หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 มิถุนายน 2569

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:31 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 มิถุนายน 2569


>> เพลิงไหม้ภายในแฟลตดินแดง อาคาร 3 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

07.02 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ แฟลตดินแดง อาคาร 3 ถนนอโศก - ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้เตาไฟฟ้าประกอบอาหาร ลุกลาม อุปกรณ์ครัว โต๊ะ และฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควัน และความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เตาไฟฟ้าประกอบอาหาร ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท


>> รวบโจรขโมยรถยนต์ พร้อมไอซ์และยาบ้าคามือ "ผู้เสียหาย" ดีใจได้รถคืน

10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี และ ตำรวจ สน.ประเวศ ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ)

พฤติการณ์ของคดีนี้ คือ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย โดยในวันเกิดเหตุ ผู้แจ้งได้นำรถยนต์เก๋ง มาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ บริเวณแขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กทม. โดยติดเครื่องไว้ หลังจากเข้าไปซื้อของภายในร้าน ผู้แจ้งได้ยินเสียงรถยนต์ของตนเอง จึงได้รีบออกมาดู ปรากฏว่ารถยนต์ของตนได้หายไป จึงมาแจ้งความ

หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน. มีนบุรี เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จนทราบข้อมูลว่านายเอผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปในเขตพื้นที่ ของ สน.ประเวศ จึงได้บูรณาการร่วมกับตำรวจ สน.ประเวศ ในการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้

จากนั้น เจ้าหน้าที่ สน.ประเวศ ได้ออกตรวจพื้นที่ในพื้นที่รับผิดชอบถึง เมื่อมาถึงบริเวณปากซอย ในแขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม. พบชายมีลักษณะท่าทาง คล้ายผู้เสพยาเสพติด และมีสิ่งผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง จึงเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น ปรากฎว่าพบมีสิ่งผิดกฎหมาย ยาบ้าจำนวน 4 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 2 ถุง เล็ก

ต่อมาพบว่าบริเวณใกล้เคียงพบมีรถยนต์เก๋ง มีลักษณะกันชนหน้าหลุด จึงได้ตรวจสอบและสอบถาม ชายคนดังกล่าวให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 00.30 น. ตนเองได้ขโมยรถยนต์ในเขตพื้นที่ สน.มีนบุรี ที่ได้แจ้งหายไว้ จึงได้ประสานฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี ให้มาร่วมตรวจสอบและร่วมจับกุม พร้อมรถยนต์ คันดังกล่าวไว้เพื่อตรวจสอบ และ สน.ประเวศ ได้ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนของยาเสพติดต่อไป และในส่วนของ สน.มีนบุรี ได้ทำการอายัดตัวผู้ถูกจับไว้ดำเนินคดีในลักรถยนต์ต่อไป


>> เร่งแกะรอยชายปริศนา ส่งกระเป๋าหน้าคอนโดให้ "แอร์สาวไทย" หลักฐาน พบวงจรปิดชี้ชัด

12.08 น. พลตํารวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงถูกทางการออสเตรเลียจับกุมฐานพยายามลักลอบนําเข้าเฮโรอีนน้ําหนัก 1 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนมาในกระเป๋าสัมภาระ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจค้นห้องพักย่านบางนาแล้ว แม้จะไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม แต่พบกล่องพัสดุที่ใช้สําหรับส่งของ และหลักฐานสําคัญจากกล้องวงจรปิดในคืนวันที่ 22 มิถุนายน ซึ่งปรากฏภาพชายนําสิ่งของมาส่งให้ผู้ต้องหาที่หน้าคอนโดก่อนการเดินทาง

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหามักรับหิ้วของเพื่อเป็นรายได้เสริม โดยจะได้รับค่าตอบแทนเมื่อสัมภาระส่งถึงประเทศออสเตรเลีย ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินยังไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจน ด้านแฟนสาวของผู้ต้องหาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี และยืนยันว่าเพิ่งทราบเรื่องหลังเกิดการจับกุม ส่วนการติดต่อสื่อสารขณะนี้ทางการออสเตรเลียอนุญาตให้ผู้ต้องหาติดต่อได้เพียงมารดาเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่กําลังเร่งสอบปากคํามารดาของผู้ต้องหาที่จังหวัดพะเยาเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ย้ําว่ากระทรวงฯ จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาโดยพิจารณาจากพยานหลักฐานทุกด้าน และจะส่งข้อมูลหลักฐานทั้งหมดให้ทางการออสเตรเลียเพื่อประกอบการพิจารณาคดี นอกจากนี้เตรียมจะเข้าหารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ AOT เพื่อทบทวนและยกระดับมาตรการการตรวจสอบสัมภาระของพนักงานและลูกเรือ เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต


>> ทลายโรงงานสเตียรอยด์เถื่อนคาสวนหลวง CIB ร่วม อย. บุกค้นคอนโดพัฒนาการ ยึดของกลาง 50 ล้าน

12.14 น. ​ตำรวจสอบสวนกลาง บูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายค้นศาลอาญาพระโขนงเข้าตรวจสอบห้องพักภายในคอนโดมิเนียม ย่านซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร หลังสืบสวนพบว่าเป็นแหล่งลักลอบผลิตและจำหน่ายยา อนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) และยาต้านฮอร์โมนเอสโทรเจน รายใหญ่ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา 
ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุม นายออ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี พร้อมตรวจยึดยาสำเร็จรูปทั้งชนิดฉีดและชนิดรับประทานกว่า 41 ยี่ห้อ ยาเม็ดรอการบรรจุกว่า 155,000 เม็ด ตลอดจนแกลลอนสารเคมี วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตรวมกว่า 5.3 แสนชิ้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท

​จากการสอบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้าวัตถุดิบและสารเคมีมาผสม บรรจุ และติดฉลากเองในห้องพัก ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกสุขลักษณะ โดยลักลอบทำมานานกว่า 3 ปี เพื่อส่งขายให้กลุ่มลูกค้าในวงการฟิตเนสและนักเพาะกายทั้งในและต่างประเทศ ที่มักนำไปใช้เร่งสร้างกล้ามเนื้อผิดวิธี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะตับอักเสบ ไตวาย และหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันมาแล้วแต่ยังกลับมากระทำผิดซ้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ฐานผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิตและขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> เลขาฯ สมช. รับ เหตุระเบิดภายในปั๊มน้ำมัน เชื่อมโยงความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้

12.17 น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุวางระเบิดภายในบริเวณปั๊มน้ำมัน สาขาถนนสาย 15 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา

โดยระบุว่าได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ยอมรับว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ แต่ขอไปตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน

เมื่อถามว่า สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานเบื้องต้น ยังไม่เห็นชัดเจนว่าเป็นบุคคลใด แต่เชื่อว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพราะมีวิธีปฏิบัติคล้ายกับปั๊มน้ำมันอื่นๆที่เคยเกิดเหตุก่อนหน้านี้

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายมาเลเซียด้วยหรือไม่นั้น เลขา สมช. กล่าวว่า มาเลเซียตอนนี้เน้นควบคุมชายแดน ขณะเดียวกันเขาก็ได้มีการปิดท่าข้ามต่างๆ และพยายามควบคุมคนเข้าออกด้วย จึงสะท้อนว่ามาเลเซียให้ความสำคัญกับบริเวณชายแดนมากขึ้น ซึ่งเราอยากให้มาเลเซียให้ความสำคัญแบบนี้มานานแล้ว จึงถือเป็นจังหวะดีที่จะได้ร่วมมือกัน ซึ่งในวันที่ 9 – 10 กรกฎาคม นี้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือน เพื่อพูดคุยในเรื่องดังกล่าวให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น


>> มท.3 - อธิบดี ปภ. ติดตามเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บผ้า จ.สมุทรปราการ สั่งทุกหน่วยเร่งควบคุมเพลิง

13.02 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้รับรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บผ้าและเศษผ้า พื้นที่ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ พบว่าการเข้าถึงจุดเกิดเหตุเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีกำแพงโรงงานกีดขวางเส้นทางการเข้าพื้นที่ของรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ขณะที่เจ้าของโรงงานได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการทุบกำแพง

นายเจเศรษฐ์ (มท.3) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทุบกำแพงทันที เพื่อเปิดทางให้รถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่อาจติดค้างอยู่ภายใน รวมถึงควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉิน สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิต และความปลอดภัยของประชาชน ความเสียหายต่อทรัพย์สินสามารถดำเนินการตามกฎหมายและเยียวยาในภายหลังได้ แต่หากการช่วยเหลือล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

“หากกำแพงเป็นอุปสรรคต่อการช่วยชีวิต ก็ต้องทุบ เพราะชีวิตของประชาชนสำคัญที่สุด”


>> สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนประชาชน อย่ารับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือขนส่งยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย

14.51 น. พลตำรวจโท กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของทุกครั้ง โดยต้องตรวจสอบสิ่งของอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ เนื่องจากหากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบสิ่งผิดกฎหมายในสัมภาระของผู้ใด ผู้ครอบครองจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย การอ้างว่าไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายไว้ในสัมภาระ อาจไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดได้

