หน้าแรก > อาชญากรรม

กองปราบปราม รวบม้ากดเงิน เชิดเงินล้านหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 23:53 น.


กองปราบปราม รวบม้ากดเงิน เชิดเงินล้านหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย

1. น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตและโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จับได้บริเวณห้องเช่า ซอยประปา 2 ถนนสุขุมวิท ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง

2. นายบี (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตและโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จับกุมได้บริเวณหน้าบ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

พร้อมของกลาง

1. โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสั่งการ และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ
2. โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy A50 ที่ใช้ติดต่อสั่งการ และชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ

สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน พร้อมข่มขู่ให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินรวม 2 ล้านบาท ก่อนจะไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่รับโอนเงินในลำดับแรก

จากการสืบสวนขยายผล นายบี (นามสมมุติ) ถูกชวนเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการใน สปป.ลาว พร้อมตกลงรับค่าจ้างร้อยละ 2 ของยอดเงินที่ถอนออกมา จากนั้นนายบี (นามสมมุติ) ได้ชักชวน น.ส.เอ (นามสมมุติ) เข้าร่วมขบวนการ ทำหน้าที่เดินทางไปถอนเงินสดจากธนาคาร ภายหลังผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 2 ล้านบาท แก๊งได้แบ่งเงินเข้าบัญชีของนายบี (นามสมมุติ) และ น.ส.เอ (นามสมมุติ) คนละ 1 ล้านบาท โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที น.ส.เอ (นามสมมุติ) ได้เดินทางไปถอนเงินสดออกจากธนาคารทันที ส่วนเงินอีก 1 ล้านบาท ก็ถูกถอนออกโดยผู้ร่วมขบวนการเช่นกัน ซึ่งการปฏิบัติงานในครั้งนี้ทั้งสองจะได้รับค่าจ้างและค่าความรวดเร็วรวมประมาณ 20,000 บาท

หลังถอนเงินสดได้เกือบ 2 ล้านบาท น.ส.เอ (นามสมมุติ) กลับไม่นำเงินจำนวน 1 ล้านบาทไปส่งมอบให้เครือข่ายตามที่ตกลงไว้ แต่ปิดโทรศัพท์และหลบหนีไป โดยไปกบดานในพื้นที่จังหวัดนครพนม ก่อนจะย้ายไปซ่อนตัวที่จังหวัดระยอง เมื่อเครือข่ายฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่บริเวณธนาคาร ทราบว่าเงินถูกเชิดหนี จึงเข้าควบคุมตัวนายบี (นามสมมุติ) ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ พร้อมยึดเงินสดจำนวน 994,100 บาท ก่อนบังคับขึ้นรถยนต์พาข้ามพรมแดนบริเวณจังหวัดมุกดาหารไปยังแขวงสะหวันนะเขต เพื่อใช้เป็นตัวประกันกดดันให้ น.ส.เอ (นามสมมุติ) นำเงินมาคืน กระทั่งภายหลังมีผู้เข้ามาช่วยเจรจา นายบี (นามสมมุติ) จึงได้รับการปล่อยตัว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดมุกดาหาร สามารถจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) และนายบี (นามสมมุติ) ได้สำเร็จ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าเคยทำหน้าที่รับโอนและถอนเงินให้กับเครือข่ายดังกล่าวมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

ข่าวยอดนิยม