หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569

วันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 05:22 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569

>> จักรยานยนต์ถูกรถบรรทุกเฉี่ยวชน เสียชีวิต บนถนนกาญนาภิเษก ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ล่าตัวคู่กรณี

04.50 น. ตำรวจ สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุรถจักยานยนต์ถูกรถบรรทุกเฉี่ยวชน บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ขาเข้า แขวงและเขตบางแค กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าแม่ทับทิมหลักสอง ใกล้สะพานข้ามคลองภาษีเจริญ เล็กน้อย พบรถจักรยานยนต์ สภาพรถล้มคว่ำอยู่ และพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นายวรวิทย์ อายุ 60 ปี ฉายา “เต็ก หัวหิน” นักสนุกเกอร์อาชีพ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรศพที่โรงพยาบาลศิริราช พร้อมตรวจกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามรถบรรทุกคู่กรณีมาสอบสวนดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

>> จับ "ต้อม" ก่อเหตุทำร้ายคนหมดสติก่อนโยนลงน้ำในสวนเบญจสิริ

10.10 น. จากกรณี เจ้าหน้าที่ รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำในสวนเบญจสิริ และพบภาพวงจรปิดว่า ถูกโยนลงไปในบ่อนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ควบคุมตัวนายต้อม ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ไปฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติมาติดต่อขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายต้อม ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่น มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวไปฝากขังภายในวันนี้ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ และต้องนำผู้เสียชีวิตโยนลงบ่อน้ำบริเวณสวนเบญจสิริ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่าทะเลาะกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเงิน ตนไม่ชอบที่ผู้เสียชีวิตไปกระทำอนาจารกับนักท่องเที่ยวภายในสวน จึงไม่อยากให้ผู้เสียชีวิตเข้ามานอนอยู่บริเวณสวนอีก ส่วนจะกระทำอนาจารอย่างไรให้ไปถามคนที่อยู่ในบริเวณสวนเอง

ทั้งนี้ รายงานเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค. ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น.​ เจ้าหน้าที่รับแจ้ง ว่ามีคนตกบ่อน้ำ จึงประสานมูลนิธิใช้ทีมนักดำน้ำค้นหาก่อนพบเป็นศพ เบื้องต้นสอบสวนทราบว่ามีเหตุคนทะเลาะกันริมสระน้ำแล้วผลักลงน้ำเมื่อไล่กล้องวงจรปิดก็พบว่าเหมือนเป็นการทำร้ายร่างกายจนหมดสติ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะโยนคู่กรณีลงน้ำและจมหายไป จากนั้นก็หนีออกจากที่เกิดเหตุจนถูกจับได้

>> ส่งโดรนลำเลียงอาหารช่วย 4,000 ชีวิต 14 หมู่บ้านปัว ถูกตัดขาด

12.00 น. ทีมเฉพาะกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ ลงพื้นที่ร่วมกับมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ทีมโดรนตอบโต้ภัยพิบัติ บริษัทคูโบต้า และทีมสิงห์อาสา เร่งนำลำเลียงอาหารและน้ำดื่ม ขึ้นโดรนบินฝ่าสะพานที่ถูกตัดขาดเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ใน 3 ตำบล ของ อ.ปัว ได้แก่ ต.ภูคา ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร รวม 14 หมู่บ้าน 1,466 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 4,000 คน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นวันที่ 4 หลังน้ำป่าซัดสะพานฝายจ้าว ต.วรนคร พังเสียหายทั้งสะพาน และดินสไลด์ ถนนทรุดพังบริเวณโค้งห้วยเย็น ต.ศิลาแลง ส่งผลให้ถนนทรุดตัวและขาด ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ก่อนนำไปส่งให้ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านที่รอรับอยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อนำไปกระจายต่อให้ประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่ ทีมเฉพาะกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ระบุว่า ภารกิจช่วยเหลือจะเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งการส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและสามารถเปิดเส้นทางสัญจรได้อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน แขวงทางหลวงน่านที่ 2 ร่วมกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) กรมทางหลวง เร่งลำเลียงชิ้นส่วน สะพานเบลีย์ ขึ้นสู่พื้นที่ดอยภูคา เพื่อเร่งก่อสร้างสะพานชั่วคราว หวังเปิดเส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่โดยเร็วที่สุด

>> ศาลไม่ให้ประกัน “ดำ บ้านใต้” แทง “หมวดแจ๊ค 191” ชี้กระทำอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย

15.35 น. ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว "ดำ บ้านใต้" ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุทะเลาะวิวาทกลางงาน ทำให้ ร.ต.ท.สิทธิชัย เพชรอินทร์ หรือหมวดแจ๊ค นายตำรวจ 191 สังกัด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในวันเกิด "จ่าอู๊ด รัชดา" ที่บ่อตกกุ้งย่านลาดพร้าว เมื่อวัน 19 ส.ค. ที่ผ่านมา

ภายหลัง ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ศาลอาญา พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว มีหลักฐานเบื้องต้นว่าผู้ต้องหากระทำการอย่างอุกอาจต่อหน้าสาธารณชน โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นับว่าร้ายแรงมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

>> แม่ขี่จยย.เสยท้ายรถบรรทุก ลูกสาว 2 คนเสียชีวิต เจ้าตัวเจ็บสาหัส เผยอีกแค่ 3 กม. ก็จะถึงบ้านแล้ว

16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีอุบัติเหตุที่บริเวณหน้าสำนักงานไปรษณีย์เขต 3 นครราชสีมา ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง ตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ช่วงขาออกตัวเมือง นครราชสีมา บนทางหลวงหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ พบร่างหญิงไทยวัยกลางคน และเด็กหญิงรวม 3 ราย สภาพมีบาดแผลฉกรรจ์เลือดไหลจำนวนมาก นอนทับรถจยย.ฮอนด้า ทะเบียน นครราชสีมา ห่างออกไปเล็กน้อย พบรถบรรทุกหกล้อตู้ทึบ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่และมีร่องรอยเฉี่ยวชนที่ด้านท้ายฝั่งขวา เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถบรรทุกกำลังเลี้ยวเข้าศูนย์ไปรษณีย์ จากนั้นรถจยย. ซึ่งมี นางสา อายุ 50 ปี เป็นผู้ขับขี่ มาพร้อมกับลูกสาว 2 คน คือ น.ส.ยา อายุ 22 ปี และ น้องโม อายุ 3 ปี นั่งซ้อนท้าย ก่อนพุุ่งชนท้ายรถบรรทุก เป็นเหตุให้ทั้งลูกสาวเสียชีวิตทั้ง 2 คน ส่วนแม่บาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนดำเนินการต่อไป

>> ตัวหนุ่มวัย 27 ปี จุดไฟเผาตู้ ATM อ้างอยากติดคุกประชดแฟนสาว

17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว นายนัด (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุเผาตู้ ATM ธนาคาร บริเวณหน้าโรงงานวิสดอม ออโต้พาร์ท จำกัด ถนนสุวินทวงศ์ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา หมู่ 5 ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณตู้ ATM อย่างรุนแรง โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงงานพยายามนำถังดับเพลิงเข้าฉีดระงับเหตุ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนรถดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียนจะเดินทางมาถึง และช่วยกันฉีดน้ำควบคุมเพลิงจนเพลิงสงบ จากการสอบสวนนายนัด (ผู้ต้องหา) ซึ่งอยู่ในอาการมึนให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้จ้างรถจากแอปพลิเคชันมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาหา “หลวงพ่อเชษฐ” เจ้าอาวาสวัดถวิลศิลามงคล เมื่อพบหลวงพ่อแล้ว แล้วจึงเดินออกมานั่งพักบริเวณหน้าโรงงาน ก่อนจะโทรศัพท์พูดคุยกับแฟนสาว ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์

ระหว่างพูดคุยกันเกิดทะเลาะกัน โดยแฟนพูดในลักษณะท้าทายและบอกว่าอยากให้ตนเองติดคุก ตนเองจึงคิดประชดแฟนและตัดสินใจก่อเหตุ โดยก่อนลงมือได้เก็บขยะจากถังขยะ บริเวณใกล้เคียงมาเทกองไว้ภายในตู้ ATM ก่อนนำไฟแช็กที่พกติดตัวมาจุดไฟเผา จนเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งก่อนหน้านี้มีความคิดจะไปปล้นร้านทอง แต่เห็นว่าดึกแล้ว จึงเปลี่ยนใจมาเผาตู้ ATM แทน โดยอ้างว่าต้องการก่อเหตุเพราะอยากติดคุก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นตัวไม่พบยาเสพติด พบเพียงไฟแช็กและหลอดที่ใช้สำหรับดูดยา ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ก่อนทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด นำส่งพนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> สกัดจับ เคตามีน 285 กิโล ถูกนำมาพักไว้ข้างถนนที่โคราช คาดเตรียมให้กลุ่มผู้ค้ายามารับของเพื่อส่งต่อกระจายสินค้าเข้าไปยังโซนชั้นใน

18.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ภาค 2 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทำการส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ซึ่งข้อมูลมีความสอดคล้องกับข้อมูลสำนักการข่าว จึงสนธิกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ ตามเส้นทางที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังค้นหา พบถุงดำวางอยู่บริเวณริมถนนไม่มีชื่อข้าง อบต.หนองหว้า ต.หนองหว้า อ.บัวลาย จึงได้เข้าตรวจสอบ

พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (เคตามีน) ลักษณะเป็นผนึกสีขาวอยู่ในถุงพาสติกใส จำนวน 15 กล่อง รวมของกลาง จำนวนประมาณ 285 กิโลกรัม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการซุ่มรอ กลุ่มบุคคลที่จะมารับยาเสพติดดังกล่าว จนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. แต่ไม่พบบุคคลหรือกลุ่มขบวนการที่จะมารับยาเสพติด จึงถอนกำลังออกจากพื้นที่และนำของกลางมาที่ ศอ.ปส.บก.ตชด.ภาค 2 จังหวัดขอนแก่น มาเพื่อทำการตรวจนับ จากนั้นจึงนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บัวลาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> ฉก.นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิวจนถึง 6 โมงเช้า หลังเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

20.00 น. เป็นต้นมา เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบกระจายหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาสรายงานเบื้องต้นถึงเหตุระเบิด เพลิงไหม้ เผายางรถยนต์ และการก่อเหตุต่อสถานที่ราชการหลายจุด ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเร่งเข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมได้ มีจุดเกิดเหตุสำคัญอย่างน้อย 11 จุด ในพื้นที่ จ.นราธิวาส

ภายหลังเกิดเหตุความไม่สงบ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 22.15 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จนถึงเวลา 06.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับการควบคุมสถานการณ์ หลังมีเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายพื้นที่

ขณะเดียวกัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นเขตควบคุม ไม่เข้าใกล้หรือเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งไม่เผยแพร่ภาพ คลิป หรือตำแหน่งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ เพราะอาจกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยและการติดตามผู้ก่อเหตุ

ข่าวยอดนิยม