พลตำรวจโทกฤษฎา ระบุว่า นอกจากยาเสพติดที่มักถูกลักลอบซุกซ่อนเพื่อฝากหิ้วออกนอกประเทศแล้ว ยังมีสิ่งผิดกฎหมายประเภทอื่นที่อาจถูกนำมาซุกซ่อนเช่นกัน หากไม่มีความจำเป็น ประชาชนไม่ควรรับหิ้วสิ่งของออกนอกประเทศแทนผู้อื่น เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักลอบขนยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย เพราะปัจจุบันมีบริษัทขนส่งระหว่างประเทศที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องให้บริการอยู่แล้ว หากเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายและไม่มีความสุ่มเสี่ยง ผู้ส่งก็ควรเลือกใช้บริการของบริษัทขนส่งที่ถูกต้องตามกฎหมายแทนการฝากบุคคลอื่นนำติดตัวไป

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนหลายกรณีที่รับหิ้วสิ่งของผิดกฎหมายแล้วอ้างว่าไม่ทราบ จึงขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าตัดสินใจเพียงเพราะค่าจ้างสูง แต่ต้องพิจารณาด้วยว่ามูลค่าค่าจ้างมีความสมเหตุสมผลกับสิ่งของที่รับหิ้วหรือไม่ เพราะหากเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง โดยเฉพาะประเทศที่มีกฎหมายเข้มงวด เมื่อถูกจับกุมแล้วจะไม่สามารถแก้ตัวหรืออ้างได้ว่าไม่ทราบว่าสิ่งของที่รับหิ้วเป็นของผิดกฎหมาย เนื่องจากแต่ละประเทศมีบทลงโทษที่แตกต่างกันและบาง ประเทศมีโทษรุนแรง ดำเนินคดีตามกฏหมายขั้นเด็ดขาดและให้รับโทษสูงสุด


>> เพลิงไหม้รถกระบะขนกระป๋องสี ต้องเร่งขับออกจากโกดัง จนท.เร่งสกัดไฟทันก่อนลุกลาม เสียหายทั้งคัน

15.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางบกเมืองพัทยา พร้อมรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ จำนวน 3 คัน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา พร้อมรถกู้ภัยและรถพยาบาล เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ภายในโกดังเก่า ริมถนนสุขุมวิท หมู่ 1 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถกระบะที่กำลังบรรทุกกระป๋องสี

ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณท้ายกระบะรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน ลำปาง เจ้าหน้าที่ได้เร่งใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่ลุกลามไปยังตัวโกดัง

เจ้าของรถ ให้ข้อมูลว่า ตนได้รับจ้างให้มาขนกระป๋องสีเก่าที่เก็บไว้ภายในโกดัง โดยได้ถอยรถเข้าไปเพื่อขนย้าย ขณะคนงานช่วยกันโยนกระป๋องสีที่ยังมีสีตกค้างขึ้นท้ายรถได้เกิดประกายไฟขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกไหม้บริเวณท้ายกระบะ ตนจึงรีบขับรถออกมาจอดในพื้นที่โล่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไปภายในโกดัง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ได้บันทึกภาพและตรวจสอบที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน โดยพบว่าความเสียหายเกิดขึ้นเฉพาะรถกระบะ ส่วนโกดังไม่ได้รับความเสียหาย 
สำหรับสาเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเกิดจากการเสียดสีของกระป๋องสีระหว่างการขนย้าย จนทำให้เกิดประกายไฟและลุกติดไอระเหยของสี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> ป.ป.ส.ลงพื้นที่พะเยา ตรวจสอบบ้านพักแอร์โฮสเตสสาว ด้านครอบครัวยืนยันไม่ทราบเรื่อง

15.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูกามยาว ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบ้านพักในพื้นที่จังหวัดพะเยา เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบพยานหลักฐานตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยมีครอบครัวของหญิงรายดังกล่าวพักอาศัยอยู่ 
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ทางครอบครัวให้ข้อมูลว่า บุตรสาวสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และเคยผ่านการฝึกงานในธุรกิจสายการบิน ก่อนเข้าปฏิบัติงานที่สายการบินไทย โดยปกติจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเพียงนานๆ ครั้งเท่านั้น ส่วนในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้น ทางครอบครัวยืนยันว่าไม่ทราบรายละเอียดหรือข้อมูลเชิงลึกในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

มารดาให้ถ้อยคำต่อว่า บุตรสาวมีการโอนเงินส่งมาให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวเป็นประจำประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน โดยส่วนหนึ่งถูกนำไปชำระค่างวดรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งอยู่ในชื่อของผู้เป็นมารดา

ทั้งนี้ บุตรสาวเป็นผู้ครอบครองและนำรถยนต์คันดังกล่าวไปใช้ เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกถ้อยคำและรายละเอียดธุรกรรมทางการเงินไว้ เพื่อใช้ประกอบการรวบรวมพยานหลักฐานในฐานะบุคคลที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนการสืบสวนต่อไป

สำนักงาน ป.ป.ส. ขอเรียนชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน บุคคลที่เกี่ยวข้องยังถือเป็นผู้ถูกตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปหรือคำพิพากษาในคดี หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม หน่วยงานจะดำเนินการชี้แจงให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป


>> รมช.คมนาคม “สรรเพชญ” ลงพื้นที่ติดตามเหตุโป๊ะเรือล่ม พระสมุทรเจดีย์ สั่งเร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและค้นหาผู้สูญหาย

15.18 น. รายงานคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีเกิดเหตุโป๊ะเรือล่ม ตรงข้ามซอยสุขสวัสดิ์ 84 มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญหายนั้น ล่าสุด วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุโป๊ะเรือล่ม บริเวณใกล้เคียงท่าเทียบเรือฯ ตรงข้ามซอยสุขสวัสดิ์ 84 ถนนสุขสวัสดิ์ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสั่งการให้กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.22 น. โดยได้รับแจ้งว่ามีผู้ประสบเหตุตกลงไปในน้ำ ระหว่างการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ ศูนย์วิทยุบรรเทาภัยป้อมพระจุล หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าระดมกำลังช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบเหตุทันที

จากรายงานเบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยรายแรกถูกนำส่งโรงพยาบาลเปาโล พระประแดง ส่วนอีกรายเจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือขึ้นฝั่งก่อนนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้นพบความเสียหายเป็นเรือบรรทุกดินจม 1 ลำ และเรือโป๊ะบรรทุกรถแบ็กโฮเกิดน้ำเข้าและเอียง 1 ลำ ทั้งนี้ เหตุเกิดในบริเวณที่มีการดำเนินโครงการขุดลอกหน้าท่าเทียบเรือ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและสาเหตุของอุบัติเหตุ ทางบริษัทฯ ยืนยันว่าไม่มีท่อแก๊สอันตรายดังข่าวที่ปรากฏก่อนหน้านี้


>> รถนั่งส่วนบุคคล ชนประสานงากับ รถนั่งส่วนบุคคลอีวี กลางถนนทางหลวงหมายเลข 11 มีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ใหญ่บ้าน จ.พิษณุโลก

16.11 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคล 2 คันชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนหมายเลข 11 บริเวณใกล้เคียงทางเข้าวัดดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ป้ายทะเบียน พิษณุโลก ลักษณะชนประสานงากับ รถนั่งส่วนบุคคล อีวี ดีปอล สีขาว ทะเบียน ภูเก็ต

ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย โดย เป็นผู้ชาย อายุ 33 ปี คนขับรถคันสีขาว จุกแน่นหน้าอก เจ็บต้นคอ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพิษณุโลกปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งไปโรงพยาบาลพิษณุเวช

ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คนขับคันสีดำ มีอาการสาหัสและหมดสติปลุกไม่ตื่น ไม่มีชีพจร มีเลือดออกที่หูสองข้าง เจ้าหน้าที่อาวาสมัครกู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือนำออกจากยานพหานะ เพื่อทำ CPR รอรถกู้ชีพเบนทูล โรงพยาบาลพุทธชินราช ให้การช่วยเหลือ ก่อนดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลก ต่อมาผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา คือ หญิงไทย อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บ้านป่า อ.เมืองพิษณุโลก

ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก


>> รถจักรยานยนต์เสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง ริมถนนสาย 304 ก่อนถึงอุโมงค์ทับลาน มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชาย วัย 13 ขวบ จ.ปราจีนบุรี

16.35 น. มูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย อ.กบินทร์บุรี ได้รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนหมายเลข 304 บริเวณก่อนถึงอุโมงค์ทับลาน ในพื้นที่ ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี

ทีเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ลักษณะชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัส ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบ เป็นเด็กชาย อายุประมาณ 13 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังขอนแดง


>> แจ้ง 3 ข้อหา 2 ชาวจีน เปิดเต็นท์รถมือสอง โดยผิดกฎหมาย เตรียมผลักดันส่งกลับประเทศ

17.00 น. พ.ต.อ. กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นำกำลังเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ ต.หนองซาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่ามีชาวจีนลักลอบเปิดกิจการซื้อขายรถยนต์มือสอง จึงวางแผนติดต่อซื้อขายตกลงกันในราคา 360,000 บาท โดยฝ่ายผู้ขายแจ้งให้ชำระเป็นเงินสด

โดยจากการตรวจสอบพบรถยนต์หลายคันจอดอยู่บริเวณหน้าสำนักงาน ด้านข้างยังมีรถยนต์จอดอยู่อีก 10 คัน รวมทั้งหมด 19 คัน โดยชายชาวจีน 2 คนแสดงตัวเป็นเจ้าของสำนักงาน จึงเข้าควบคุมตัว

แจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือสิทธิที่มีอยู่ ตามมาตรา 8 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 101 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม , ประกอบอาชีพค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ตามที่กฎหมายกำหนด 
จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคดีนี้เป็นการกวดขันการประกอบอาชีพของคนต่างด้าวในพื้นที่ โดยเฉพาะกิจการที่เข้าข่ายแย่งอาชีพคนไทย หรือประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบสถานะ การอยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการผลักดันส่งกลับประเทศตามกระบวนการต่อไป


>> ปภ. เชียงรายลงพื้นที่เชียงของ ติดตามน้ำป่าไหลหลากบ้านห้วยเย็น ด้าน อบจ. เร่งมอบน้ำดื่ม-ผ้าห่มช่วยผู้ประสบภัย

17.06 น. นายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากบริเวณบ้านห้วยเย็น หมู่ 7 ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางคืนถึงเช้าวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และองค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชน

จากข้อมูลการตรวจวัด พบปริมาณฝนสะสมในช่วง 12 ชั่วโมง สูงถึง 169 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านห้วยเย็น สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้เร่งนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ประกอบด้วย น้ำดื่มจำนวน 500 แพ็ค ผ้าห่ม 200 ผืน และยาสามัญประจำบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


>> ไฟไหม้เพิงพัก ใกล้เคียงสถานีบริการน้ำมัน ถนนบางบอน 4 ประชาชนชวยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

21.31 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงสถานีบริการน้ำมัน สาขาบางบอน 4 ถนนบางบอน 4 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักชั้นเดียวโครงสร้างไม้หลังคากระเบื้อง ประกอบกิจการร้านอาหาร ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้พัดลมระบายอากาศ โต๊ะและเตาประกอบอาหาร พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน


>> ปภ. ประสานกรมควบคุมมลพิษ ตรวจวัดคุณภาพอากาศพื้นที่ไฟไหม้โกดังผ้าสมุทรปราการ ไม่พบสารอันตราย-วางแผนต่อเนื่องดูแลผลกระทบชุมชน

22.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อัปเดตความคืบหน้าการควบคุมเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บผ้า จ.สมุทรปราการ ล่าสุด สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มควันโดยรอบ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานไปยังกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยเรื่องสารพิษที่อาจจะเกิดจากไฟไหม้ โดยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้สั่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่เกิดเหตุทันที เพื่อคลายความกังวลให้กับประชาชน โดยข้อมูล ณ เวลา 22.00 น. ยังไม่พบสารอันตรายใดๆ

สำหรับการวางแผนปฏิบัติการต่อเนื่องซึ่งยังคงมีความร้อนสะสมอยู่ จังหวัดสมุทรปราการ ทีมปฏิบัติการในพื้นที่ และ ปภ. ได้วางแผนปฏิบัติโดยทีมดับเพลิงจะทำการเกลี่ยพื้นที่เพื่อระดมฉีดน้ำเข้าไป เพื่อทำการตรวจวัดก๊าซบริเวณโดยรอบพื้นที่ รวมถึงตรวจวัดก๊าซในชุมชนบริเวณท้ายลม จำนวน 2-3 จุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในชุมชน ทั้งนี้ ปภ. จะรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ให้ทราบต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

00.12 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 571 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ไฟไหม้บาร์โฮสพัทยา วอดทั้งหลัง พบผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย

00.40 น. ศูนย์วิทยุ หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ 29 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบประสาน ฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางบก เมืองพัทยา (ดับเพลิงเมืองพัทยา) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

​ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 1 ชั้น พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบเบื้องต้น พบสภาพร้านได้รับความเสียหายทั้งหมด และน่าสลดใจเมื่อพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อยู่ภายในร้าน สภาพถูกไฟคลอก ท่ามกลางซากปรักหักพัง

​เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย และเตรียมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม