หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569

วันที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 05:22 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569

>> สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชวนแฟนคลับร่วมฉลองวันเกิด “แม่มะลิ” ฮิปโปฯ ขวัญใจมหาชน ครบรอบ 61 ปี วันที่ 8 ก.ย. นี้

09.00 น. ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเตรียมจัดกิจกรรมฉลองวันเกิด “แม่มะลิ” ฮิปโปโปเตมัสที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์ที่มีอายุยืนที่สุดในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 61 ปี ในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ณ ส่วนแสดงฮิปโปโปเตมัส สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี

ภายในงานได้จัดเตรียมกิจกรรมมอบความรักและความสุขให้แก่แม่มะลิอย่างคับคั่ง ได้แก่ นิทรรศการแสดงเกร็ดความรู้และเรื่องราวชีวิตของแม่มะลิ กิจกรรมเกมสนุก ๆ พร้อมรับของที่ระลึก รวมถึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและแฟนคลับร่วมเขียนการ์ดอวยพรวันเกิดเพื่อส่งต่อความปรารถนาดีให้แก่แม่มะลิ

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน คือการร่วมกันมอบ “เค้กผลไม้ก้อนโต” สุดพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อสุขภาพของแม่มะลิโดยเฉพาะ พร้อมร่วมกันร้องเพลง “Happy Birthday” ต้อนรับวัย 61 ปี ท่ามกลางบรรยากาศความอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยว และผู้ที่เดินทางมาร่วมฉลอง สวนสัตว์เปิดเขาเขียวจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว แฟนคลับ และประชาชนผู้สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันพิเศษ และร่วมส่งมอบความรักให้แก่ “แม่มะลิ” ฮิปโปโปเตมัสขวัญใจคนไทยที่อยู่คู่สวนสัตว์มาอย่างยาวนาน

>> เงินเยียวยาน้ำท่วมน่าน เตรียมโอน 9,000 บาท เข้าบัญชีผู้ประสบภัย วันที่ 8 ก.ย. นี้

10.00 น. ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน แจ้งความคืบหน้า กรณีเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท เตรียมโอนรอบแรก เข้าบัญชีผู้ประสบภัยน้ำท่วมน่าน 8 ก.ย. 69 นี้ จำนวน 15,215 ครัวเรือน

โดยเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน โพสต์ข้อความระบุว่า ชาวน่าน เงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท เตรียมเข้าบัญชีแล้ว 8 ก.ย. 69 นี้ ตามมติ ครม. (25 ส.ค. 69) รัฐบาล ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ของจังหวัดน่าน ครัวเรือนละ 9,000 บาท

สรุปยอดโอนเงิน จ.น่าน (รอบที่ 1)

จำนวนครัวเรือนที่ได้รับ : 15,215 ครัวเรือน

งบประมาณรวม : 136,935,000 บาท

กรม ปภ. นำส่งรายชื่อให้ ธนาคารออมสิน เรียบร้อยแล้ว

เงินเข้าบัญชี วันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เวลา : 02.00 - 06.00 น.

สามารถตรวจสอบบัญชี ธนาคารออมสิน หรือบัญชีที่ ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน

>> การรถไฟฯ เปิดทางช่วงชลบุรี–บางพระแล้ว หลังกู้ขบวนรถสินค้าตกรางเรียบร้อย เผยน็อตยึดรางหายซึ่งถือเป็นความผิดปกติ

10.54 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานความคืบหน้ากรณีขบวนรถสินค้าที่ 845 ตกรางบริเวณย่านสถานีชลบุรี จังหวัดชลบุรี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธาและฝ่ายการช่างกลระดมกำลังพร้อมเครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินการกู้แคร่ที่ตกรางและซ่อมแซมทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถ เปิดทางขึ้นช่วงชลบุรี–บางพระ ได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.24 น. วันที่ 4 กันยายน 2569 ขณะขบวนรถสินค้าที่ 845 เส้นทางสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง)–ท่าเรือแหลมฉบัง ทำขบวนผ่านประแจในย่านสถานีชลบุรี ส่งผลให้แคร่บรรทุกสินค้า 6 แคร่ท้ายตกราง กีดขวางการเดินรถทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับในเส้นทางสายตะวันออก โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่า น็อตยึดราง (guard rail) สูญหายจำนวน 7 ตัว จากทั้งหมด 8 ตัว ซึ่งถือเป็นความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดด้านเทคนิคอย่างรอบคอบ เพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริงของการตกราง ทั้งนี้ การรถไฟฯ ขออภัยผู้โดยสารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือการกระทำผิดปกติบริเวณทางรถไฟ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อร่วมกันป้องกันเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินรถ

>> กระบะเสียหลักชนต้นไม้พุ่งตกคลองเสียชีวิต อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะตกลงไปคลองบางลี่ บริเวณใกล้เคียงหน้าประตูระบายน้ำบางมะยม เส้นทางโคกกระเทียม-บางลี่ ตำบลบางลี่ อ.ท่าวุ้ง รถจมหายไปในน้ำ โดยยังไม่ทราบมีผู้ติดอยู่ในรถหรือไม่ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายกิตติภพ คงภานิติธรรม นายอำเภอท่าวุ้ง แพทย์เวร รพ.ท่าวุ้ง และนักประดาน้ำอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลพบุรี

ในจุดเกิดเหตุสภาพมืดสนิท ริมถนนพบร่องรอยรถชนป้ายบอกทาง ชนต้นไม้ พุ่งตกลงไปในคลอง ทีมประดาน้ำได้ช่วยกันลงค้นหากว่า 1 ชั่วโมง จึงพบรถรถยนต์โตโยต้าวีโก้ สีน้ำเงิน จมอยู่ใต้น้ำ ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายพล อายุ 50 ปี เป็นผู้ขับขี่รถคันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาให้แพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ก่อนที่จะส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

จากการสอบถามชาวบ้านในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ได้ยินเสียงรถชนต้นไม้ ก่อนที่จะพุ่งตกลงไปในคลอง เห็นไฟท้ายริบหรี่ แต่ไม่สามารถลงไปช่วยเหลือได้ ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นวิศวกรควบคุมการก่อสร้างของบริษัทแห่งหนึ่ง หลังเลิกงานได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาตามเส้นทาง ซึ่งเป็นทางลัดเพื่อกลับบ้าน แต่อาจไม่ชำนาญเส้นทาง ประกอบกับทางแคบถนนมีความมืด รถได้เสียหลักพุ่งชนป้ายบอกทาง ตกลงไปในคลองเสียชีวิตดังกล่าว

>> เพลิงไหม้ร้านขายข้าวสารรายใหญ่เขาพนม เสียหายรวม 5 คูหา มูลค่ากว่า 7 ล้านบาด

16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาพนม จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ บริเวณร้านค้าข้าว บนถนนซอยสายเขาพนม-โรงเรียนเทศบาลเขาพนม ม.5 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ หลังรับแจ้งจึงเดินไปตรวจสอบ ร่วมกับทางเทศบาลตำบลเขาพนม และได้มีการประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลและ อบต.ต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเข้าร่วมดับเพลิง

เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่มีบ้านเรือนหนาแน่น พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงมีกลุ่มควันพวยพุ่งอย่างหนัก และมีเสียงถังแก็สระเบิดเป็นระยะ เนื่องจากร้านที่เกิดเหตุจำหน่ายข้าวสารและถังแก็ส เจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำสกัดเลิงนานกว่า 1 ชม. จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ไม่ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง พบเสียหายทั้งหลัง 4 คูหา และเสียหายบางส่วน 1 หลัง เบื้องต้นได้รับเเจ้งว่าตนได้ยินเสียงดังเหมือนเสียงระเบิดเสียงดังเล็กน้อย จากนั้นเกิดกลุ่มควัน และมีประกายไฟเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนบ้านต้นเพลิง ขณะเกิดเหตุ มีผู้อาศัยอยู่ 3 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

>> กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับที่ 8 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ต้องระวังอันตรายอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง

17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 8 ความว่า ในช่วงวันที่ 5–7 ก.ย. 69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ บริเวณด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ตามลุ่มแม่น้ำโขง พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสอบถามที่หมายเลข 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

>> ตร.ทางหลวง-สืบสระแก้ว ดักจับสาวขับรถรับส่งยาบ้า พบของกลางซุกใต้เบาะคนขับ สารภาพรับจ้างขนยาให้ลูกค้า ค่าจ้างแค่พันบาท

18.00 น. ตำรวจทางหลวง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว เข้าจับกุม น.ส.นวรัตน์ อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,000 เม็ด รถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ ทะเบียนปราจีนบุรี และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนสระแก้ว-จันทบุรี หมู่ 7 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว

ทั้งนี้ทราบว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.สระแก้ว ได้จับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ และขยายผลจนทราบว่า น.ส.นา (นามสมมุติ) ผู้ต้องหารายนี้ ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเป็นพาหนะในการรับยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า จึงประสานตำรวจทางหลวงช่วยติดตามตรวจสอบ ต่อมาเจ้าหน้าที่พบ น.ส.นา ขับรถมาตามเส้นทางเพียงลำพัง จึงเรียกตรวจค้นภายในรถ ก่อนพบยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งคนขับ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดี จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเอง โดยก่อนหน้านี้ตนได้รับการว่าจ้างให้ไปรับยาบ้าจากหญิงรายหนึ่ง ใหันำเงินจากผู้สั่งซื้อไปจ่ายในราคามัดละ 20,000 บาท ซึ่งมีการติดต่อสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Messenger ส่วนตนนั้นได้รับค่าจ้างในการขนส่งเพียง 1,000 บาทเท่านั้น จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> น้องชายทะเลาะกับพี่ คว้ามีดสปาต้าฟันแขนพี่ชายจนขาด ก่อนเข้ามอบตัวกับตำรวจ

20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านทุ่งโป่ง ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่เกิดเหตุญาติและผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้เข้าช่วยเหลือและนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลท่ายาง

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายธวัชชัย และ นายชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นพี่น้องกัน เกิดมีปากเสียงและทะเลาะกันบริเวณหน้าบ้านพัก ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย นายธวัชชัยใช้อาวุธมีดสปาต้าลักษณะคล้ายมีดทหาร ความยาวประมาณ 27 นิ้ว ฟันเข้าที่บริเวณแขนซ้ายของนายชัยวัฒน์อย่างรุนแรง จนได้รับบาดเจ็บถึงขั้นแขนขาด หลังเกิดเหตุ นายธวัชชัยได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าไม้รวก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

>> ตำรวจไล่ล่าขบวนการลักลอบขนแรงงานข้ามชาติ สกัดรถกระบะขน 17 แรงงานเถื่อน คนขับเอาตัวรอดวิ่งหนีกระเจิง

20.55 น. กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) โดย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา โดยกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาที่ 1-16 เป็นบุคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา กระทำความผิดฐาน เป็นบุคลต่างด้าว หลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมยึดของกลาง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6ขภ 6xx4 กรุงเทพมหานคร (ตรวจสอบทะเบียนรถไม่พบข้อมูล) จำนวน 1 คัน จับกุมได้ที่ ทล.3199 พื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุม ขณะออกตรวจพื้นที่รับผิดบ พบรถต้องสงสัย รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีขาว ขับขี่อยู่บน ทล.3199 พื้นที่ตำบล ลาดหญ้า จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่แล้วขับติดตาม จนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี คนขับรถยนต์ขนแรงงานต่างด้าวไม่สามารถไปต่อได้ จึงได้ทำการจอดรถเพื่อวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่

จากการตรวจสอบภายในรถพบแรงงานต่างด้าวที่อยู่ด้านในรถ และบริเวณท้ายกระบะรถยนต์ปกคลุมด้วยผ้าใบ รวม 16 คน จึงให้แสดงเอกสารราชการ ปรากฎว่าไม่มีผู้ใดมีเอกสารการเดินทาง หรือเอกสารทางราชการ ไม่สามารถพูดและสื่อสารภาษาไทยได้ ชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดดรถยนต์ของกลาง จับกุมตัวบุคลลต่างด้าว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ข่าวยอดนิยม