วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 20:07 น.
รฟท. เดินหน้ารถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 หลัง ครม. ไฟเขียว “ชุมพร – สุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์” วงเงินกว่า 1.06 แสนล้านบาท เชื่อมโครงข่ายรถไฟทางคู่ ต่อเนื่องจากทางคู่ระยะที่ 1 และรองรับการขยายตัวของระบบรางไทย–มาเลเซีย
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ รวมระยะทางประมาณ 502.45 กิโลเมตร กรอบวงเงินรวมประมาณ 106,798.32 ล้านบาท เตรียมเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาและลงนามสัญญาภายในปี 2570 โดยมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 เพื่อยกระดับการเดินทาง การขนส่งสินค้า และระบบโลจิสติกส์ของภาคใต้ รวมถึงรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรางระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย
วันนี้ (1 กันยายน 2569) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ ตามที่กระทรวงคมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เสนอ เพื่อเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบราง เพิ่มประสิทธิภาพและความจุของโครงข่ายรถไฟ รองรับการเดินทางของประชาชน การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้า ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
โครงการที่ได้รับอนุมัติในครั้งนี้ ครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ จำนวน 3 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ และช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ รวมระยะทางประมาณ 502.45 กิโลเมตร กรอบวงเงินรวมประมาณ 106,798.32 ล้านบาท การพัฒนาโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพของโครงข่ายรถไฟสายใต้ให้มีความต่อเนื่องจากโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 โดยเฉพาะการแก้ไขข้อจำกัดของระบบทางเดี่ยว ซึ่งปัจจุบันขบวนรถที่เดินสวนทางกันต้องรอสับหลีกตามสถานีต่าง ๆ เมื่อพัฒนาเป็นทางคู่แล้ว ขบวนรถจะสามารถเดินสวนกันได้โดยไม่ต้องรอสับหลีก ช่วยเพิ่มความจุของเส้นทาง เพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการเดินรถ ลดระยะเวลาการเดินทาง และเพิ่มความตรงต่อเวลา
นอกจากนี้ โครงการยังครอบคลุมการปรับปรุงและพัฒนาระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ รวมทั้งรองรับการเพิ่มความถี่ของขบวนรถโดยสารและขบวนรถสินค้าในอนาคต
โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคใต้ โดยจะช่วยชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน เส้นทางช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จะช่วยเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์ เพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างประเทศ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน
ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการ การรถไฟฯ จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา การดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) การพิจารณาข้อเสนอ ตลอดจนการเสนอผลการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ การรถไฟฯ คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาและลงนามสัญญาได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่หาดใหญ่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม การรถไฟฯ ได้ปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟจากคันทาง (Embankment) เป็นโครงสร้างสะพานบก (Viaduct) ในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา ระยะทางประมาณ3 กิโลเมตร
การปรับรูปแบบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการกีดขวางทางไหลของน้ำ และเปิดพื้นที่ให้น้ำสามารถระบายผ่านใต้แนวทางรถไฟได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำหลากเข้าสู่พื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่แนวคันทางรถไฟอาจมีต่อการระบายน้ำของพื้นที่
นอกจากนี้ การใช้โครงสร้างสะพานบกยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบระบายน้ำและการบริหารจัดการน้ำในอนาคต รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้างทางรถไฟ และช่วยให้การเดินรถมีความต่อเนื่องมากขึ้นในสถานการณ์น้ำท่วม
สำหรับช่วงชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ระยะทางประมาณ 29.22 กิโลเมตร ที่ต้องแก้ไขปัญหาผู้บุกรุก จะนำไปพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินโครงการตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติในครั้งนี้ จะมุ่งพัฒนาโครงข่ายหลักให้มีความต่อเนื่องตั้งแต่ชุมพร ผ่านสุราษฎร์ธานีและชุมทางหาดใหญ่ ไปจนถึงปาดังเบซาร์ เพื่อรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรางระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศไทย โดยจะช่วยให้โครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ พร้อมต่อยอดการเชื่อมโยงระบบรางผ่านปาดังเบซาร์สู่ประเทศมาเลเซีย เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทาง การค้า และการขนส่งทางรางระหว่างประเทศในอนาคต


2 กันยายน 2569
2 กันยายน 2569