หน้าแรก > อาชญากรรม

ปฏิบัติการ “ทลายคอกม้ารังมังกร” ลุยทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ รวบบอสใหญ่ฝั่งไทย ยึดตรายางม้านิติบุคคลกว่า 20 บริษัท

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16:34 น.


เปิดปฏิบัติการ “ทลายคอกม้ารังมังกร” ลุยทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ รวบบอสใหญ่ฝั่งไทย และล่ามข้ามชาติ พร้อมยึดตรายางม้านิติบุคคลกว่า 20 บริษัท

19 มิ.ย.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. แถลง ปฎิบัติการ “ทลายคอกม้ารังมังกร อันดับ 3 ปอยเปต” ร่วมกันออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 10 คน ทั้งคนไทย คนจีน และกัมพูชา โดยมีตัวการใหญ่ฝั่งไทยคือ นายเฟรม อายุ 30 ปี หัวหน้าเครือข่ายฝั่งไทย ผู้ควบคุมและสร้างคอกม้า รวมถึงบริหารจัดการการฟอกเงิน โดยรับคำสั่งตรงจากบอสจีน มีอาเทา สัญชาติจีน (อยู่ระหว่างติดตามตัว) เป็นบอสใหญ่ฝ่ายการเงิน ลักษณะเป็นบริษัททำหน้าที่รับฟอกเงินให้กับแก๊งสแกมเมอร์ และมีนายเปรียว สัญชาติกัมพูชา (อยู่ระหว่างติดตามตัว) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา ทำหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือสมาชิกที่อยู่ฝั่งกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างสืบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอีกอย่างน้อย 31 ราย และ 3 นิติบุคคล พร้อมยึดหลักฐานตรายางและเอกสารเปิดบริษัทนิติบุคคลผี กว่า 20 แห่ง

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องจาก ภาค 1 (ทลายปาร์ตี้คอกม้าพูลวิลล่า เมื่อเดือนมกราคม 2569) ที่ตำรวจได้เข้าจับกุมเครือข่ายบัญชีม้า 9 ราย ที่ตระเวนเก็บเงินสดจากเหยื่อ ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท นำไปสู่การขยายผล ภาค 2 (ทลายขบวนการ “ฟอกเงิน–ฟอกคน” ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดือนมีนาคม 2569) บุกค้นเซฟเฮาส์คอนโดหรูย่านห้วยขวางและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่ม 8 ราย พบรูปแบบการ ฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มเทรดหุ้น การซื้อทองคำ และใช้โรงเรียนสอนภาษาบังหน้าเพื่อ “ฟอกคน” ข้ามชาติ โดยมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน

และล่าสุดในปฏิบัติการนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนเชิงลึกจนสามารถถอนรากถอนโคนกลุ่มผู้บริหารจัดการเงินดำฝั่งประเทศไทยได้สำเร็จ โดยมีบุกรวบตัวการใหญ่ระดับสั่งการฝั่งไทยคาโรงแรมหรู คือนายเฟรมซึ่งช็อกหมดสติวินาทีถูกจับ เจ้าหน้าที่ต้องรีบทำการปฐมพยาบาลและประสานรถพยาบาลฉุกเฉินนำตัวส่งรักษาที่ห้อง ICU นานหลายวัน จนกระทั่งแพทย์ระบุว่าพ้นขีดอันตราย จึงคุมตัวส่งดำเนินคดี

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถออกหมายจับตัวการสำคัญ ที่ตั้งฐานที่มั่นอยู่ในฝั่งประเทศกัมพูชาได้อีก 3 ราย ประกอบด้วย อาเทา (ชายชาวจีน) บอสใหญ่ฝ่ายการเงิน ที่ทำธุรกิจรับฟอกเงินดำให้กับแห๊งสแกมเมอร์, เหลาฉง (ชายชาวจีน) ผู้คุมทีมม้ากดเงินสดและซื้อทองคำ และ เปรียว (เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา) ทำหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือสมาชิกที่อยู่ฝั่งกัมพูชา

จากผลปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มทุนจีนสีเทา อย่างหนักหน่วงและต่อเนื่องของตำรวจสอบสวนกลาง ส่งผลให้ขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้เกิดความหวาดกลัวและหนีตายแตกกระจายกัน การก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้จึงทำได้ยากและมีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การลักลอบเข้าเมืองหรือการเคลื่อนย้ายหลบหนีของกลุ่มคนจีนสีเทาก็ทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น เนื่องจากการตรวจตราและสกัดกั้นอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ สอดคล้องกับเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนราธิวาส ได้ไล่ล่าสกัดจับกลุ่มชาวจีนที่พยายามขับรถฝ่าด่านหลบหนีไกลกว่า 30 กิโลเมตร จนรถเสียหลักตกข้างทาง สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ 3 ราย และคนนำพาชาวไทย 1 ราย ขณะพยายามหลบหนีข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งคาดว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์เช่นเดียวกัน ปฏิบัติการทั้งหมดนี้คือเครื่องยืนยันว่า ตำรวจสอบสวนกลางจะสกัดกั้นและปราบปรามทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพเหล่านี้มีที่ยืนในประเทศไทยอีกต่อไป

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม