หน้าแรก > สังคม

ประกันสังคม ขานรับ “สมรสเท่าเทียม” ย้ำคู่สมรสทุกเพศ รับสิทธิประกันสังคมเท่าเทียม ชูความเสมอภาค คุ้มครองสิทธิกรณีเสียชีวิต–บำเหน็จชราภาพ–ค่าทำศพ ตามหลักเกณฑ์กฎหมาย

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 15:16 น.


สำนักงานประกันสังคมขานรับกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม” เดินหน้าคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน และคู่สมรสทุกเพศอย่างเสมอภาค ย้ำผู้ที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และสามารถได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ซึ่งปรับเปลี่ยนนิยามจาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคลสองคน” ส่งผลให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียม สำหรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยเฉพาะสิทธิกรณีเสียชีวิต ได้แก่ เงินสงเคราะห์กรณีตาย ค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ

กรณีเงินสงเคราะห์กรณีตาย หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ ได้แก่ 1. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย 2. บิดาและมารดา ทั้งนี้ กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา 3. บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย

กรณีค่าทำศพ คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าทำศพในอัตราเหมาจ่าย 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เมื่อเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน โดยแบ่งให้แก่ผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

1. บุตรชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 2 ส่วน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน
2. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ได้รับ 1 ส่วน
3. บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน
4. บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท

หากไม่มีทายาทหรือไม่มีผู้ที่ระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ จะจ่ายตามลำดับ ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมแนะนำว่า ผู้ประกันตนสามารถกำหนดผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทได้ โดยจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้การจ่ายสิทธิเป็นไปตามเจตนาของผู้ประกันตนอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ

นางสาวกาญจนา กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานประกันสังคมมุ่งมั่นพัฒนาสิทธิประโยชน์และปรับปรุงระบบการให้บริการให้รองรับความหลากหลาย เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเสมอภาค พร้อมขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและการรับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง

ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือสายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

--------------------------------------------
“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน”
ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม