หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2569

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 05:30 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2569


>> “พีมูฟ” บุกทำเนียบฯ ค้านยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน จี้รัฐบาลต่ออายุภารกิจกระจายที่ดิน

06.00 น. บรรยากาศบริเวณป้ายรถประจำทางข้างประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เป็นไปด้วยความเข้มงวด หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อรองรับการชุมนุมของ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) โดยคาดว่าจะมีการปิดการจราจรถนนพิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐไปจนถึงแยกสวนมิสกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาล

สำหรับกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ People’s Movement for a Just Society (P-Move) นำโดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมชุมนุมค้างแรม พร้อมเตรียมยื่นหนังสือต่อรัฐบาล เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านแนวคิดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้ยุบ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ภายในเดือนกันยายน 2569

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่า การยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินจะส่งผลกระทบต่อภารกิจด้านการกระจายการถือครองที่ดินและการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ดินของประชาชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลต่ออายุการดำเนินงานของหน่วยงานดังกล่าว เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจตามวัตถุประสงค์เดิมได้อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อผลักดันข้อเรียกร้องต่อฝ่ายรัฐบาล


>> เหตุยิงปะทะเดือด หลัง สภ.ลำใหม่ จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตรึงกำลัง - คุมเข้มพื้นที่

07.57น. เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ยิงปะทะกับกลุ่มคนร้ายในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรลำใหม่ จังหวัดยะลา บริเวณพื้นที่ด้านหลัง สภ.ลำใหม่ จ.ยะลา 
เบื้องต้น หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการในพื้นที่ได้ประสานขอกกำลังหน่วยสนับสนุนเข้าคลี่คลายสถานการณ์และให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว โดยอยู่ระหว่างการปิดล้อมพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยความมั่นคงได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกสถานีตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติภารกิจขั้นสูงสุด โดยให้ทุกจุดตรวจและด่านความมั่นคงเพิ่มความละเอียดในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะทุกคันที่เข้า-ออกพื้นที่อย่างเข้มงวด กำชับให้ทุกสถานีเตรียมความพร้อมเต็มอัตราตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ตั้ง เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อนหรือสถานการณ์แทรกซ้อน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว และขอให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด


>> “รมว.ยุติธรรม” เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องถกด่วน กรณี “ผู้ต้องหาฆาตกรรมอำพราง 5 ศพ” สั่งกรมคุมประพฤติ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง

10.00 น.ที่กระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการกรณีผู้ต้องหาคดีสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย โดยมีพลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะที่ปรึกษา ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงยุติธรรม อาทิ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมประชุม

พลตำรวจโท รุทธพล เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมดำเนินคดี นายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง กับพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาได้ขยายผลจนนำไปสู่การพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย ที่ถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง โดยที่ประชุมวันนี้ได้หารือถึงแนวทางการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนของผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย การเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย และการเฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษในคดีต่าง ๆ

โดยข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์พบว่า ผู้ต้องหาสองรายคือ นายฑณา เกิดทอง และนายธงชัย ศรีนิล เป็นอดีตผู้ต้องขังที่ได้รับการควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ต้องขังดังกล่าวมิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษหรือการลดวันต้องโทษแต่อย่างใด อีกทั้งมิได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะประสานข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และร่วมกันอุดช่องว่างเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มที่


>> รถจักรยนยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกน้ำ หญิงไทยถูกล้อรถทับเสียชีวิต จ.ร้อยเอ็ด

10.25 น. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่พนักงาน งานป้องกันเทศบาลสุวรรณภูมิมีอุบัติเหตุรถหกล้อชนกับรถจักยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บ บริเวณถนนทางเข้า วัดสระเกตุ ในพื้นที่ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ซูเมอร์เอ็กซ์ สีขาว ล้มคว่ำ ใกล้กันพบรถ 6 ล้อ บรรทุกน้ำ สีม่วง ป้ายทะเบียน ร้อยเอ็ด ตรวจสอบพบบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิงไทย มีอาการเล็กน้อย ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นผู้หญิงไทย เสียชีวิต สภาพศรีษะได้รับการกดทับจากล้อรถบรรทุก ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ


>> “กัน จอมพลัง” พาครอบครัวเหยื่อยื่น รมว.ยุติธรรม จี้อุดช่องโหว่กฎหมาย หวั่นนักโทษคดีโหดกลับมาก่อเหตุซ้ำ

10.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พาญาติผู้เสียชีวิต 3 พ่อแม่ลูก เหยื่อคดีฆ่ายกครัวชิงรถกระบะ รวมถึงลูกติดของอดีตภรรยาผู้ต้องหาที่เคยรอดชีวิตจากการถูกทำร้าย เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเรียกร้องให้เร่งอุดช่องโหว่กฎหมายและกำหนดมาตรการควบคุมผู้กระทำผิดที่มีพฤติกรรมรุนแรงซ้ำซาก หลังชี้ว่าผู้ต้องหารายสำคัญเคยก่อเหตุอุกฉกรรจ์หลายครั้ง แต่ยังกลับออกมาก่อเหตุซ้ำจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

กัน จอมพลัง ระบุว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ก่อเหตุรุนแรงต่อเนื่อง เคยเข้าออกเรือนจำหลายครั้ง และหากได้รับการลดโทษหรือปล่อยตัวในอนาคต อาจสร้างความสูญเสียให้ประชาชนอีก พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบคดีเก่าและอาวุธปืนที่เคยใช้ก่อเหตุ รวมถึงขอให้มีการบังคับใช้โทษอย่างจริงจัง โดยเฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ที่ก่อเหตุซ้ำ ไม่ควรได้รับการลดโทษ ขณะที่ลูกของอดีตภรรยาผู้ต้องหาเปิดใจถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ตนและแม่เคยถูกทำร้ายจนเกือบเสียชีวิต พร้อมแสดงความกังวลว่าหากผู้ต้องหาได้รับอิสรภาพอีกครั้ง คนในครอบครัวอาจตกอยู่ในอันตราย

นอกจากนี้ กัน จอมพลัง ยังโต้กระแสข่าวที่กล่าวอ้างว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยยืนยันว่าเป็นเพียงคำกล่าวของผู้ต้องหา ซึ่งผู้เสียชีวิตไม่สามารถลุกขึ้นมาชี้แจงได้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้สูญเสีย และป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในสังคมอีกครั้ง


>> “ฟิล์ม รัฐภูมิ” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา DSI คดีฟอเร็กซ์ ปัดเอี่ยวโบรกเกอร์-ยันชี้แจงได้ทุกประเด็น

10.35 น. ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ถนนแจ้งวัฒนะ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” นักแสดงชื่อดัง พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีข้อกล่าวหาหลายฐานความผิด อาทิ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน หลังดีเอสไอตรวจพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ 2 บริษัท พร้อมเตรียมสอบปากคำถึงที่มาของธุรกรรมและบทบาทที่เกี่ยวข้อง

ด้าน ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ยืนยันว่าลูกความพร้อมให้ความร่วมมือและชี้แจงทุกประเด็น พร้อมนำเอกสารเพิ่มเติมส่งมอบหากจำเป็น พร้อมโต้กระแสข่าวที่ระบุว่า “ฟิล์ม” รับโอนเงินกว่า 142 ล้านบาท ว่าเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อนและยังไม่ทราบที่มาของตัวเลขดังกล่าว ขณะที่นายรัฐภูมิ ยืนยันว่าไม่เคยเป็นโบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนประชาชนลงทุน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคดี โดยระบุว่าบริษัทของตนดำเนินธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ จึงอาจมีการติดต่อเชื่อมต่อระบบกับบริษัทต่าง ๆ เท่านั้น พร้อมนำเอกสารรายการเดินบัญชีมายืนยันความบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ ดีเอสไอยังนัดหมายให้ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ในเวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน หลังได้รับอนุญาตให้เลื่อนเข้าพบจากกำหนดเดิมเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากติดภารกิจประชุมกรรมาธิการและยังไม่ได้รับหมายเรียกดังกล่าวโดยตรง


>> ไฟไหม้นอกตัวอาคาร ภายในโรงแรียนเมืองสามพราน จนท.ระดมฉีดน้ำเพลิงสงบ ไม่ลุกลาม จ.นครปฐม

12.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนนานาชาติสวัสดี ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม เส้นทางไร่ขิง-ดอนหวาย

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุ เพลิงสงบเวลา 12:30 น จากการตรวจสอบเป็นโรงเรียนที่เลิกกิจการไปแล้ว เพลิงลุกไหม้นอกตัวอาคารของโรงเรียน ขณะนี้เพลิงสงบรายละเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พื้นที่ของ สภ.โพธิ์แก้ว จังหวัดนครปฐม


>> ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบ กรณี "นายป๋อง" กล่าวอ้างว่า รับยาเสพติดจากตำรวจ ย้ำหากพบผิด ดำเนินการเด็ดขาดทั้งวินัย - อาญา

14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีผู้เสียหายให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส ถึงพฤติกรรมของนายป๋อง เคยพาไปรับยาเสพติดจากลูกพี่ ซึ่งเป็นตำรวจอยู่ใน สภ.ห้วยใหญ่ ว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตนเร่งรัดติดตามข้อเท็จจริงว่ามีมูลหรือไม่ หากพบว่ามีมูลความจริงให้เร่งใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งวินัย และอาญา และให้ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รายงานผลให้ทราบโดยเร็ว

เบื้องต้น ตนยังได้สั่งการผู้บังคับบัญชา นำโทรศัพท์มือถือของตำรวจนายที่ถูกกล่าวหามาตรวจสอบโดยด่วน เพื่อหาพยานหลักฐาน หากปรากฏพยานหลักฐานชัดเจน ให้ดำเนินคดีตามกรอบกฎหมาย และหากพบมีตำรวจนายอื่นเกี่ยวข้อง ก็ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดเช่นกัน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวด้วยว่า ตนขอยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไม่ป้องตำรวจอย่างเด็ดขาด ซึ่งหากผลปรากฏตามพยานหลักฐานคืบหน้าเป็นอย่างไรจะรายงานให้ ผบ.ตร. และพี่น้องประชาชนทราบต่อไป


>> จ.ราชบุรี ฝนตกหนัก ต้นไม้ล้มทับรถยนต์ กู้ภัยเร่งงัดรถ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถ ก่อนนำส่ง รพ.

15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน รับแจ้งฝนตกหนัก ต้นไม้ล้มทับรถยนต์ และ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ติดอยู่ในภายในรถ ขณะขับผ่าน เส้นทาง ถนนอุทยานหินเขางู อ.เมือง จ.ราชบุรี 
เจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง ร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

พบรถนั่งส่วนบุคคล ซูซุกิ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรสงคราม จอดอยู่กลางถนน สภาพถูกกิ่งไม้ขนาดใหญ่ล้มทับที่บริเวณหลังคารถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้พยายามงัดประตูรถเก๋ง เพื่อนำคนเจ็บออกมา ใช้เวลาเพียงไม่นาน จึงสามารถนำผู้บาดเจ็บออกมาจากตัวรถได้ก่อนปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษาบาดแผล ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วม ตรวจสอบ


>> ทลายโกดังบุหรี่เถื่อน ใจกลางเมืองโคราช ยึดของกลาง 1,500,000 มวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท

15.33 น. ณ ห้องประชุมชัยจินดา กองบัญชาการสอบสวนกลาง ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ร่วมกรมสรรพสามิต แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

โดยในช่วงการระดมกวาดล้างการรกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่หนีภาษีระหว่าง 1 – 15 ก.ค. 69 สืบสวนพบข้อมูลการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนให้กับคนในพื้นที่จับกุมนางตอ (นามสมมุติ) เป็นผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทั้งปลีกและส่ง โดยจับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ บนถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีการเปิดเป็นร้านค้าขายของชำ เพื่ออำพรางสายจากจากเจ้าหน้าที่

จากการตรวจค้น พบบุหรี่ของกลางซึ่งเป็นบุหรี่ต่างประเทศ ไม่มีแสตมป์ภาษี ซุกซ่อนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 150 ลัง หรือ จำนวน 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) มูลค่า 6.75 ล้านบาท คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญรายได้ กว่า 4 ล้านบาท

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า "บุหรี่" ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง มีไว้เพื่อนำมาขายต่อทั้งปลีกทั้งส่งให้กับลูกค้าประจำเพื่อหวังผลกำไร โดยได้สั่งซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อที่แอบลักลอบนำบุหรี่เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ขับรถกระบะมาส่งให้กับตนเองถึงที่บ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> นายกฯ เปิดฉากการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ปธน.ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางความร่วมมือแห่งอนาคต

16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ โดย นายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ ณ ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการครั้งนี้สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย อีกทั้ง เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกฯไทยในรอบ 15 ปี

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกฯ และประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะเข้าหารือกลุ่มเล็ก ต่อด้วยการหารือทวิภาคีเต็มคณะ ก่อนร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนเอกสารสำคัญจำนวน 2 ฉบับ และการแถลงข่าวร่วมของสองประเทศ


>> CIB ผนึกสรรพสามิตบุกทลายโกดังบุหรี่เถื่อนกลางโคราช ยึด 1.5 ล้านมวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท

16.41 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกับกรมสรรพสามิต แถลงผลทลายโกดังซุกซ่อนบุหรี่หนีภาษีรายใหญ่ใจกลางเมืองนครราชสีมา หลังสืบสวนขยายผลตามนโยบายกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษีของรัฐบาล ก่อนนำหมายค้นเข้าตรวจบ้านพักในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา พบของกลางบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีจำนวน 150 ลัง หรือกว่า 1.5 ล้านมวน (75,000 ซอง) มูลค่าประมาณ 6.75 ล้านบาท สร้างความเสียหายด้านภาษีให้รัฐกว่า 4 ล้านบาท พร้อมจับกุมหญิงวัย 73 ปี ผู้รับดูแลสถานที่ไว้ดำเนินคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าบุหรี่ทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยลักลอบสั่งซื้อมาจากแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ ก่อนนำมาพักเก็บเพื่อรอจัดส่งให้ลูกค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ก่อนขยายผลติดตามนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง


>> รวบ 2 คนร้าย ก่อเหตุยิงกลุ่มชาวเมียนมา สังสรรค์ปาร์ตี้ บาดเจ็บ 4 ราย

17.20 น. พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี (รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง) พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.นวชล ชมเชย สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจับกุม (นามสมมุติ) นายตอ อายุ 33 ปี และ นายพอ อายุ 61 ปี หลังใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคนงานเมียนมาที่นั่งดื่มสุราร้องเพลงใต้อพาร์ทเม้นต์ จนได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เหตุเกิดกลางดึกที่ผ่านมาภายในซอยนวนคร 3/4 ม.13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง โดยจับกุมได้พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก ขนาด.380/ขนาด 99 มม. และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ

จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุสารภาพว่า ตนเคยไปเตือนกลุ่มผู้บาดเจ็บแล้วว่าอย่ากินเหล้าเสียงดัง เพราะตอนเช้าตนเองต้องทำงาน ซึ่งทางกลุ่มของคนเจ็บก็ไม่พอใจและพูดในทำนองว่าพม่ายึดไว้หมดแล้วมึงจะอยู่ไม่ได้ ตนจึงเกิดโมโห ทั้งที่ขึ้นไปนอนแต่ทางกลุ่มของคนเจ็บก็ยังท้าทายจึงไปตามผู้เป็นตา ลงมา พร้อมอาวุธปืนและยิงใส่ทันที หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป


>> ดั้มกระบะรถบรรทุก 10 ล้อ ล้มทับเจ้าของ เสียชีวิตคาที่ จ.เพชรบูรณ์

17.50 น. สมาคมกู้ชีพ-กู้ภัยวังโป่งรวมใจ ได้รับแจ้งจากลูกข่ายในเขตตำบลท้ายดง ว่ามีอุบัติเหตุดั้มกระบะสิบล้อล้มทับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านวังขอน หมู่ 6 ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุ พบรถสิบล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน เพชรบูรณ์ ทับร่างผู้เสียชีวิต ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 86 ปี

สอบถามเหตุการณ์เบื้องต้นในจุดเกิดเหตุเล่าว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนรักรถมาก ถ้าว่างจะมาหาอะไรซ่อม ระหว่างเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้ยกดั้มสิบล้อค้างไว้แล้วปีนขึ้นไปอัดจาระบี แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ได้เกิดดั้มสิบล้อที่ผู้เสียชีวิตยกค้างไว้แล้วไม่ได้เอาเหล็กค้ำกระบะไว้เกิดไหลลงมาทับร่างอย่างจัง ทำให้เสียชีวิตคารถสิบล้อ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังโป่ง และแพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่ง ให้เคลื่อนยายร่างผู้เสียชีวิตลงจากรถสิบล้อ ลงมาชันสูตรร่างผู้เสียชีวิต ก่อนมอบร่างให้กู้ภัยวังโป่งรวมใจ ส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลวังโป่ง


>> "ไฟไหม้โรงงานที่นอน" อ.บ่อทอง ชลบุรี รถดับเพลิงกว่า 10 คันระดมฉีดน้ำ

18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงาน พื้นที่ บ้านคลองมือไทร ตำบลธาตุทอง อ.บ่อทอง ชลบุรี ระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลธาตุทอง และจากพื้นที่ข้างเคียงจำนวนกว่า 10 คัน เพื่อฉีดน้ำควบคุมเหตุการณ์ ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตที่นอนขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 11 ไร่ เกิดเพลิงลุกไหม้ในส่วนของโกดังอย่างรุนแรงมีเสียงระเบิดเป็นระยะ

จนถึงขณะนี้โกดังโรงงานยังมีการลุกไหม้ต่อเนื่อง แต่แสงเพลิงได้ลดระดับลงจากช่วงแรกที่เกิดเหตุ และด้วยความร้อนที่เกิดการลุกไหม้เป็นเวลานานต่อเนื่อง ทำให้ตัวโครงสร้างอาคารโกดังได้พังทรุดตัวลงมาด้วย เบื้องต้นเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีคนเจ็บหรือเสียชีวิต


>> นายกฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ แก่ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย สะท้อนมิตรภาพกองทัพ

19.30 น. ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกฯ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบก แด่ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อเชิดชูบทบาทและคุณูปการในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

โอกาสดังกล่าวสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยและอินโดนีเซียในฐานะประเทศมิตรและสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน ที่พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคง การพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและสันติภาพของภูมิภาคร่วมกัน


>> “พล.ต.อ.สำราญฯ” ลงพื้นที่นราธิวาส บัญชาการติดตามตัวคนร้ายยิงต่อสู้ตำรวจ กำชับข่าวเชิงลึกปฏิบัติการรัดกุม ปลอดภัย

20.21 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ติดตามกรณีคนร้ายยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะเข้าตรวจค้นฯ ในพื้นที่บ้านบึงฉลาม ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้ตำรวจ สภ.ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย

ทั้งนี้มี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 นำกำลังตำรวจปฏิบัติการติดตามตัวคนร้ายพร้อมรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ ขณะที่นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นำกำลังฝ่ายปกครองร่วมปฏิบัติการ พร้อมด้วยกำลังฝ่ายทหาร ร่วมปฏิบัติการ อย่างเข้มข้น

พล.ต.อ.สำราญฯ กำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก และเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็ว พร้อมเน้นย้ำให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างรัดกุม คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดน่าน

20.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 2.8 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน ไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> รถจักรยานยนต์ ชนเข้าท้ายรถบรรทุก กลางถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ คุณลุงวัย 62 ปี เจ็บสาหัส กู้ภัยทำ CPR แต่ไม่เป็นผล

21.45 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ (สาย 7) ช่วง ก.ม.2+ 700 ฝั่งขาเข้า ใกล้เคียงหลัง สน.ประเวศ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้าย รถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งดำเนินการทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 62 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ  

 

ข่าวยอดนิยม