วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:40 น.
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สั่งตั้ง กก. สอบข้อเท็จจริงเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ สั่งตรวจเข้มสถานประกอบการทั่วกรุง ใช้มาตรฐานเดียวกับสถานบริการ เร่งรวบรวมร้านเปิดเกินเวลาส่งปลัดทุกเดือน
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ณ บริเวณหน้าห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึงการแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า เดิมได้เรียนเชิญ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว แต่ภายหลังได้รับแจ้งว่าไม่ประสงค์รับตำแหน่ง จึงเคารพการตัดสินใจของท่าน โดยยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งหรือปัญหาใด ๆ และนายจักกพันธุ์ยังคงให้คำปรึกษาแก่กรุงเทพมหานครได้ตามโอกาส ทั้งนี้ จึงได้แต่งตั้ง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก เป็นประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแทน
จากนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอีก 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บรวม 75 ราย โดยกลับบ้านแล้ว 36 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.ค. 69 เวลา 09.30 น.) สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อทบทวนข้อบกพร่องและแนวทางปรับปรุงการดำเนินงาน รวมถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ในส่วนที่ กทม. รับผิดชอบ
นอกจากนี้ ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครเมื่อวานนี้ (13 ก.ค. 69) ได้มีการพูดคุยหารือร่วมกันในเบื้องต้นถึงแนวทางปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกฎหมายสถานบริการ กฎหมายควบคุมอาคาร และการทบทวนแนวทางด้านโซนนิ่ง เนื่องจากอาคารที่เกิดเหตุได้รับอนุญาตในฐานะร้านอาหาร ไม่ใช่สถานบริการ จึงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ความปลอดภัยที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องวัสดุตกแต่งลามไฟหรือโฟมซับเสียงที่กฎหมายหลักไม่ได้บังคับใช้กับร้านอาหาร
กทม. จึงได้มีคำสั่งให้ทุกสำนักงานเขตตรวจเชิงรุกสถานประกอบการในพื้นที่ โดยจะปรับปรุงรายการตรวจสอบ (Checklist) ให้เข้มงวดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อาทิ เพิ่มรายการตรวจสอบวัสดุตกแต่งที่ลามไฟ เพื่อความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัย
สำหรับการตรวจสถานประกอบการต่าง ๆ จะให้มีการสุ่มตรวจตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมา ตอนไปตรวจอาจจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีการให้บริการ เปิดไปดูก็เห็นชัดหมด ต่อไปต้องไปสุ่มตรวจด้วยว่าขณะให้บริการจริงมีคนมากีดขวางหรือไม่ ประตูมีการกีดขวางอย่างไร ถังดับเพลิง ไฟฉุกเฉินทำงานหรือไม่ หรืออาจต้องให้ทดสอบด้วยว่า ถ้าเกิดเหตุแล้วไฟตัด ไฟฉุกเฉินทำงานส่องสว่างทั่วหรือไม่ คงต้องให้ทดสอบดูสถานการณ์จริงมากขึ้น โดยจะมีการสุ่มตรวจให้มากขึ้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ ต้องช่วยกันดูอย่างละเอียด
ส่วนกรณีของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สำนักงานเขตจตุจักร ได้ทำหนังสือแจ้งตำรวจให้ควบคุมร้านอาหารให้ปิดตามเวลา แต่เหมือนไม่มีการดำเนินการเข้มงวด นายชัชชาติ ระบุว่า ได้สั่งการแล้ว ทั้งนี้ การเข้าไปดูว่ามีการเปิดเกินเวลาหรือไม่ เป็นอำนาจของตำรวจ จึงสั่งการให้ทุกเขตทำรายงานว่าในพื้นที่ของตนเองมีสถานบริการ ร้านอาหาร หรือร้านกึ่งสถานบริการใดที่เปิดเกินเวลาบ้าง เพื่อส่งต่อให้ปลัด กทม. ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงธุรกิจอื่น หรือธุรกิจที่อาจจะเป็นเหมือนทุนเทา ซึ่งบางอย่างเราไม่มีอำนาจไปจับกุม แต่มีเบาะแสข้อมูลต่าง ๆ ก็รวบรวมมาในคราวเดียว ทั้งนี้ การส่งรายงานจะให้อัปเดตทุก 1 เดือน
14 กรกฎาคม 2569
14 กรกฎาคม 2569