วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:04 น.
วอชิงตัน, 14 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ประกาศว่าจะกลับมาปิดล้อมการเดินเรือขาเข้า-ออกจากท่าเรือของอิหร่านอีกครั้งในวันอังคาร (14 ก.ค.) หลังจากเคยบังคับใช้มาตรการปิดล้อมมาก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 เม.ย.-18 มิ.ย. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวกองกำลังของกองบัญชาการฯ ได้สั่งให้เรือกว่า 140 ลำเปลี่ยนเส้นทางตามที่กำหนด สกัดกั้นเรือ 9 ลำที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด และอนุญาตให้เรือพาณิชย์กว่า 50 ลำที่สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเดินทางผ่านเขตปิดล้อม
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 20 จากสินค้าทั้งหมดที่ขนส่งผ่านเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สายนี้
สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าทรัมป์ได้แจ้งต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค.) ว่าสหรัฐฯ ได้กลับมาดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง ซึ่งได้จุดกระแสคำถามเกี่ยวกับอำนาจของทรัมป์ว่าเขาสามารถดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อไปได้หรือไม่โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส เนื่องจากก่อนหน้านี้สภาคองเกรสได้กำชับให้ทรัมป์ยุติสงคราม หรือขอความเห็นชอบหากต้องการดำเนินปฏิบัติการต่อ แต่ทรัมป์ยืนยันมาโดยตลอดว่าเขามีอำนาจตัดสินใจในประเด็นดังกล่าว