วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:31 น.
วันนี้ (3 กรกฎาคม 69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบรถไฟไทยทำ ซึ่งเป็นรถไฟโดยสารต้นแบบที่ได้รับการต่อยอดจากผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง โดยมี อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายยศชนัน กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ผลงานวิจัย รถไฟไทยทำ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถนำมาวิ่งให้บริการบนรางได้จริง ซึ่งตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาลในการผลักดันงานวิจัยให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยรถไฟขบวนนี้เป็นระบบ EV ระดับ Luxury Class ต้นแบบที่ออกแบบและผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือนักวิจัยและวิศวกรไทยทั้งหมด ผ่านการผนึกองค์ความรู้ร่วมกับภาคเอกชนกว่า 30 บริษัท และที่สำคัญคือมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศถึง 30% ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในอีก 20 ปีข้างหน้าว่า จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของรัฐ ประเทศไทยจะมีความต้องการตู้รถไฟโดยสารเพิ่มเติมอีกกว่า 2,000 ตู้ การสร้างระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมราง (Rail Economy) จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดการพึ่งพิงการนำเข้า ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง และทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับมาสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ด้าน นายกิตติพงษ์ กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในการสร้างองค์ความรู้เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศสอดคล้องกับ อนันต์ ผู้ว่าการ รฟท. ที่ระบุว่า การรถไฟฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับมอบรถไฟที่ใช้วัสดุภายในประเทศในสัดส่วนที่สูง ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณของชาติได้อย่างมหาศาล โดยหลังจากนี้ รฟท. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะนำไปเปิดให้บริการจริงในเส้นทางรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว ระยะทาง 200–500 กิโลเมตร ต่อไป
ภายหลังพิธีส่งมอบ ได้ร่วมเดินทางโดยรถไฟเที่ยวพิเศษจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังป้ายหยุดรถพระจอมเกล้า เพื่อเยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และเป็นประธานเปิดงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ) เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขนส่งทางราง ด้านรถจักรและล้อเลื่อน รวมถึงการพัฒนาสู่ระบบไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้วัสดุในประเทศ สนับสนุนการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่มุ่งมั่นผลักดันการใช้ "นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า" หรืออุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive) ในระบบคมนาคมขนส่งประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดมลพิษ และบรรเทาภาวะโลกร้อน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมขนส่งทางรางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน กล่าวว่า “รถไฟไทยทำ” เป็นรถไฟโดยสารต้นแบบคันแรกของประเทศไทย ในโครงการวิจัย “รถไฟไทยทำ” ที่ได้รับการสนับสนุนทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ขณะที่หน่วยงานวิจัยคือ ศูนย์วิจัยระบบรางและโครงสร้างพื้นฐาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)โดยนำแนวคิดการผลิตตู้โดยสารที่ใช้วัสดุและอุตสาหกรรมในประเทศถึง 44% ราคาต้นทุนถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศได้ถึง 30% ต่อตู้ จึงถือเป็นตู้โดยสารต้นแบบคันแรกของไทยที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยไทย หลังจากพัฒนาแล้วเสร็จ จะส่งมอบตู้โดยสารต้นแบบให้การรถไฟฯ นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตรถขนส่งทางรางด้วยหลักคิด “การพึ่งพาตนเอง”
สำหรับโครงสร้างตัวรถใช้เหล็กรูปพรรณแบบโมดูลาร์ที่มีน้ำหนักเบาลงกว่าร้อยละ 22 รองรับความเร็วได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีระดับเสียงรบกวนต่ำ การวิ่งและการเบรกมีความนุ่มนวล สมดุล และเป็นไปตามมาตรฐานยุโรป ภายในตู้โดยสารได้ออกแบบระดับลักชัวรี (Luxury Class) จำนวน 25 ที่นั่ง แบ่งเป็น Super Luxury 8 ที่นั่ง และ Luxury 17 ที่นั่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ระบบนวดไฟฟ้าช่วยให้ผ่อนคลาย มีช่องเสียบ USB ติดตั้งระบบหน้าจอ Touch Screen ใช้ระบบ Infotainment รองรับการเชื่อมต่อ YouTube มีช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ และห้องน้ำสามารถรองรับผู้พิการได้
นายอนันต์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ ได้มีการนำตู้โดยสารดังกล่าวไปทดสอบสมรรถนะการเดินรถ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ โดยพ่วงไปกับขบวนรถในเส้นทางสายเหนือ สายใต้ รวมระยะทางกว่า 10,000 กิโลเมตร ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมที่จะนำรถไฟโดยสารต้นแบบขบวนนี้ไปต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะการให้บริการในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200 ถึง 500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นรูปแบบบริการที่มีมูลค่าสูงและตอบโจทย์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะร่วมกับ สจล. และหน่วยงานพันธมิตร ในการทดสอบประเมินผลและพัฒนาให้รถไฟไทยทำมีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้จัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่สนใจเช่าตู้โดยสารแบบจัดเฉพาะหรือเหมาขบวนท่องเที่ยว ทั้งในรูปแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืนในเส้นทางระยะสั้น อาทิ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สระบุรี รวมถึงขบวนรถทางไกล เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการต่อไป



