24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 กันยายน 2569
>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ริมถนนพิบูลสงคราม ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
06.47 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อาคาร ริมถนนพิบูลสงคราม แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ประกอบกิจการสำนักงานให้เช่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 8 ภายในห้องเก็บเอกสาร เพลิงลุกไหม้เสียหายตู้เย็น โต๊ะ ชั้นวางหนังสือ ลุกลามเอกสาร เเละเครื่องปรับอากาศ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้เย็น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางซ่อน
>> รัฐบาลเดินหน้า เร่งสำรวจครัวเรือน “ไม่มีเลขที่บ้าน” รองรับความช่วยเหลือ – ประกันภัยพิบัติ
08.01 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ( ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ (ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ) สำหรับปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชน ได้รับการเยียวยา ฟื้นฟู และซ่อมแชมบ้านเรือน อย่างรวดเร็ว และใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ขานรับมติ ครม. ทำหนังสือ ด่วนที่สุด ถึงนายทะเบียนจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้เร่งดำเนินการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลที่พักอาศัยและข้อมูลบุคคลในพื้นที่ กรณี ไม่มีบ้านเลขที่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ กองทุนภัยพิบัติ (ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ) โดยมุ่งเน้นพื้นที่ 2 ลักษณะ ได้แก่
บ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่ตามกฎหมายทะเบียนราษฎร แต่มีบุคคลอาศัยอยู่ประจำ และ ที่พักอาศัยที่ยังไม่มีสภาพความเป็นบ้านตามกฎหมายทะเบียนราษฎร แต่มีบุคคลพักอาศัยอยู่เป็นประจำ
พร้อมทั้งจัดเก็บข้อมูลตามแนวทางและแบบฟอร์มที่สำนักทะเบียนกลางกำหนด เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งนี้ ให้เร่งดำเนินการสำรวจและจัดเก็บข้อมูล ระหว่างวันที่ 1–15 กันยายน 2569 พร้อมรายงานผลการดำเนินงานตามระบบที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดทำฐานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
“การเร่งสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้านในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่ซึ่งยังไม่มีเลขที่บ้าน มีข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เมื่อเกิดภัยพิบัติ ประชาชนสามารถได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และซ่อมแซมที่อยู่อาศัยได้อย่างรวดเร็ว ตรงกลุ่มเป้าหมาย และทั่วถึง” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
>> นายกฯ ชื่นชม ทัพวอลเลย์บอลหญิงไทย ย้ำ รัฐบาลพร้อมหนุนต่อเนื่อง พัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยสู่เวทีสากล
10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับคณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้แทนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 (2026 AVC Women’s Volleyball Continental Championship) กล่าวขอบคุณผู้จัดการทีม โค้ชอ๊อด ทีมงานผู้ฝึกสอน ผู้สนับสนุน และนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยทุกคน ที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ ขอให้ความสำเร็จและรางวัลเกียรติยศในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น และร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวงการกีฬาไทยต่อไป
การคว้าตั๋วไปแข่งขันโอลิมปิกถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปคือการเตรียมความพร้อม ไม่ประมาท และคงไว้ซึ่งความเป็นนักสู้ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกในการคว้าชัยชนะ รัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบ เพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพของนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะกีฬาวอลเลย์บอล แต่รวมถึงกีฬาทุกประเภท ผ่านการส่งเสริมการพัฒนาทักษะ (Upskill และ Reskill) เพื่อยกระดับศักยภาพนักกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากล
>> ตำรวจสอบสวนกลาง รวบสาวเจ้าของ "บัญชีม้า" เอี่ยวขบวนการหลอกจ้างงานออนไลน์
11.26 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ” โดยจับกุมได้ บริเวณริมถนนสามัคคี ซอย 3 อ.เมือง จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2566 ผู้เสียหายเข้าใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหางานทำ และไปเจอเพจโพสต์เปิดรับสมัครพนักงานกดยืนยันสินค้าหาเงินออนไลน์จากอินเตอร์เน็ต สนใจจึงแอดไลน์ไป มีการอ้างว่าแค่มีเวลาวันละ 1 – 2 ชั่วโมง รายการต่อวัน 200 –500 บาท แต่ให้ลงทะเบียนรับโบนัสการเป็นสมาชิก 30 บาท จากนั้นฝ่ายจัดบริการ ก็สอนการทำงาน ให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอน ลักษณะคือให้สำรองเงินจ่ายไปก่อน แล้วจะได้ค่าตอบแทนเพิ่ม สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงินในการทำงาน รวมจำนวน 63,600 บาท แต่แล้วก็ไม่ได้เงินคืน จึงเชื่อว่าตนถูกหลอก จึงแจ้งความที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนจับกุม น.ส.เอ ซึ่งตรวจสอบแล้วเข้าข่ายบัญชีม้า จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ตร.บางบัวทองจับ "ยาไอซ์" 500 กก. บรรจุมากับผล "มะระ" ซุกซ่อนบ้านย่านบางบัวทอง
12.16 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ท.ประสพศิลป์ พิมพ์มีลาย สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งว่า ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 500 กก. จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อเวลา 00.15 น. ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ขกท.ศปก.นสศ.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกันขยายผล การจับกุมกลุ่มที่พักยาเสพติด และลำเลียงยาเสพติด จนทราบว่า มีการลำเลียงยาเสพติด โดยการซุกซ่อนมากับพืชผลทางการเกษตร โดยใช้รถกระบะตู้ทึบบรรทุกเพื่อส่งมอบให้กับผู้รับปลายทาง
โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า รถกระบะตู้ทึบดังกล่าว เป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กทม. มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามตามเส้นทางที่รถคันดังกล่าวเคลื่อนที่ จนกระทั่งมาพบรถคันดังกล่าวมาจอดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 6 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้ทำการเฝ้าติดตามพร้อมขอหมายค้น ต่อมาพบชายขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ค แคลี่บอย สีขาวติดแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร มาจอดบ้านริเวณภายในซอยของบ้านหลังดังกล่าว และเดินเข้าไปภายในบ้าน จนกระทั่งเดินกลับออกมา เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการจับกุม ทราบชื่อต่อมาคือ นายธอ (นามสมมุติ)
จากการตรวจค้นภายในบ้านพบกล่องกระดาษจำนวน 56 ลัง บรจจุยาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม หากไอซ์ล็อตนี้เล็ดลอดออกไปได้ จะมีมูลค่าประมาณ 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท) ซึ่งแต่ละห่อบรรจุอยู่ภายในถุงชาสีส้ม มีตัวอักษรภาษาจีน ประทับอยู่บนหีบห่อ โดยบรรจุอยู่ภายในกล่องลังกระดาษและมีผลมะระปะปนอยู่ เบื้องต้นหลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> กรมธุรกิจพลังงาน ส่งฝ่ายกฎหมายแจ้งความที่ สน.มักกะสัน เอาผิดดาต้าเซ็นเตอร์ฯ แอบซุกน้ำมันใต้ดิน รวม 2 แสนลิตร
13.24 น. กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน มอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ย่านพระราม 9 ในข้อหาจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การเข้าแจ้งความครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากประชาชนในพื้นที่ได้ร้องเรียนเรื่องความไม่ปลอดภัย จนนำไปสู่การลงพื้นที่เข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจากการตรวจค้นบริเวณชั้นใต้ดินของอาคาร พบถังน้ำมันขนาดใหญ่จำนวน 6 ใบ บรรจุปริมาณถังละ 40,000 ลิตร รวมปริมาณน้ำมันสำรองสูงถึง 200,000 ลิตร ซึ่งเป็นการลักลอบจัดเก็บเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 15,000 ลิตรโดยไม่ได้รับอนุญาต
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้รับมอบอำนาจและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยหลังจากนี้จะมีการประสานขอเอกสารและหลักฐานผลการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อเร่งออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งข้อหาดังกล่าวตามกฎหมายจะมีโทษ 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท
>> สืบนครบาล บุกช่วยนักศึกษามหาวิทยาลัยดัง ถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกข่มขู่ สูญเงิน 8.5 แสน
13.46 น. ผู้สื่อข่าวรยงาน สืบนครบาล 2 เข้าช่วยเหลือ หญิงชายไทย อายุ 19 ปี นักศึกษาหญิง มหาวิทยาลัยดัง หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. 69 คนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายมือถือชื่อดัง ก่อนโอนสายให้ตำรวจปลอม ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและความผิดร้ายแรง พร้อมบังคับให้โอนเงิน 50,000 บาท และหลอกให้ผู้ปกครองโอนเพิ่มอีก 800,000 บาท รวม 850,000 บาท จากนั้นสั่งให้ถอนเงินสดจากธนาคาร ก่อนนำไปส่งให้ชายชาวจีนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ บริเวณย่านพญาไท เมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมา ตำรวจสืบนครบาล ติดตามเบาะแสจนสามารถเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างปลอดภัยภายในห้องพัก พบอยู่ในอาการหวาดกลัวและร้องไห้อย่างหนัก หลังถูกคนร้ายบังคับเปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้เพื่อควบคุมและเฝ้าดูตลอดเวลา ตำรวจได้ปลอบใจและให้พูดคุยกับแม่เพื่อยืนยันความปลอดภัย พร้อมนำตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียด และเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดส่งมอบเงินและเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามชายชาวจีนและผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป
>> นายกฯ ตรวจติดตาม การซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เตรียมความพร้อมพระราชพิธีสำคัญ สมพระเกียรติ
14.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตรวจติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ ท่าวาสุกรี และวัดอรุณราชวราราม
นายกฯ กล่าวว่า ขบวนเรือ เส้นทาง และรูปแบบพิธีการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 มีความเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ โดยการซักซ้อมในครั้งนี้เป็นการฝึกครั้งที่ 4 และจะมีการฝึกซ้อมต่อเนื่องจนถึงวันพระราชพิธี เพื่อให้เกิดความพร้อมสูงสุด
พร้อมย้ำว่า “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไม่เพียงสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันงดงามของไทย แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ” โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางอย่างเข้มงวด เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมขบวนเรือ โดยสามารถรับชมได้ตามจุดต่าง ๆ ริมแม่น้ำ รวมถึงบริเวณวัดและโรงเรียน
>> จ.สมุทรปราการ มีเสียงระเบิด ภายในนิคมอุตสากรรมบางเพรียง อ.บางเสาธง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
15.55 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุมีเสียงระเบิด ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางเพรียง ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นระบุเสียงระเบิดมาจากโรงงานแห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาล พร้อมกั้นพื้นที่จุดเกิดเหตุไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจพิสูจน์ สำหรับรายละเอียดความคืบหน้า ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> DSI แท็กทีมพรีเมียร์ลีก-ทรูวิชั่นส์ ทลายเว็บเถื่อน 6 จุด โยงพนันออนไลน์ เสียหายกว่า 2 พันล้าน
15.58 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ “LION STRIKE” สนธิกำลังเข้าตรวจค้น 6 จุด ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และภูเก็ต ทลายเครือข่ายลักลอบนำสัญญาณฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไปเผยแพร่ทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
พบผู้ดูแลเว็บไซต์ พร้อมหลักฐานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ สมุดบัญชี และเงินสด 278,000 บาท ก่อนดำเนินการปิดเว็บไซต์ในเครือ
จากการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์ “UFA Thai” เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ได้รับประโยชน์จากขบวนการ โดย DSI ประเมินว่าการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 และ 2026/27 สร้างความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
>> จ.หนองคาย รถกระบะชนกับรถบรรทุก กลางถนนบ้านตัวอย่าง - บ้านนาตาล คนขับเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.
16.14 น. หน่วยกู้ภัยชบา191จุดโพนพิสัย ได้รับจากโรงพยาบาลโพนพิสัย ว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลาง ถนนบ้านตัวอย่าง - บ้านนาตาล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีขาว สภาพหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไปพบรถบรรทุกหกล้อ พลิกตะแคงลงข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย โดยเป็นคนขับรถกระบะ 1 รายมีอาการสาหัส และร่างติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัด-ถ่างงัดซากรถ และนำร่างออกมา ก่อนจะมอบให้รถกู้ชีพดำเนินการนำส่ง รพ.โพนพิสัย และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัย
>> กทม. ยันไม่ลิดรอนสิทธิคนไร้บ้าน รับข้อเสนอเครือข่าย จับมือตั้งคณะทำงานร่วมกัน เดินหน้าดูแลพื้นที่สาธารณะ ปรับจุดแจกอาหารดึงเข้า “บ้านอิ่มใจ”
1627 น. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แทนกรุงเทพมหานครรับข้อร้องเรียนจากสมาพันธ์คนไร้บ้านไทยและเครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมร่วมพูดคุยหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
สำหรับข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การยุติการกวาดจับหรือคุกคามคนไร้บ้าน 2. การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยไม่ใช้วิธีบังคับ และ 3. การเร่งสนับสนุนและลงทุนจัดหาที่อยู่อาศัยทางเลือก รวมถึงศูนย์ตั้งหลักหรือที่พักฉุกเฉินในเขตเมือง เพื่อแก้ปัญหาจากรากเหง้า
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า กทม. ยืนยันว่าจะไม่มีการคุกคามหรือละเมิดสิทธิของคนไร้บ้านอย่างแน่นอน โดยสิทธิต่าง ๆ จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทั้งนี้ หัวใจสำคัญคือการแจกอาหาร โดย กทม. ไม่อยากให้มีการแจกอาหารในพื้นที่สาธารณะ แต่ต้องการให้ไปรวมกันในจุดที่มีการดูแลอย่างเป็นระบบ เช่น บ้านอิ่มใจหรือสำนักงานเขต
