วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 17:53 น.
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย บอร์ดบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เห็นชอบหลักสูตรบำบัดฯ รูปแบบ Fast Model หรือค่ายบำบัด 9 วัน ผ่านกลไกครอบครัว อาชีวบำบัด การเรียนรู้พัฒนาตนเอง และชุมชนบำบัด จ่อขยายผล 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดทั่วประเทศ ในปี 2570 พร้อมไฟเขียว “สำนักงานศาลยุติธรรม - ตร. – กรมคุมประพฤติ” เข้าถึงข้อมูลการบำบัดฟื้นฟู เพื่อใช้ตัดสินคดี คัดกรองผู้เสพ-ผู้ค้า ติดตามการคุมประพฤติหลังศาลตัดสิน
วันนี้ (17 มิถุนายน 2569) นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 ที่ตึกบัญชากร 1 ทำเนียบรัฐบาล กทม. โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1) หลักสูตรแกนกลางการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดภายใต้นโยบาย 1 อำเภอ 1ศูนย์บำบัดยาเสพติด คือ หลักสูตรการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดรูปแบบ Fast Model ภายใต้โครงการรวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ได้แก่ F : Family ครอบครัวมีส่วนร่วมในการบำบัด โดยสร้างความเข้าใจและการยอมรับ เป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญ A : Alternative Activity กิจกรรมทางเลือกและอาชีวบำบัด เน้นกิจกรรมสร้างสรรค์นันทนาการ และพัฒนาทักษะอาชีพสร้างรายได้ S : Self-Help การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เน้นเพิ่มความรู้ ความเข้าใจตนเอง สร้างความรับผิดชอบและการพึ่งพาตนเอง และ T : Therapeutic Community ชุมชนบำบัดเพื่อปรับพฤติกรรม เน้นการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในชุมชน การใช้กฎระเบียบ บทบาทและหน้าที่ ใช้ระยะเวลาบำบัดรวม 9 วัน และให้ขยายสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดระยะสั้นระดับอำเภอ (1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด) จากปัจจุบัน 31 จังหวัด 468 อำเภอ ให้ครบ 76 จังหวัด 878 อำเภอ ในปีงบประมาณ 2570 โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการจัดตั้งและควบคุมคุณภาพมาตรฐานฯ จัดทำหลักเกณฑ์วิธีการ การจัดตั้งรูปแบบสถานฟื้นฟูฯ และการใช้หลักสูตรนี้ต่อไปโดยเร็ว
นพ.ศักดากล่าวต่อว่า 2) การเข้าใช้และเข้าถึงข้อมูลผ่านการจัดทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับ 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามวัตถุประสงค์และขอบเขตข้อมูล ได้แก่ สำนักงานศาลยุติธรรม จะใช้ข้อมูลระบุตัวตนผู้ถูกคุมความประพฤติ การติดตามสถานะ ความคืบหน้า และผลการเข้ารับบำบัดในรอบปัจจุบัน เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินคดีอย่างเหมาะสม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะใช้ข้อมูลพฤติกรรมการเสพ ประวัติและประเภทการบำบัดรักษา ผลการติดตาม และสถานะการเสพซ้ำ เพื่อตรวจสอบประวัติ คัดกรอง และแยกผู้ป่วยหรือผู้เสพออกจากเครือข่ายผู้ค้าในกระบวนการสืบสวน เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด และกรมคุมประพฤติ ใช้ข้อมูลระบุตัวตนและประวัติการบำบัดรักษาจากระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีและการติดตามประเมินผลการบำบัดรักษา เพื่อช่วยกำหนดมาตรการควบคุมกำกับติดตามหลังคำพิพากษาตามคำสั่งศาล
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 6 คณะ ภายใต้คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อาทิ เป้าหมายการบำบัดปี 2569 ประมาณ 287,500 ราย แบ่งเป็น รายใหม่ราว 82,500 ราย ผู้ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดของปี 2568 ราว 80,000 ราย และผู้เข้ารับบำบัดซ้ำ 125,000 ราย ปัจจุบันได้รับการบำบัดแล้ว 141,264 ราย ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบผู้ป่วยนอก 74.5% รองลงมา บำบัดโดยชุมชน CBTx, รูปแบบผู้ป่วยใน และมินิธัญญารักษ์ การใช้ยาฉีดต้านโรคจิตชนิดออกฤทธิ์นาน (Long-Acting Injection) ในผู้ป่วย 1,150 ราย พบช่วยอาการทางจิตทุเลาลง 90% ใน 3 เดือนแรก ความเสี่ยงก่อความรุนแรงต่ำสุดในรอบ 1 เดือนแรก คุณภาพชีวิตผู้ป่วยและญาติดีขึ้น ลดอัตราการเข้ารับการรักษาผู้ป่วยในมากกว่า 20% ลดจำนวนวันนอนโรงพยาบาล 40% ซึ่งมีความคุ้มค่ากว่ายาฉีดกลุ่มเก่า โดยอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ส่วนตำรับอดยาบ้าชนิดเม็ดฟู่ มีการใช้ใน 32 จังหวัด รวม 283,020 เม็ด จังหวัดที่มีการใช้สูงสุดคือ กทม. 117,850 เม็ด สุราษฎร์ธานี 42,000 เม็ด และร้อยเอ็ด 30,000 เม็ด