วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:09 น.
นนทบุรี : มาตามนัด ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. เข้าพบตำรวจรับทราบข้อกล่าวหา
ความคืบหน้าคดีที่ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะพุ่งชนนายศรนรินทร์ อายุ 43 ปี ไรเดอร์หนุ่มเสียชีวิตบนถนนต่างระดับบางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยในเบืัองต้นพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อที่โรงพัก สภ.บางศรีเมือง ก่อนจะใช้ตำแหน่งประกันตัวออกจากโรงพักไปนั้น
วันที่ 29 พ.ค.69 เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา 3 ขัอหาคือขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถชนแล้วไม่จอดให้ความช่วยเหลือ ไม่แสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความส่วนตัว โดยหลบผู้สื่อข่าวขึ้นบันไดด้านหลังโรงพัก ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้จัดการร้านอาหารที่ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. กับเพื่อนไปนั่งสังสรรค์กัน ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุตามมา มาเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เปิดเผยว่า ที่ชายเสื้อดำอ้างว่าเป็นคนขับ ซึ่งในวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ และข้อเท็จจริงมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งได้มีการสอบปากคำไว้ ทั้งหมดอยู่ในสำนวน ถ้าอย่างไรมีรายละเอียดการกระทำความผิดไปถึงจุดไหน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการให้การเท็จ หรือเมาแล้วขับ สำหรับชายเสื้อดำ วันนี้ ยังไม่มา มีผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา โดยทั้งสองคนไปดื่มมาด้วยกัน ซึ่งจะเรียกมาอีกครั้งภายหลัง ในการจับกุมต้องเป็นไปตาม ป.วิอาญา คือมีหมายจับหรือการกระทำผิดซึ่งหน้า มันต่างจากการไปตั้งด่านแล้วพบคนขับเมา อันนี้เกิดอุบัติเหตุแล้วนำตัวผู้ก่อเหตุมาโรงพัก หลังจากนั้นต้องมีการตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นการระบุความผิดได้ชัดเจนจากเวลาที่ปรากฏในกล้อง จึงต้องปล่อยตัวให้กลับไปก่อน และพบความผิดที่ชัดเจนจึงจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งวันนี้ผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งซี ทุกคนเท่ากันหมดไม่เกี่ยวกับขัาราชการชั้นสูง คนจนคนรวยใช้กฏหมายตัวเดียวกันมีความผิดเท่าเทียมกัน เป็นกฏหมายของประเทศ ส่วนคดีจะนำส่งอัยการเมื่อไหร่ ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน และผู้ถูกกล่าวหาขอพูดคุยกับทางผู้เสียหายก่อน เจ้าหน้าที่ต้องจัดให้มีการพูดคุยกับทางญาติผู้เสียหายตามกฏหมาย


