หน้าแรก > การเมือง

‘คลัง’ เล็งปรับเงื่อนไข ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ หลัง ปชช.ยื่นขอทบทวนสิทธิ์กว่า 2.9 ล้านราย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:27 น.


‘คลัง’ เล็งปรับเงื่อนไข ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ หลัง ปชช.ยื่นขอทบทวนสิทธิ์กว่า 2.9 ล้านราย พบกว่า 40% เจอปัญหา ‘ยานพาหนะ’ ส่วน ‘สกร.’ (กศน.) ยื่นขอทบทวน 45,000 ราย

วันนี้( 20 ก.ค.69) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการกำหนดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ‘ความลำบากและความยากจน’ ต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง การปรับเกณฑ์ต่างๆ ขั้นตอนตามที่รัฐมนตรีช่วยคมนาคมกล่าวไว้ โดยมีการสำรวจข้อมูลและความเดือดร้อน ซึ่งจริงๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการตระหนักและหารือ แต่ยอมรับว่ากระทรวงคมนาคมเองก็มีข้อจำกัด ไม่ทราบว่ามีการโอนลอยไปแล้วเท่าไหร่ เพราะชื่อทางทะเบียนยังอยู่ ส่วนรถที่มีชื่อทางทะเบียนและไม่เคยมีการมาถอนสภาพ ทางกระทรวงคมนาคมก็มีข้อจำกัด ไม่สามารถทราบได้ จึงจำเป็นต้องใช้เกณฑ์นี้เพื่อคัดกรอง

แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏออกมา เงื่อนไขต่างๆ ขั้นต่อไป กระทรวงการคลังจะรับเรื่องและกำหนดเงื่อนไขเพิ่มขึ้นในหลักเกณฑ์ ให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน ว่ามีการโอนลอยไปแล้ว เราก็จะติดตามหลักฐานต่อไป แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะทำให้มีโอกาสจัดการกับฐานข้อมูลตรงนี้ และทำให้เกิดการตระหนักรู้ว่า ประชาชนจำเป็นต้องมาโอน ไม่ใช่แค่ความรับผิด แต่จะเป็นการเสียสิทธิ์ต่างๆ

ส่วนเรื่องการศึกษา ทางกระทรวงการคลังยินดีรับเงื่อนไขมาปรับเพิ่มอย่างแน่นอน รวมถึงเงื่อนไขอื่นที่ประชาชนขอทบทวนเข้ามา ซึ่งวันนี้ มีประชาชนมาขอทบทวนแล้วประมาณ 2,900,000 ราย โดยกว่า 40% เป็นเรื่องรถยนต์ ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก

เมื่อเรารับเรื่องแล้ว กระทรวงการคลังจะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการบัตรประชารัฐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณากำหนดรายละเอียด ดูข้อมูลถี่ถ้วนแล้ว ก็จะเร่งเสนอ ครม. ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ตั้งใจจะเร่งให้ทันสำหรับคนที่เข้าใหม่ให้รับบัตรสวัสดิการภายใน 1 ตุลาคม ส่วนคนที่ได้รับต่อเนื่องก็ให้ต่อเนื่องไป

สำหรับตัวเลขการลงทะเบียนครั้งนี้ เป็นแบบเชิงรุก ไปสำรวจ ไม่ได้เปิดกว้าง เพราะฉะนั้นจะมีคนที่ไม่เคยได้สิทธิ์ ไม่เคยได้ลงลงทะเบียนเลย จำนวน 2,300,000 ราย ซึ่งยืนยันตัวตนแล้ว 814,000 ราย ซึ่งอธิบดีกรมการปกครอง และรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ก็รับปากแล้วว่าจะเร่งลงไปช่วย

นายวินิจ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ได้ข้อมูลสมบูรณ์มากขึ้นเกี่ยวกับผู้เดือดร้อน โดยผู้เดือดร้อนที่สุดได้รับบัตรสวัสดิการฯ

ตอนนี้เราสามารถระบุความเดือดร้อนได้หลายระดับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะกำหนดมาตรการเร่งจัดหามาตรการที่เหมาะสมดูแลแต่ละกลุ่มต่อไป คงไม่ใช่แค่การใช้บัตรสวัสดิการฯ แล้วจบอยู่แค่นี้ แต่มาตรการอื่นก็ต้องเร่งปรับปรุง กระทรวงการคลังก็จะร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อเร่งช่วยทุกคน

ส่วนเรื่องของสิทธิ์ 60:40 ก็จะมีการถ่ายโอนสิทธิ์ สำหรับกลุ่มเดิมที่ไม่เคยมีสิทธิ์ลงทะเบียน เพราะได้รับบัตรสวัสดิการอยู่ วันนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ มาขอลงทะเบียนต่อแล้วไม่ได้ และไม่ได้มาลง เดิมมีสิทธิ์ 13.18 ล้านราย มาลงทะเบียน 12.7 ล้านราย ซึ่งหลายคนเสียชีวิตไป และหลายคนเลือกไม่มาลงทะเบียน เพราะมีสภาพทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ก็ต้องขอบคุณ และเราจะคืนโอกาสให้ได้ใช้ 60:40 อีก 2 เดือน ซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ 6,000,000 ราย ก็จะมีการสลับงบประมาณที่เดิมใช้อยู่ในบัตรสวัสดิการฯ เปลี่ยนมาเป็น 60:40 ซึ่งกระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องเข้าสู่ ครม. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็เป็นพรุ่งนี้ จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ และเริ่มดำเนินการให้ประชาชนได้ ซึ่งเงื่อนไขต่างๆ กระทรวงการคลังมีการรับเรื่องร้องเรียนไว้

ส่วนที่หลายคนสงสัยว่า ปีนี้ไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการภาษี ทำไมมีข้อมูลรายได้ ก็ต้องบอกว่ามีการใช้ข้อมูลที่เป็นการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งเป็นข้อมูลที่หมุนอยู่ตลอดเวลา หรือ ไดนามิกดาต้า ถ้าท่านรับไว้ก็จะเสียสิทธิ์ แต่หลายคนก็มาทักท้วงที่กรมสรรพากร ว่าไม่เคยได้รับเงิน ไม่รู้จักคนที่สรรพากรอ้างว่าจ่ายเงินให้ ซึ่งเรายินดีรับเรื่องไว้ พร้อมยอมรับมีผู้ทุจริต ขโมยชื่อมาเป็นลูกจ้างปลอม เพื่อใช้หักภาษี เลี่ยงภาษี ก็เคยมีทุกครั้งกับการทำงานบัตรสวัสดิการ แต่รอบนี้อาจจะพบมากหน่อย แต่ยืนยันว่า การที่มีคนนำชื่อท่านไปแอบอ้าง และการคืนสิทธิ์ จะดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการคืนสิทธิ์ให้ จะทำให้เสร็จภายใน 1 ตุลาคม

นายวินิจ ย้ำอีกครั้งว่า การเสนอเรื่องต่อ ครม. พรุ่งนี้ เป็นเรื่องไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ส่วนขั้นตอนของการขอทบทวนสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งกระทรวงการคลัง จะรวบรวมข้อมูลจากทั้งคมนาคมและมหาดไทย โดยจะจัดประชุมคณะกรรมการประชารัฐ เมื่อมีแนวที่ชัดเจนก็จะชี้แจงให้ประชาชนสบายใจ เช่น ปัญหารถเก่าที่ไม่ได้ใช้ ไม่ได้ไปต่อทะเบียน เราก็จะเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยยินดีรับจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด หากงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่พอ ก็หางบเพิ่ม ส่วนใครที่หลุดออกไป ก็จะดูว่ามีมาตรการอื่นมาดูแลต่อไป

ส่วนเรื่องร้องเรียน สำนักงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ยื่นขอทบทวนมา 45,000 ราย แต่ไม่ได้แปลว่าต้องรอให้ทบทวน ถ้าอยู่ในกระบวนการแล้วก็สามารถปรับเพิ่มเงื่อนไข ซึ่งประชาชนอาจได้สิทธิ์ทั้งหมด แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างการประมวลผล

ข่าวยอดนิยม