24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 กรกฎาคม 2569
>> วันเข้าพรรษา ก็ไม่เว้น สกัดจับผู้ต้องหานำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
06.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำ จุดตรวจหน้าหมวดทางหลวงสังขละบุรี นำโดยนางสาวสุภาวดี เนาว์โนนทอง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านจงอั่ว หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล ขณะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน ได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยขับเข้ามายังบริเวณจุดตรวจ บนทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งหน้าไปยังอำเภอทองผาภูมิ จึงได้เรียกตรวจเพื่อขอตรวจสอบ
จากการตรวจค้น พบผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่ ผู้นำพา จำนวน 2 ราย และพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 3 ราย เดินทางมากับรถคันดังกล่าว
เมื่อตรวจสอบเอกสารประจำตัวของแรงงานต่างด้าว ไม่สามารถพูดฟังสื่อสารภาษาไทยได้ ไม่พบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลาง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รัฐบาลร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
07.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล เข้าร่วมพิธีฯ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา นำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 47 วินาที พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร และกราบพระรัตนตรัย เสร็จแล้วถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีฯ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี ได้ร่วมพิธีตักบาตร โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ออกรับบิณฑบาต ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี (หลังนอก)
>> พบกระเป๋าสะพาย 2 ใบ ทิ้งไว้ข้างทางริมถนนบายพาสแม่สาย ตร.เปิดออก พบยาบ้าซุกซ่อน 4 แสนเม็ด
07.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ได้ทำการตรวจยึดกระเป๋าเป้ 2 ใบ บรรจุยาบ้ารวมประมาณ ประมาณ 400,000 เม็ด
โดยการตรวจยึดครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบกระเป๋าสีดำวางอยู่บริเวณหลังป้ายโฆษณา บริเวณริมถนนเส้นสะพานฯ 2 – บายพาส หมู่ 3 บ้านสันผักฮี้ ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดจึงได้ออกตรวจสอบพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏกระเป๋าเป้สะพายสีดำ 2 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในโพรงหญ้าข้างถนนหลังป้ายโฆษณา เมื่อตรวจสอบข้างในพบเป็นถุงพลาสติกสีดำ เปิดออกมาตรวจสอบแล้ว มีห่อกระดาษเทียนไขสีเหลืองประทับตรา 999 จำนวน 40 ห่อ ภายในห่อดังกล่าว มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ชนิดเม็ดกลมแบนสีส้ม ด้านหนึ่งประทับด้วยตัวอักษร WY อีกด้านหนึ่งผิวเรียบ จำนวนประมาณ 400,000 เม็ด
จากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุและไม่มีกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้ดำเนินการตรวจสอบเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุและได้นำของกลางส่งมอบให้กับเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> จ.นครสวรรค์ พบร่างสาวใหญ่นิรนาม ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตร.ส่งพิสูจน์เอกลักษณ์
08.00 น. สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าพบผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณระหว่างแพสี่แควและแพนาวา ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
ภายหลังได้รับแจ้ง พนักงานสอบสวนได้รายงานให้ พ.ต.อ.ภูมิรพี ผลาภูมิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ทราบ พร้อมประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยผู้กำกับการได้เดินทางไปอำนวยการและร่วมตรวจสอบด้วยตนเอง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง อายุประมาณ 50–60 ปี ไม่พบเอกสารแสดงตนหรือบัตรประจำตัวประชาชนติดตัว มีเงินสดจำนวน 400 บาท สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ มีข้อความ “PARIS” ด้านหน้า สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำทับอีกชั้น สวมกางเกงยีนส์สีดำ รูปร่างค่อนข้างเตี้ย สูงประมาณ 150 เซนติเมตร มีรอยสักรูปผีเสื้อบริเวณหน้าท้อง และรอยสักรูปดอกไม้บริเวณแผ่นหลัง
พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพ ณ สถานที่เกิดเหตุ และส่งร่างผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและหาสาเหตุการเสียชีวิตตามกระบวนการกฎหมาย
>> "นายสีหศักดิ์" เลื่อนพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ โดยจะประเมินสถานการณ์ใหม่ หลังเหตุการณ์รุนแรงขึ้น
08.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาครัฐมีการเลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประเทศมาเลเซีย ออกไปก่อน โดยต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เนื่องจากช่วงหลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนเรื่องการพูดคุยสันติสุขก็จะชะลอไปก่อน ตามที่นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขได้กล่าวไปแล้ว เพื่อตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มไหนอย่างไร
ทั้งนี้ จะมีการพูดคุยในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ภายในวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์นี้ ถึงสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ซึ่งเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ ทั้งมาตรการความปลอดภัยและความมั่นคงที่ต้องเข้มข้นขึ้น
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวมีกลุ่มผู้เห็นต่างจากตะวันออกกลางแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่บ้างหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบก่อน ซึ่งการปฏิบัติการเป็นเรื่องของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรง ไม่ได้เกี่ยวข้องถึงต่างชาติ เป็นเรื่องภายในของเราเอง โดยเวลา13.00น. ในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค. 69) นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ
>> พบร่าง ชาย-หญิง สูงวัย เสียชีวิตคารถเก๋งจมคลอง ในพื้นที่ อ.แม่ริม ชาวบ้านเผย เคยเห็นมาถามทางเมื่อคืนวานก่อน จ.เชียงใหม่
11.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัย ร่วมกันนำซากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มิตซูบิชิ สีดำ ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ขึ้นมาจากคลองส่งน้ำ ในพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังระดมกำลังใช้อุปกรณ์สแกนใต้น้ำและส่งนักประดาน้ำลงค้นหากระทั่งพบตำแหน่งรถที่จมอยู่
จากการตรวจสอบภายในรถ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย หลังตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 73 ปี และหญิงไทย อายุประมาณ 63 ปี โดยร่างฝ่ายชายอยู่ในตำแหน่งเบาะนั่งฝั่งคนขับ ส่วนร่างฝ่ายหญิงพบอยู่บริเวณเบาะหลัง เจ้าหน้าที่จึงประสานแพทย์เวรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
เบาะแสจากชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา รถเก๋งคันดังกล่าวขับเข้ามาสอบถามเส้นทางภายในหมู่บ้านเนื่องจากหลงทาง โดยชาวบ้านสังเกตเห็นว่าชายผู้ขับขี่มีลักษณะคล้ายมึนเมา หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงคล้ายเกิดอุบัติเหตุ แต่ในขณะนั้นไม่มีใครออกมาตรวจสอบ
กระทั่งผ่านไป 2 วัน ชาวบ้านสังเกตพบว่ารถเข็นของชาวบ้านที่จอดอยู่บริเวณปากทางริมคลองได้หายไป ทั้งยังพบร่องรอยรถไถลลงไปในคันคลอง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จนกระทั่งพบรถและร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองรายดังกล่าว เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง
>> กวาดล้างต่อเนื่อง สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ผ่าแผน "Operation 90 Days" รวบพ่อค้ายาเมืองรามัน พร้อมยาบ้า 1.4 พันเม็ด จ.ยะลา
12.05 น. ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอรามัน (ศปก.อ.รามัน) นำโดย พ.ต.อ.บุญเลิศ ตรัสศิริ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.ยะลา/ หัวหน้าชุดขยายผลยาเสพติดภูธร จว.ยะลา, นายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน, พ.อ.จตุพร ธานีพัฒน์ ผบ.ทหารพราน 41 และ ว่าที่ พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผกก.สภ.รามัน ได้ร่วมกันสั่งการบูรณาการกำลังร่วมสามฝ่าย ประกอบด้วย ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.รามัน, กองร้อยทหารพราน 4104 และฝ่ายปกครอง อ.รามัน เข้าสืบสวนขยายผลและทำการจับกุมตัว นายลอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี พ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่ ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา
จากการเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ ประกอบด้วย ยาบ้า รวมจำนวน 1,400 เม็ด โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติด จำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิด จำนวน 1 คัน การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเข้มงวดของรัฐบาล โดยกองกำลังสามฝ่ายในพื้นที่ ศปก.อ.รามัน ได้ประสานการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสืบสวนขยายผลจับกุมผู้จำหน่าย และมาตรการยึดทรัพย์สินเพื่อทำลายโครงสร้างและวงจรการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่อย่างเด็ดขาด
>> แผ่นดินไหว บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศจีน
13.16 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.7 ความลึก 10 กม. บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 232 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ทัพเรือภาคที่ 2 จัดเรือช่วยชีวิตหญิงตั้งครรภ์ภาวะครรภ์เป็นพิษ จากเกาะเต่า ส่งรักษาเร่งด่วน
13.22 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 00.30 น. วันนี้ (30 กรกฎาคม 2569) ทัพเรือภาคที่ 2 ได้จัด เรือตรวจการณ์ ต.268 ออกปฏิบัติภารกิจสนับสนุนศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินจากเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งเรือ ต.268 ได้เร่งออกเดินทางจากสถานีเรือสมุย ก่อนเดินทางถึงเกาะเต่าและรับตัวผู้ป่วยในเวลา 04.00 น. ออกเดินทางมุ่งหน้าสถานีเรือสมุย เพื่อนำส่งผู้ป่วยให้ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลเกาะสมุยเข้ารับการรักษาต่อ
โดยเคสนี้ผู้ป่วยเป็นหญิง อายุ 32 ปี อยู่ในภาวะฉุกเฉิน มีอาการความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ ตาลาย ขาบวม โดยแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็น ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ซึ่งเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จึงมีความจำเป็นต้องเร่งลำเลียงผู้ป่วยออกจากพื้นที่เกาะเพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษา
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เกาะและพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าถึงบริการทางการแพทย์มีข้อจำกัด พร้อมสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมและการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเลอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งและหมู่เกาะห่างไกล
>> รถบรรทุกน้ำถอยหลังทับชายวัย 43 ปี เสียชีวิตในพื้นที่ก่อสร้างถนน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
14.00 น. สภ.ศรีประจันต์ ได้รับแจ้งเหตุ รถบรรทุกน้ำถอยหลังทับคนเดินเท้า และมีผู้เสียชีวิต บริเวณพื้นที่ก่อสร้างถนนในตำบลบางงาม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณโครงการก่อสร้างถนน พบรถบรรทุกน้ำ หมายเลขทะเบียน สุพรรณบุรี จอดอยู่ในพื้นที่ ใต้ท้องรถบริเวณล้อหลังพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 43 ปี สภาพศพถูกรถบรรทุกน้ำล้อหลังทับบริเวณศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้น คนขับรถบรรทุกน้ำ ให้การว่า ตนขับรถเข้ามาฉีดพรมน้ำในพื้นที่ก่อสร้างถนน เพื่อเตรียมผิวทางสำหรับการก่อสร้าง ระหว่างนั้นสังเกตเห็นผู้เสียชีวิตเดินอยู่ด้านหน้ารถ จึงหยุดรถเพื่อรอให้เดินผ่านไปก่อน เมื่อคิดว่าผู้เสียชีวิตพ้นระยะอันตรายแล้ว จึงค่อย ๆ ถอยรถเพื่อเข้าตำแหน่งทำงาน แต่ไม่เห็นว่าผู้เสียชีวิตอยู่ด้านท้ายรถ กระทั่งได้ยินเสียงคนตะโกนแจ้งว่าได้ถอยรถทับคน จึงรีบหยุดรถและลงมาตรวจสอบ พบว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตแล้ว
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ศรีประจันต์ ได้บันทึกภาพ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ สอบปากคำคนขับรถ พยานแวดล้อม และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป
>> ปภ.เชียงราย เผย น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ ในพื้นที่ 4 อำเภอ "กลับเข้าสู่สภาวะปกติ" หลังมวลน้ำลดระดับต่อเนื่อง ไม่มีฝนตกเพิ่ม
14.30 น สนง.ปภ.จ.เชียงราย รายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย, อ.แม่ลาว และ อ.เวียงป่าเป้า จากฝนตกหนักช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ค. 69) ล่าสุดสถานการณ์ภาพรวม “กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว” หลังมวลน้ำลดระดับต่อเนื่อง สภาพอากาศเริ่มมีเมฆสลับแดด ไม่มีฝนตกเพิ่ม
พื้นที่ อ.เมืองเชียงราย ดินสไลด์ทางขึ้นปางขอน (ต.ห้วยชมภู) และพื้นที่ ต.แม่ยาว เคลียร์สิ่งกีดขวางเปิดการจราจรได้แล้ว 100% ด้านมวลน้ำจาก ต.แม่กรณ์ กำลังไหลลงสู่พื้นที่รับน้ำ ต.ป่าอ้อดอนชัย, ต.สันทราย และ ต.บัวสลี ซึ่งมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
อ.แม่ลาว ระดับน้ำบริเวณฝายน้ำล้นอ่างเก็บน้ำห้วยส้าน (ต.โป่งแพร่) และ ต.จอมหมอกแก้ว ลดลงต่อเนื่อง รถทุกชนิดสัญจรผ่านได้ตามปกติ และ อ.เวียงป่าเป้า ถนนสาย 118 (เชียงใหม่ - เชียงราย) ช่วง ต.เวียง ที่มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจร แห้งสนิทแล้ว เดินรถได้ตามปกติ
ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และ อปท. ในพื้นที่ เข้าอำนวยความสะดวกการจราจร ระดมเครื่องจักรเปิดทางน้ำ วางกระสอบทราย พร้อมนำเจ้าหน้าที่เข้าฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนและสถานที่ราชการที่ได้รับผลกระทบแล้ว
>> โจรขโมยรถบรรทุกพ่วง ซิ่งชนสนั่น 3 คัน ตำรวจทางหลวงเร่งเปิดเส้นทาง ลดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
14.30 น. ตำรวจทางหลวงจังหวัดชุมพร เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงชนต่อเนื่อง 3 คัน บนทางหลวงหมายเลข 41 กม.92+600 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถบรรทุกพ่วงคันหนึ่งซึ่งมีรายงานว่าถูกชายไม่ทราบชื่อขโมยมา ได้พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงอีกคันที่วิ่งอยู่ด้านหน้า จนเสียหลักไปชนท้ายรถบรรทุกพ่วงบรรทุกผลปาล์ม ทำให้รถพลิกคว่ำกีดขวางการจราจรทั้ง 2 ช่องทาง และทำให้การ์ดเรลเสียหาย
หลังเกิดเหตุ ตำรวจทางหลวงจังหวัดชุมพร เปิดสัญญาณไฟป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ประสานหน่วยกู้ภัยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ประสานพนักงานสอบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเร่งประสานรถยกนำรถออกจากผิวจราจร และประสานแขวงการทางทำความสะอาดพื้นผิวถนน เพื่อเร่งเปิดการจราจรให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
>> นายกฯ เมืองปากพูน รุดช่วยเหลือเหตุเรือประมงอับปางกลางทะเล ช่วยผู้ประสบภัยปลอดภัยทั้ง 2 ราย จ.นครศรีธรรมราช
14.45 น. นายธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ นายกเทศมนตรีเมืองปากพูน พร้อมด้วย หน่วยการแพทย์ฉุกเฉินเทศบาลเมืองปากพูน ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากได้รับแจ้งจากชาวประมงในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดเหตุเรือประมงพลิกคว่ำกลางทะเล ขณะออกทำการประมง มีผู้ประสบภัยจำนวน 2 ราย โดยได้นำเรือสปีดโบ๊ตเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
จากการปฏิบัติการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่สามารถนำผู้ประสบภัยทั้ง 2 รายขึ้นจากทะเลได้อย่างปลอดภัย และส่งต่อเข้าสู่การดูแลของเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีรายงานผู้สูญหาย
>> โฆษก ตร.แจง ปมทางการจอร์เจียสอบสวน "ฮลุน โซโล่" เสียชีวิตที่จอร์เจีย ตาม ม.115 ยังไม่ใช่ข้อสรุปคดี
15.57 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีข่าวการเสียชีวิตของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือที่รู้จักกันในนาม "ฮลุน โซโล่" ในพื้นที่ประเทศจอร์เจีย ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องของกระแสข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีตามมาตรา 115 ของประมวลกฎหมายอาญาแห่งประเทศจอร์เจีย ว่า "กรณีข่าวการเสียชีวิตของนายบวรทัต เป็งสุข หรือ “ฮลุน โซโล่” ที่ประเทศจอร์เจีย และมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีตามมาตรา 115 ของประมวลกฎหมายอาญาของประเทศจอร์เจียนั้น
จากข้อมูลเบื้องต้น มาตรา 115 เป็นบทบัญญัติของกฎหมายอาญาจอร์เจียที่เกี่ยวกับการทำให้บุคคลฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย โดยการข่มขู่ การปฏิบัติอย่างโหดร้าย หรือการกระทำที่กระทบต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม การที่เจ้าหน้าที่ของประเทศจอร์เจียดำเนินการสอบสวนภายใต้มาตรา 115 ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าสาเหตุการเสียชีวิตเป็นการฆ่าตัวตาย หรือมีผู้ใดกระทำความผิด แต่เป็นกรอบกฎหมายที่ใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
ในส่วนของประเทศไทย ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอรับข้อมูลและการยืนยันข้อเท็จจริงจากทางการของประเทศจอร์เจีย โดยเฉพาะผลการตรวจสอบและสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ส่วนการประสานงานผ่านองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับเพิ่มเติมจากทางการจอร์เจีย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และหากได้รับข้อมูลที่เป็นทางการเพิ่มเติม จะรีบแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไปครับ"
>> นรข.หนองคายสนธิกำลังสกัดขบวนการค้ายาข้ามชาติ จับผู้ต้องหา 1 ราย ยึดไอซ์มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
16.15 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย (นรข.เขตหนองคาย) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด บริเวณ ตำบลสังคม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 3 กิโลเมตร ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง รถยนต์ 1 คัน และยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการด้านการข่าวของ นรข. และหน่วยงานด้านความมั่นคงในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถตัดวงจรการค้ายาเสพติดข้ามชาติและป้องกันไม่ให้ยาเสพติดมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท หลุดรอดเข้าสู่สังคมไทย
กองทัพเรือยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
>> สปส. ชี้แจงงบเลือกตั้ง ”บอร์ดประกันสังคม“ ยืนยันใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด
16.29 น. น.ส.กาญจนา พูลแก้ว ชี้แจงกรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความแตกต่างของตัวเลขงบประมาณการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการประกันสังคม หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า การชี้แจงต่อศาลปกครอง ระบุว่า การกำหนดให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนล่วงหน้าจะใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่เอกสารขอจัดสรรงบประมาณทั้งโครงการระบุวงเงิน 275 ล้านบาท
สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งให้ทราบว่า ตัวเลขประมาณ 30 ล้านบาท เป็นเพียงการคำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเฉพาะการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้ง โดยอ้างอิงข้อมูลผู้ลงทะเบียน ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านอื่น รวมทั้งยังไม่ได้นับรวมจำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นในช่วง 5 วันสุดท้าย
ส่วนงบประมาณ 275 ล้านบาทนั้น เป็นงบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ เช่น ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ค่าตอบแทนบุคลากร การประชุม ฝึกอบรม วัสดุอุปกรณ์ การประชาสัมพันธ์ การจัดสถานที่เลือกตั้ง และการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง โดยจัดทำบนสมมติฐานว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 50% ของผู้มีสิทธิทั้งหมด
