วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:54 น.
วันนี้ (20 ก.ค. 69) พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียหาย จากกรณีไฟไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว (โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว) ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) จำนวน 14 ราย รายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,200,000 บาท
โดยมี นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน ซึ่งมี ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน
ในการนี้ จะมีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาทายาทผู้เสียหายที่มาร่วมงาน จำนวน 14 ราย รายละ 300,000 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 4.2 ล้านบาท ส่วนสำหรับรายที่เหลือที่ไม่ได้มาร่วมงาน จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายโดยตรง ซึ่งได้พิจารณาไปแล้วทั้งสิ้น 31 ราย เป็นเงินกว่า 9.3 ล้านบา เช่น ทายาทน้องบรีส (นักร้องนำหญิงวงดนตรีทศกัณฑฐ์) มือกลองวงทศกัณฐ์ ชาวลาวที่เป็นพนักงานในร้าน รวมถึงประชาชนทั่วไป เป็นต้น
ทั้งนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นคดีอุจฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ สาธารณชนให้ความสนใจ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศที่รัฐจะต้องเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาตามหลักมนุษยธรรม ทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่ได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกายหรือจิตใจ จากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น โดยตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นการบรรเทาความเสียหายในเบื้องต้น
อนึ่ง ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี นับตั้งแต่มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559 รัฐได้ให้ความช่วยเหลือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม (ผู้เสียหายและจำเลยผู้บริสุทธิ์) แบ่งงเป็น ผู้เสียหายในคดีอาญา จำนวน 145,613 ราย เป็นเงิน 7,618,957,376.31 บาท และจำเลยในคดีอาญา จำนวน 2,815 ราย เป็นเงิน 641,303,138.25 บาท รวมจำนวน 148,428 ราย เป็นเงินกว่า 8,260 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเพียงแหล่งเดียว
ขณะที่ผู้ขอรับความช่วยเหลือมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ เพื่อพัฒนาการช่วยเหลือเยียวยาเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น ในวันเดียวกัน ณ ห้องประชุม Basi ชั้น 3 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นความเป็นไปได้ของการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา เพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนหมุนเวียนเหมือนในต่างประเทศ ที่สามารถระดมเงินจากแหล่งอื่นเข้ามาสมทบในการช่วยเหลือเหยื่อ
อาทิเงินบริจาค การไล่เบี้ยจากผู้กระทำผิด ค่าปรับผิดสัญญาจากศาล ตลอดจนศึกษามาตรการ และแนวทางป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม (ผู้เสียหาย ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาที่เป็นผู้บริสุทธิ์)




21 กรกฎาคม 2569
21 กรกฎาคม 2569