วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 10:47 น.
วันนี้(4 ก.ย.69) เมื่อเวลา 08.45 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ของประเทศไทยให้เป็นระบบ และสอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางเศรษฐกิจดิจิทัล การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์มาพร้อมกับความท้าทายสำคัญเรื่องการใช้ไฟฟ้า น้ำ และสาธารณูปโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางไซเบอร์ เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลของอุตสาหกรรมในอนาคตจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เราต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับกฎหมาย และผลประโยชน์ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล โดยประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ในการเข้ามาลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพที่เรามีอยู่ และความพร้อมต่างๆ โดยเฉพาะความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน
นายกฯกล่าวว่า ขณะนี้เราเห็นว่าสังคมมีความกังวลต่อดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมืองต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในยุคดิจิทัล ขณะที่กฎหมายของเรายังพัฒนาไปไม่ถึง จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องวางมาตรการขึ้นมากำกับอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
สำหรับเป้าหมายของประเทศไทยไม่ใช่ต้องการเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือแค่ดึงดูดการลงทุนเพื่อให้เราเป็นเพียงแค่สถานที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่การลงทุนต้องสร้างมูลค่าเพื่อให้กับประเทศดึงดูดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เข้าสู่ประเทศไทย เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากรไทย สร้างระบบนิเวศดิจิทัล และยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ซึ่งหลายประเทศผ่านจุดนี้มาแล้ว และกำลังแข่งกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่งผ่านช่วงเวลาที่จะต้องทบทวนออกแบบให้เหมาะสม และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและสมดุล
นายกรัฐมตรี ยังฝากให้คณะกรรมการชุดนี้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการกำหนดนิยาม และสถานะทางกฎหมายของดาต้าเซ็นเตอร์ให้ชัดเจน การกำหนดมาตรฐาน Green Data Center การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การคุ้มครองข้อมูล และความมั่นคงทางไซเบอร์ ตลอดจนการสนับสนุนระบบนิเวศ AI และ Cloud ของประเทศไทย ทั้งนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ และนำความกังวลของประชาชนมารับฟังหาทางออก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการในส่วนที่มีการพบกันสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีหลายประเภททั้งสร้างแบบถูกต้องทั้งหมด ตรงนี้ก็ไม่ว่ากัน.
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า การสร้างแบบแอบเข้ามา มีของแฝงเข้ามาเพื่อลดต้นทุน และใช้ใบอนุญาตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการลักลอบใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาดำเนินกิจการซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการทำเช่นนี้มาตลอด แต่เราต้องจับทางเขาให้ได้ เพื่อแก้ไข และออกกฎระเบียบให้มีความรัดกุม ที่สำคัญต้องปลอดภัยกับประชาชนให้มากที่สุด
“ไม่ใช่ว่าจะบอกว่าเราจะไม่ทำดาต้าเซ็นเตอร์อีกแล้ว แต่เราต้องมาจัดระเบียบ เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ถ้าบูมขึ้นมา บางทีคนก็เหมือนจะขายใบอนุญาตไปขอใบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กระทรวงมหาดไทย เหมือนขอเผื่อไว้ก่อน ซึ่งดูคร่าวๆ ไปขอมาประมาณ 20,000 เมกะวัตต์ นี่ก็เป็นหลักธุรกิจแบบไทยๆ คือขอไว้ก่อน ถ้าใช้ก็นำมาหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ ถ้าไม่ใช้ก็ปล่อยให้มันหายไป ผมคิดว่าคณะกรรมการชุดนี้ต้องมีความชัดเจน และอธิบายให้กับประชาชนด้วย เพราะตอนนี้ประชาชนอาจจะกังวลว่าแค่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องมีการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าเป็นหมื่นๆ เมกะวัตต์ เชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมากำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” นายกฯกล่าว.
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำนายเอกนิติ เรื่องการใช้พลังงานทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก และมีการใช้ที่ดินอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก จึงต้องทำให้สอดคล้องกับสภาวะการในปัจจุบันที่ประเทศไทยนึกถึงเรื่อง Net Zero โรด้วย การใช้ไฟจำนวนมากขนาดนี้ต้องใช้เรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียน (Green Energy) มากกว่าพลังงานฟอสซิล พร้อมยกตัวอย่างการกักน้ำมันเอาไว้สำรองตรงนี้อาจจะต้องแก้ไข ถ้าเราใช้พลังงานจาก Green Energy หรือพลังงานธรรมชาติมากๆ ไม่ว่าจะรูปแบบใด เช่น ลม โซลาร์ ถ้าใช้พลังงานเหล่านี้จะทำให้การดาวน์ของพลังงานน้อยกว่าการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) จึงต้องคิดครอบคลุมให้หมดเพื่อตอบโจทย์ทุกอย่างได้ ตนพร้อมพิจารณาคำแนะนำของท่านทั้งหลาย เพราะต้องไปสู่การแก้ประกาศออกระเบียบหรืออาจต้องแก้พระราชบัญญัติอะไรหรือไม่ก็ต้องพิจารณากัน




4 กันยายน 2569
4 กันยายน 2569
4 กันยายน 2569
4 กันยายน 2569