หน้าแรก > ต่างประเทศ

สหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุดีลสันติภาพยุติสงครามแล้ว ทรัมป์สั่ง "เปิดช่องแคบฮอร์มุซ"

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09:25 น.


วันที่ 15 มิถุนายน 2569  ผู้นำทั่วโลกต่างยินดีกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน ในการยุติสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากสงครามยืดเยื้อมานานกว่าสามเดือน

นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ประกาศว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 4 เดือน โดยทั้งสองฝ่ายได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย

นายกรัฐมนตรีชารีฟประกาศผ่านทางแพลตฟอร์ม X ในวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ระบุ "หลังจากที่มีการเจรจาอย่างเข้มข้น เรามีความยินดีที่จะประกาศว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้บรรลุผลสำเร็จแล้ว ส่วนพิธีลงนามอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์" โดยที่ ปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

ภายหลังการประกาศของนายกรัฐมนตรีปากีสถานไม่นาน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่า สหรัฐฯ และ อิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันแล้ว และได้สั่งการให้ "เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม" รวมถึงสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านโดยทันที

ทรัมป์ประกาศผ่านทางแพลตฟอร์ม Truth Social ของเค้า โดยระบุว่า "ข้อตกลงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้วในขณะนี้ ตนได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้เรือสามารถสัญจรผ่านได้โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม และในขณะเดียวกัน ผมได้สั่งการให้กองทัพเรือของสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลโดยทันที เรือทั้งหลายในโลก จงสตาร์ทเครื่องยนต์ของพวกคุณ ปล่อยให้น้ำมันไหลผ่านได้เลย!"

หลังจาก ประกาศข้อตกลงดังกล่าว สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และ อิตาลี ได้ออกแถลงการณ์ร่วม กันเพื่อยกย่องข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ช่วงเวลาแห่งโอกาสในการฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาคและสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจโลก"

กลุ่มที่รู้จักกันในชื่อ E4 ในแถลงการณ์ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามข้อตกลงอย่างรวดเร็วและครอบคลุม และระบุว่า "การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งอย่างเร่งด่วนโดยมีเสรีภาพในการเดินเรืออย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่จำกัดนั้นเป็นสิ่งจำเป็น"

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการเจรจาที่ยืดเยื้อและไม่ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน รวมถึงการปะทะกันในภูมิภาคตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกและก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

มีรายงานว่า ราคาน้ำมันลดลงหลังจากมีการประกาศข้อตกลงเมื่อวันอาทิตย์ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงประมาณ 4% เหลือ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบดับเบิลยูทีลดลง 4.8% เหลือ 80.8 ดอลลาร์

 

ข่าวยอดนิยม