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. จะมีการลงนามตั้งคณะทำงานร่วมกันในวันนี้ เพื่อเริ่มประชุมหาทางออกร่วมกันในฐานะทีมเดียวกัน โดยจะนำข้อเสนอของเครือข่าย ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยที่มั่นคง พื้นที่เศรษฐกิจสำหรับค้าขาย และระบบการดูแล มาวางแนวทางร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งทีมแพทย์ สาธารณสุข นักสังคมสงเคราะห์ พม. และกรมสุขภาพจิต พร้อมกล่าวย้ำว่า อยากให้การคุ้มครองนี้ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไร้บ้านดีขึ้น ไม่ใช่แค่คุ้มครองให้อยู่แบบเดิม
>> เจ้าหนี้ทวงเงินเดือด เปิดศึกกลางร้านยำ สามีแม่ค้าคว้ามีดฟันคู่กรณีเจ็บ อ้างถูกขว้างอีโต้ใส่ ตำรวจคุมตัวสอบสวน
17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง พร้อมสายตรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกาย บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 434 ชุมชนประดู่หอม ซึ่งเปิดเป็นร้านขายยำ ตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลพัทลุง ถนนสุรินทร์ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
ที่เกิดเหตุ พบชายไทย วัย 46 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลจากอาวุธมีดหลายแห่ง ทั้งบริเวณชายโครงด้านซ้าย 2 แผล ใต้ลำคอ 1 แผล และใต้ราวนมด้านขวาอีก 1 แผล เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทลุง
ส่วนผู้ก่อเหตุ เป็นชายไทย วัย 45 ปี ซึ่งเป็นสามีของแม่ค้าขายยำ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ นำตัวไปสอบสวน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บเดินทางมาที่ร้านเพื่อทวงเงินจากหญิงเจ้าของร้าน หลังเคยมีการยืมเงินกันจำนวน 5,000 บาท เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน โดยฝ่ายหญิงอ้างว่า ที่ผ่านมามีการจ่ายดอกเบี้ยไปแล้วรวมเกือบ 20,000 บาท ระหว่างการทวงเงิน ทั้งสองฝ่ายเกิดมีปากเสียงและโต้เถียงกันอย่างรุนแรง โดยมีลูกค้าอยู่ภายในร้านจำนวนมาก
ฝ่ายสามีของแม่ค้าขายยำ อ้างว่า คู่กรณีได้วิ่งไปหยิบมีดอีโต้จากร้านขายของชำที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนขว้างเข้ามาภายในร้าน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากมีดดังกล่าว จากนั้นจึงเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ก่อนที่ตนจะใช้มีดพกสั้นทำร้ายคู่กรณีจนได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวน พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์อย่างละเอียด ขณะที่ข้อกล่าวอ้างของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> หนุ่มวัยกลางคน ก่อเหตุจุดไฟเผาสินค้าในชั้นวางของ ภายใน 7-11 ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา
19.09 น.เกิดเหตุ ชายไม่ทราบชื่อ จำนวน 1 คน อายุประมาณ 30 ปี สวมใส่เสื้อสีดำ กางเกงขายาวทรงเดฟ สะพายกระเป๋าข้างสีดำ ไม่ปกปิดใบหน้า ไม่สวมหมวก เข้ามาในร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่ ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา
จากนั้นใช้น้ำมันก๊าดที่บรรจุขวด ฉีดไปที่สินค้า ที่วางอยู่ในชั้นวางของ แล้วใช้ไฟแช็คจุด จนเกิดไฟไหม้สินค้าได้รับความเสียหายเล็กน้อย แล้วจึงเดินหนีออกจากร้านไป ไม่มีการขโมยสิ่งของอื่นติดไปด้วยแต่อย่างใด
หลังจากที่พนักงานร้านเซเว่น ได้ทำการดับไฟ จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด แล้วจึงแจ้ง จนท.ตร.สภ.เทพาฯ เข้ามาตรวจสอบในเวลาต่อมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุ อาจมีอาการทางจิต ซึ่งจะติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการสอบสวนต่อไป
>> ยิงกันที่ตลาดโต้รุ่ง เมืองลพบุรี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
21.27 น. เกิดเหตุยิงกันภายในบริเวณตลาดโต้รุ่งสระแก้ว บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ท่าวุ้ง ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
จากการตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบร่าง ชายไทย อายุ 61 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าการช่วยเหลือ และต่อมาเสียชีวิตลง ห่างออกไป พบอีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 64 ปี ผู้ก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนทำร้ายตัวเอง และได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบในกระเป๋ากางเกง มีแม็กกาซีน 3 แมกกาซีน ที่เอวมีปืนอีก 1 กระบอก รวม 2 กระบอก
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด ส่วนร่างผู้เสียชีวิตมอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์ต่อไป
>> รถจักรยานยนต์ เสียหลักชนเสาไฟส่องสว่างข้างทาง บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย จ.นครสวรรค์
23.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดยาว รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนสาย ลาดยาว - นครสวรรค์ ใกล้เคียงศูนย์บริการรถยนต์ ในพื้นที่ ตำบลลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ลีด สีเทา ลักษณะชนกับเสาไฟส่องสว่างข้างทาง ใกล้กัน พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และมีผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ เป็นเพศชาย ได้รับบาดเจ็บ ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
4 กันยายน 2569
4 กันยายน 2569
4 กันยายน 2569
4 กันยายน 2569