น.ส.กาญจนา ยืนยันว่า ความแตกต่างของตัวเลขเกิดจากการคำนวณคนละฐาน โดยตัวเลขที่รายงานต่อศาลมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการจัดหน่วยเลือกตั้งระหว่างกรณีให้ผู้มีสิทธิลงทะเบียนล่วงหน้า กับกรณีต้องรองรับผู้ประกันตนทั้งหมดกว่า 12 ล้านคนเท่านั้น ไม่ใช่งบประมาณรวมของโครงการ
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะจัดทำรายละเอียดงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจริง และดำเนินการเบิกจ่ายตามแผนที่ได้รับอนุมัติ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตนและนายจ้างผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง
>> กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 14 ฝนตกหนักถึงหนักมาก มีผลถึง 30 กรกฎาคม 69
17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน ฉบับ 14 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2569)
ระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย
>> ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต สำหรับฤดูฝน
17.12 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปในการพระราชพิธีทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูฝน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จ ฯ ไปด้านหลังฐานชุกชี ขึ้นเกยไปยังบุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรถวายพวงมาลัยสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรทรงถอดมงกุฎจากพระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มอบเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงหยิบพระมหาสังข์ประจำพระองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงวางพระมหาสังข์ไว้ที่เดิม ทรงรับพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏจากเจ้าพนักงานภูษามาลาทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงรับผ้าขาวจากเจ้าพนักงานภูษามาลาซับตามองค์พระพุทธมหามณีรัตนฏิมากร เสร็จแล้วทรงรับมงกฎประจำฤดูฝนจากเจ้าพนักงานภูษามาลาทรงสวมถวายที่พระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม เสด็จลงจากเกยไปประทับพระราชอาสน์ที่จัดไว้ข้างฐานชุกชีทรงหยิบผ้าขาวที่ซับองค์พระพุทธมหามณีรัตปฏิมากรชุบพระสุคนธ์ในโถแก้ว แล้วทรงบีบลงในโถแก้วและหม้อน้ำ แล้วเสด็จ ฯ ไปที่ฐานซุกชีทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเสด็จ ฯไปทรงจุดธูปเทียนครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จ ฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ฯ ประทับพระราชอาสน์เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระมหาสังข์เพชรน้อยเข้าทูลเกล้า ฯ ถวาย แล้วสรงที่พระเศียร และพระราชทานน้ำพระมหาสังข์เพชรน้อยแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี และพระราชทานน้ำสังข์นครแก่พระราชวงศ์ที่มาเฝ้า ฯ
จากนั้นเสด็จ ฯ ไปทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมพ์ที่สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก่ข้าราชการที่มาเฝ้า ฯ ภายในพระอุโบสถ เสร็จแล้ว ประทับพระราชอาสน์ ณ ที่เดิม(พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนครบ ๓ รอบ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จ ฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา
>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์เฮ้าส์ ภายในชุมชนคู่ขวัญ เสียหายวอดทั้งห้อง จ.ชลบุรี
19.30 น. งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบ้านบึง ได้รับแจ้งจากประชาชน มีเหตุเพลิงไหม้ ภายในชุมชนคู่ขวัญ อ.บ้านบึง จ.ชลบุลี ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำรถตรวจการณ์และรถน้ำดับเพลิง เข้าตรวจสอบและดับเพลิงในที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 1 ชั้น จึงใช้น้ำทำการดับเพลิง ความเสียหายทรัพย์สินภายในบ้าน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จากการตรวจสอบคาดว่าเป็นไฟฟ้าลัดวงจร
6 กันยายน 2569
6 กันยายน 2569