หน้าแรก > ภูมิภาค

จังหวัดภูเก็ตสนธิกำลังทลายเครือข่ายบัญชีม้าชาวรัสเซีย ยึดเงินกว่า 5.44 ล้านบาท เร่งปราบอาชญากรรมออนไลน์ หลังพบความเสียหายรวมกว่า 16.9 ล้านบาท

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 17:27 น.


วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต (ศปก.ภ.จว.ภูเก็ต) นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการบูรณาการระหว่างตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ในการตรวจค้นเครือข่ายชาวรัสเซียที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการถอนเงินสดจากบัญชีม้า ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวชาวต่างชาติอีก 1 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดรวมกว่า 5.44 ล้านบาท และของกลางที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงิน

พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า และเครือข่ายชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งเชื่อมโยงกับเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

การสืบสวนเริ่มขึ้นหลังตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้รับข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ว่า มีกลุ่มบุคคลสัญชาติรัสเซียตระเวนถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเงินที่ถอนมีความเชื่อมโยงกับบัญชีม้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีหลอกลวงออนไลน์หลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน และข้อมูลการเดินทาง ก่อนขออนุมัติหมายจับและหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จุดแรกในพื้นที่ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต สามารถจับกุมชายอายุ 26 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต พร้อมตรวจยึดเงินสดจำนวน 638,700 บาท และของกลางที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จุดที่สอง ในพื้นที่ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต พบชายสัญชาติรัสเซียอีก 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินสดสกุลไทยจำนวน 4,594,420 บาท และเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ 6,271 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 206,943 บาท รวมมูลค่าประมาณ 4,801,363 บาท พร้อมของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง และแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลดังกล่าวแล้ว

ส่วนจุดที่สาม ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพื่อขยายผล แต่ไม่พบบุคคลเป้าหมาย จึงได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง

จากปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวชาวต่างชาติเพื่อดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองได้ 1 ราย ตรวจค้นเป้าหมายรวม 3 จุด และตรวจยึดเงินสดรวมประมาณ 5,440,063 บาท พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงกับบัญชีม้า และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในหลายพื้นที่ โดยเชื่อว่ายังอาจมีผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ทราบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว หรือยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ ผู้สั่งการ และผู้ได้รับผลประโยชน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

พล.ต.ต.สินเลิศ กล่าวว่า นอกจากการปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิดแล้ว ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตยังให้ความสำคัญกับมาตรการเชิงป้องกัน โดยได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงิน จัดอบรมเจ้าหน้าที่ธนาคารให้สามารถสังเกตพฤติกรรมการเปิดบัญชีม้าและการทำธุรกรรมที่มีความผิดปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ควบคู่กับการสร้างความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และสามารถช่วยตรวจพบพฤติกรรมต้องสงสัย โดยเฉพาะการถอนเงินสดผ่านธนาคาร อันเป็นหนึ่งในรูปแบบการกระทำผิดที่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังและขยายผลอย่างใกล้ชิด

ด้าน นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การกำกับของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้จัดเวิร์กช็อปเพื่อกำหนดแนวทางและยกระดับการขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและปราบปรามปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงผ่านระบบออนไลน์ และขบวนการบัญชีม้า ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 16.9 ล้านบาท และมีการกระทำความผิดกว่า 297 คดี จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบูรณาการการทำงานอย่างจริงจัง

นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมของผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เพราะหากไม่มีการทำงานเชิงรุกก็อาจไม่สามารถป้องกันและคลี่คลายคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ รัฐบาลได้เปิดปฏิบัติการ Operation 90 Days อย่างเป็นทางการ ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569 แม้ว่าทุกหน่วยงานจะดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่การเปิดยุทธการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการบูรณาการการทำงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอชื่นชมผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันปฏิบัติงานจนเกิดผลเป็นรูปธรรม ความเสียหายที่ตรวจพบกว่า 16.9 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าที่ไม่น้อย จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าว พร้อมทั้งขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้า ผู้รับจ้างถอนเงินสด และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นบุคคลสัญชาติใด หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากสงสัยว่าถูกหลอกลวงทางออนไลน์ หรือพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการรับจ้างเปิดบัญชี รับโอนเงิน หรือถอนเงินสดผิดปกติ สามารถแจ้งสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม