วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:14 น.
บก.จร. ตั้งด่านตรวจแอลกอฮอล์ยามดึก พบรถเก๋งสีดำ ซุกต่างด้าวแน่นคัน รวบยกแก๊งสารภาพรับหัวละ 900 บาท ไปส่งที่สมุทรปราการ
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) นำโดย พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. (จ.1), พ.ต.อ.ฐิรวิทย์ บุษบัน รอง ผบก.จร. (จ.4), พ.ต.อ.ณัทศิต สัณห์ปภพ ผกก.5 บก.จร. (นก.5), พ.ต.ท.ทศพร กลีบแก้ว รอง ผกก.5 บก.จร. (นก.5-1), พ.ต.ท.อัษฎากร คนคล่อง รอง ผกก.5 บก.จร. (นก.5-2) และ พ.ต.ท.กาญจน์ เวฬุวรรณราช สว.งานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กก.5 บก.จร. (ฤทธี 1) ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ทศพล จันทเสน สว.ปฏิบัติราชการ กก.5 (หน.ชป.6) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 6 ตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์เพื่อกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรม บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ซึ่งระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีดำ หมายเลขทะเบียน กาญจนบุรี ขับขี่มุ่งหน้าเข้ามายังจุดตรวจด้วยท่าทางมีพิรุธน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้ให้สัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้นและวัดปริมาณแอลกอฮอล์ตามปกติ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ กลับพบเบาะแสของขบวนการค้ามนุษย์และขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติ
จากการตรวจสอบภายในรถ พบ ชาย อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ และมี ชายอายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา นั่งคู่มาที่เบาะหน้าด้านซ้าย โดยทั้งสองคนสามารถพูดและฟังภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มองส่องเข้าไปที่ห้องโดยสารด้านหลัง กลับพบกลุ่มชายหญิง 3 ราย ลักษณะต้องสงสัยนั่งแออัดกันอยู่
และ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดบริเวณซอกเบาะโดยสารด้านหลังสุด เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะ เมื่อพบอีก เป็นชาย 2 ราย นอนขดตัวแอบซ่อนสายตาเจ้าหน้าที่อยู่ด้านหลังเบาะ
เมื่อขอตรวจสอบเอกสารการเดินทาง กลุ่มผู้โดยสารบริเวณด้านหลังรวม 5 คน ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ และไม่มีหนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารการเข้าเมืองใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาทั้ง 7 รายไว้ทำการสอบสวนทันที
จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 (คนขับ) และผู้ต้องหาที่ 2 (ผู้โดยสารด้านหน้า) ให้การรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐานว่า พวกตนได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชื่อ "นายโจ้" (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ให้ทำหน้าที่ไปรับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทั้ง 5 คน ซึ่งลักลอบเดินทางลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณด่านชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นได้นำตัวมาพักคอยไว้ที่บริเวณวัดเทียนดัด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ก่อนจะรับช่วงต่อพาขับรถมุ่งหน้าไปส่งยังปลายทางที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้รับค่าจ้างเป็นตาน้ำตกลงไว้ในราคาหัวละ 900 บาท
นอกจากนี้ ตรวจค้นภายในรถยังพบของกลางสำคัญเป็น สมุดบันทึกข้อมูลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 2 เล่ม ซึ่งจดรายละเอียดการขนย้ายและรายชื่อแรงงานไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ สีดำ คันดังกล่าว พร้อมสมุดบันทึกไว้เป็นของกลางในคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ในความผิดฐาน “นำพา ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ส่วน ผู้ต้องหาที่ 3–7 ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 รายส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมสืบสวนขยายผลจับกุมตัว "นายโจ้" มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

