกไนลอนรัดคอ รวมทั้งใช้ไม้ไผ่เพื่อขันชะเนาะรัดคอ บริเวณศีรษะจนแน่น มัดมือมัดขา พร้อมทั้งใช้ถุงพลาสติกคลุมบริเวณศีรษะ และใช้ผ้าปูที่นอนห่อบริเวณลำตัว จนผู้ตายได้ขาดอากาศและเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 ได้ช่วยกันหามศพผู้ตายไปไว้ในห้องดังกล่าวแล้วใช้ตะปูตอกปิดประตูไว้ จากนั้นจึงได้ช่วยกันเก็บกวาด คาบเลือดต่างๆ แล้วพากันหลบหนีไป
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2543 เวลา 15.00 น. เจ้าของห้องเช่ามาเก็บเงินค่าเช่าห้อง ไม่เห็นใคร จึงได้เปิดกุญแจเข้าไป แล้วพบศพผู้เสียชีวิต แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในเวลาต่อมา เมื่อสู้คดีบนชั้นศาล วันนัดรับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ตัวจำเลยไม่มา ศาลฎีกาลง จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือ จำคุก 34 ปี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พุทธศักราช 2552
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับได้ออกสืบสวนติดตามจับกุมจำเลยอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวจำเลยได้ จะกระทั่ง เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพบว่าตัวจำเลยมากบดานอยู่ บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ตำบลด่านนอก อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงได้ไปดักสุ่มดูคามเคลื่อนไว จนพบเห็น นายอำ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี บุคคลตามหมายจับ และเข้าจับกุมตัว แจ้งข้อกล่าวตามหมายจับและแจ้งสิทธิผู้ถูกจับให้ครบถ้วน จึงนำตัวจำเลย ส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นผู้ต้องหา รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับอยู่ แต่ตนไม่ได้เป็นคนฆ่าผู้ตายเลย นายอำ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี อ้างว่าตนโดนบังคับ หากไม่ช่วยจับมือ เขาจะโดนฆ่าทิ้ง จึงจำต้องช่วยจับมือจับขา และช่วยหามศพมาไว้ชั้นล่าง แค่นั้น ส่วนที่รัดคอตนไม่ได้ทำจริงๆ


13 กันยายน 2569
13 กันยายน 2569
13 กันยายน 2569
13 กันยายน 2569