หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2569

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 07:29 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2569

>> สกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ริมโขง จ.นครพนม ยึดของกลางยาบ้า กว่า 4 ล้านเม็ด

09.00 น. กองทัพเรือ โดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) บูรณาการหลายหน่วยงาน ตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 4,000,000 เม็ด จำนวน 10 กระสอบ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เมื่อคืนที่ผ่านมา

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มี นรข.เขตนครพนม เป็นหน่วยงานหลัก บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง การข่าว และปราบปรามยาเสพติดหลายหน่วยงาน หลังตรวจพบความเคลื่อนไหวต้องสงสัยบริเวณริมแม่น้ำโขง จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 10 กระสอบ รวมประมาณ 4 ล้านเม็ด ส่วนผู้กระทำความผิดสามารถอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำกลับมายังสถานีเรือบ้านแพง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

>> ปภ. แจ้ง 6 จังหวัดภาคกลาง และ กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 10-17 ส.ค 69

11.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 6 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 10-17 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 – 21.00 น. โดยให้จังหวัดประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบกิจการและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ รวมถึงประสานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ให้พร้อมช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้ประสานแจ้ง 6 จังหวัด เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง และแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ/คลอง อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำและจุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่ต้ำ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

>> ผบช.น. สั่งดำเนินคดี กลุ่มนักเรียนโรงเรียนดังย่านสามเสน รุมทำร้ายเพื่อน-ใช้ปืนขู่ เชิญผู้ปกครองสอบ

12.30 น. จากกรณี นักเรียนโรงเรียนมัธยมชื่อดังย่านสามเสน รุมทำร้ายเพื่อนร่วมโรงเรียนและมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ ต่อมาโรงเรียนฯ ได้ออกแถลงการณ์คุมเข้มความปลอดภัย พร้อมทั้งเผยการยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของนักเรียน

ล่าสุดมีรายงานว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการพนักงานสอบสวน สน.สามเสน รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกาย” พร้อมให้นำตัวกลุ่มนักเรียนรุมมทำร้ายเพื่อนร่วมโรงเรียนและมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ ส่งศาลเยาวชน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวมีการเผยแพร่คลิปปรากฏในโซเชียล เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ค.69 ที่ผ่านมา เป็นเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีเรื่องขัดแย้งและทะเลาะกันมาก่อน ต่อมาผู้ปกครองของนักเรียนผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สามเสน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายคู่กรณีทั้งสองฝ่าย พร้อมผู้ปกครองเข้าพบ เพื่อสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเกี่ยวกับเยาวชน โดยมีสหวิชาชีพร่วมในกระบวนการ ซึ่งทางผู้ปกครองของนักเรียนผู้ก่อเหตุ เตรียมนำอาวุธปืนมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ในวันที่ 10 ส.ค.69

>> “สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัยราว 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาต่อเนื่อง

14.00 น. นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ว่า “สีดอทองม้วน” ช้างป่าอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณขาหลังซ้าย และอยู่ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์ ได้ล้มแล้ว เบื้องต้นพบสาเหตุสำคัญ ได้แก่ ปอดติดเชื้อ มีแผลกดทับตามลำตัวหลายแห่ง รวมถึงกินอาหารได้น้อยและมีอาการอ่อนเพลียจากการนอนเป็นเวลานาน

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระและทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ติดตามรักษาสีดอทองม้วนมาตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 หลังพบบาดเจ็บบริเวณป่าเขาตะแคง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่นอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

รายงานการรักษาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ระบุว่า สีดอทองม้วนกินอาหารและน้ำได้น้อย ปริมาณอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มีอาการอ่อนเพลีย นอนมากขึ้น รวมทั้งมีความร่าเริงและการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมลดลง แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะให้การรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้ ทีมสัตวแพทย์จะผ่าซากและเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่งตรวจ เพื่อหาสาเหตุการล้มอย่างละเอียด ขณะที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจะเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการขออนุมัติทำลายซากด้วยการฝังตามขั้นตอนต่อไป

>> ภารกิจนำส่งอวัยวะหัวใจ ดวงที่ 184 จากดอนเมือง ไป รพ.ศิริราช สำเร็จลุล่วง

17.06 น. ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุโครงการฯ ว่ามีภารกิจด่วนในการนำส่งอวัยวะหัวใจ ดวงที่ 184 จากสนามบินดอนเมือง นำส่งโรงพยาบาลศิริราช

หลังจากได้รับแจ้ง ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้เข้าสนับสนุน ณ สนามบินดอนเมือง พร้อมทำการอำนวยความสะดวกการจราจร และเปิดทางนำส่งอวัยวะหัวใจ โดยใช้เวลาปฏิบัติการจากต้นทางถึงจุดหมายเพียง 22 นาที ทำให้การนำส่งอวัยวะในครั้งนี้ บรรลุผลสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย และถึงมือแพทย์ทันเวลาที่กำหนด ขอขอบคุณตำรวจจราจรพื้นที่ ตำรวจจราจรทางด่วนพิเศษ และผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการเปิดทาง ทำให้ภารกิจส่งต่อชีวิตในครั้งนี้สำเร็จด้วยดี

>> ส่งดวงวิญญาณ พ่อ-แม่-ลูก เหยื่อฆ่าฝังดินแก๊งป๋อง ที่วัดเขาบุญมีดาราราม จ.ชลบุรี

16.00 น. ที่วัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมเพลิง การฌาปนกิจร่าง พ่อ-แม่-ลูก เหยื่อฆ่าฝังดินของแก๊งป๋อง โดย พระครูปลัดธีรยุทธ โชติโก หรือ “หลวงพี่เอ็กซ์” เจ้าอาวาสวัดเขาบุญมีดาราราม (วัดทุ่งคา) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีหน่วยงานราชการ, ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่, ฝ่ายปกครอง อ.บางละมุง, กำนันผู้ใหญ่, ประชาชน-ชาวบ้าน เข้าร่วมงานจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

โดยพิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาเที่ยงวัน มีประชาชนมาร่วมทำบุญถวายอาหารเพลแด่พระสงฆ์ และแบ่งบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับครอบครัวผู้ตาย ก่อนจะมีการทำพิธีสวดมาติกาบังสุกุล จากนั้นมีการเคลื่อนร่างสามพ่อแม่ลูกมายังเมรุวัด และมีคณะลิเก และกลุ่มแม่บ้านในตำบลห้วยใหญ่ มารำโชว์หน้าร่างเหยื่อพ่อแม่ลูกทั้ง 3 คน ก่อนที่จะมีพิธีประชุมเพลิงฌาปนกิจพร้อมกันในช่วงเวลา 16.00 น. โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นประธานในพิธี

>> ในหลวง-พระราชินี ทรงรับผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิง ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

18.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามและทรงห่วงใยในเหตุการณ์ยิงในพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกคน ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิต ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ส่วนศพของนายสมจิตต์ ยิ้มเรือง กับนางพรทิพย์ ยิ้มเรือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

>> ทำลายอาวุธปืนเถื่อนของกลาง 21 กระบอกหน้าโรงพัก หลังคดีสิ้นสุด ศาลมีคำสั่งริบไว้ ใช้เครื่องมือตัดแยกชิ้นส่วน นำเศษไปฝังกลบตามระเบียบ

20.00 น. พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง ระบุว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา สภ.บางศรีเมือง ได้ปฏิบัติการทำลายอาวุธปืนของกลาง 21 กระบอกซึ่งเป็นอาวุธของกลางในคดีอาญาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมจนเสร็จสิ้น และมีคำสั่งจากศาลจังหวัดนนทบุรีให้ริบอาวุธปืนของกลางทั้ง 21 กระบอก ประกอบด้วยไปอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ และอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ขนาด.32 ม.ม. ขนาด.38 ม.ม. และขนาด.22 ม.ม.

พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะดำเนินการทำลายอาวุธปืนผิดกฎหมายเหล่านี้ คณะกรรมการของ สภ.บางศรีเมือง ได้ร่วมกันตรวจสอบหมายเลขและรายละเอียดของอาวุธปืนทุกกระบอกให้ตรงกับบัญชีของกลางตามที่ศาลมีคำสั่งให้ริบไว้ จากนั้นจึงทำลายด้วยการใช้เครื่องมือตัดแยกชิ้นส่วน นำเศษซากไปฝังกลบตามระเบียบที่กำหนด เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ก่อเหตุอีก และขอฝากเตือนไปถึงกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน และนักศึกษา ที่มีอาวุธปืนผิดกฎหมายไว้ในความครอบครองด้วยว่า อาวุธปืนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน การครอบครองโดยไม่ถูกต้องหรือพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

ข่าวยอดนิยม