24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 พฤษภาคม 2569
>> "ชัชชาติ" นำทีมปั่นจักรยานสมัครผู้ว่าฯ กทม. ลั่นไม่กดดันเบอร์อะไรก็ได้ พร้อมลุยต่อสมัย 2
06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นำอดีตทีมรองผู้ว่าฯ ปั่นจักรยานมาสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ณ ศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) โดยเปิดเผยว่า ไม่รู้สึกกดดันและพร้อมรับได้ทุกหมายเลข มั่นใจนโยบาย 4 ด้าน (คน ความสุข คุณภาพชีวิต และเมือง) ตอบโจทย์คนกรุงอย่างแท้จริง ย้ำจุดยืนทำงานในฐานะผู้สมัครอิสระที่พร้อมรับใช้ประชาชนทุกคน และพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนเมืองหลวงต่อไป
สำหรับเสียงวิจารณ์เรื่องผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา นายชัชชาติชี้แจงว่ามีพัฒนาการชัดเจนหลายด้าน ทั้งการปรับปรุงฟุตปาธกว่า 1,000 กิโลเมตร และติดตั้งไฟส่องสว่างกว่า 100,000 ดวง รวมถึงมาตรการปราบปรามการทุจริตที่จริงจังจนมีการไล่ออกไปแล้วถึง 41 ราย ซึ่งหากได้รับโอกาสเป็นผู้ว่าฯ อีกสมัย ก็พร้อมทำหน้าที่ด้วยสไตล์ "ติดดิน" เพื่อเดินหน้าสะสางงานที่ยังค้างคาและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
>> เพลิงไหม้ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ถนนเลียบคลองมอญ พบเด็กหญิง 5 ขวลบาดเจ็บถูกไฟลวกที่แขน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาล
06.21 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยฉลองกรุง 8 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ใช้เป็นที่พักอาศัยของพนักงาน ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในตู้ เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด จำนวน 1 ตู้ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุประมาณ 5 ขวบ ถูกไฟลวกที่แขน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลลาดกระบัง พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดกระบัง
>> โฆษก ตร. มอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” เชิดชู 3 ตำรวจอินฟลูฯ และ 5 ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ช่วยประชาชน
11.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” ณ กองสารนิเทศ ให้แก่ข้าราชการตำรวจที่มีผลงานโดดเด่นจำนวน 8 ราย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกย่องผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ โดยแบ่งเป็นรางวัลด้านการผลิตสื่อสร้างสรรค์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในโลกออนไลน์ 3 ราย ได้แก่ พ.ต.อ.พินิจ ประสิทธิ์เขตกิจ (ช่อง TikTok “พี่บิ๊ก พินิจ”), จ.ส.ต.ธนวันต์ ตรีสุคนธ์ (ช่อง TikTok “จ่าบูม”) และ ส.ต.ท.โชคชัย มะลาศรี (เพจ Facebook “ตำรวจ กรุงเตพ”) เจ้าของวลีไวรัลเตือนคนขับขี่ “อย่าล้ำแนว มันไม่ดี”
ขณะที่รางวัลด้านการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนดีเยี่ยม มอบให้กับตำรวจอีก 5 ราย ได้แก่ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน จากการทุ่มเทสืบสวนหาญาติผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายจากเหตุรถไฟชนรถประจำทาง และทีมตำรวจงานป้องกันปราบปราม สน.ลาดกระบัง อีก 4 นาย (ด.ต.สรายุทธ ไชยมาคำ, ส.ต.อ.กฤษณะ สมประสงค์, ส.ต.อ.ตะวัน แสงแก้ว และ ส.ต.ต.ธนพล หงษ์ฟ้อน) ที่ร่วมกันช่วยตามหาเด็กหนีออกจากบ้านส่งคืนอ้อมกอดผู้ปกครองได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ โฆษก ตร. ระบุว่ารางวัลนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ข้าราชการตำรวจมุ่งมั่นบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนต่อไป
>> ไทย-เวียดนาม ร่วมลงนาม 4 ความร่วมมือสำคัญ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมอนาคต
11.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจและเอกสารความร่วมมือสำคัญระหว่างไทยและเวียดนาม จำนวน 4 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน และการศึกษา
หลังเสร็จสิ้นพิธีฯ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย ปธน.เวียดนามย้ำว่า เวียดนามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศไทย และพร้อมร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมหารือเเบบเต็มคณะ และเห็นพ้องขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ รวมถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Three Connects” เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และเชื่อมโยงยุทธศาสตร์สีเขียว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ นายกฯ ไทย ระบุว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย-เวียดนาม ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนไทยและเวียดนามต่อไป
>> ศาลยกฟ้อง ธนาธร ในคดีไลฟ์ ‘วัคซีนพระราชทาน’ ชี้ไม่ผิด ม.112
12.06 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ อ. 875/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
โดยนายธนาธรเดินทางมาฟังคำพิพากษา ด้วยตนเอง พร้อมแสดงความมั่นใจ พร้อมบอกว่า “มีกำลังใจดี” โจทก์บรรยายฟ้องกรณีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 จำเลยได้ถ่ายทอดสดในเฟซบุ๊กวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในหัวข้อ ‘วัคซีนพระราชทาน ใครได้ ใครเสีย’ ซึ่งจำเลย(นายธนาธร)ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัว
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การไลฟ์สดดังกล่าวเป็นการพาดพิง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการบริหารจัดการวัคซีนรักษาโควิด ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ดูหมิ่นสถาบันฯ ตามฟ้อง ส่วนเรื่องการพาดพิงถึงบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นข้อเท็จจริงตามที่ธนาธรพูด และไม่ได้เป็นการหมิ่นประมาท
ส่วนกรณีที่พาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีว่าจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ในเรื่องของการบริหารจัดการวัคซีน เพราะหากบริหารผิดพลาด ผู้เสียประโยชน์คือประชาชน การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นอาฆาตมาดร้าย ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ พิพากษายกฟ้อง
>> จ.กาญจนบุรี รถจักรยานยนต์ กับรถกระบะ ชนกันอย่างจังกลาง 5 แยกวัดใจ สาวใหญ่วัย 51 ปี บาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.
12.25 น. อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บ บริเวณ 5 แยกวัดใจ ในพื้นที่ ม.15 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า สีเทา ใกล้กันพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯ ได้ทำการตรวจสอบอาการและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรถพยาบาลจะดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.มะการักษ์
โดยผู้บาดเจ็บ เป็นหญิงไทย อายุ 58 ปี มีอาการ ขาซ้ายผิดรูป แผลฉีกขาดที่เข่าซ้าย มึนงง ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นหญิงไทย อายุ 51 ปี อาการสาหัส หมดสติปลุกไม่ตื่น ไม่มีชีพจร ต้องทำการปั้มหัวใจ ก่อนที่จะได้รับแจ้งในเวลาต่อมาว่า ได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล ส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ามะกา
>> ทนาย “สุชาติ” เผยคดีหมิ่นฯ “ไอซ์ รักชนก” คืบหน้า ตร.จ่อส่งหนังสือถึงสภาฯ ขอตัวรับทราบข้อกล่าวหา
14.25 น. นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความของนายสุชาติ ชมกลิ่น นำประจักษ์พยานเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ในคดีแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์ รักชนก” ข้อหาหมิ่นประมาทจากการโพสต์โซเชียลมีเดีย โดยคาดว่าหลังสอบปากคำพยานเสร็จสิ้น ตำรวจจะทำหนังสือถึงประธานรัฐสภาเพื่อขอตัว น.ส.รักชนก มารับทราบข้อกล่าวหาเนื่องจากยังอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการอีกประมาณ 1 เดือน และถือว่ากระบวนการในส่วนของผู้กล่าวหาใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ทางด้านทนายความยืนยันว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปากหรือจำกัดเสรีภาพ แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของนายสุชาติ เนื่องจากข้อความดังกล่าวมีลักษณะดูหมิ่น ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองโดยสุจริตหรือการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ทีมทนายความได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ในข้อหาหมิ่นประมาทไปแล้วรวมทั้งหมด 3 สำนวน แบ่งเป็นที่ สน.บางพลัด 2 คดี และ สน.ทองหล่อ 1 คดี
>> ชาวบ้าน “หมู่บ้านออมทอง” ร้องนายกฯ จี้สอบวัดดังบางปู ปมผ่อนบ้านหมดแต่กลับโดนฟ้องขับไล่-ส่อฉ้อโกง
15.55 น. กลุ่มผู้เสียหาย 39 รายจากหมู่บ้านออมทอง จ.สมุทรปราการ นำโดย น.ส.สุรีย์ญา แสงรอด เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ตรวจสอบวัดดังย่านบางปู หลังชาวบ้านหลงเชื่อป้ายโฆษณาขายบ้านในอดีตและผ่อนชำระกับธนาคารจนครบถ้วน แต่ต่อมาทางวัดกลับบังคับให้ทำสัญญาเป็นเช่าอาคารแทน และล่าสุดชาวบ้านหลายรายเริ่มทยอยถูกวัดฟ้องขับไล่ ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายมองว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายสัญญาอำพรางและเป็นการฉ้อโกงประชาชน
นอกจากนี้ ตัวแทนชาวบ้านยังระบุว่า ที่ผ่านมาได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางปู แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มองว่าเป็นเพียงคดีแพ่ง จึงเดินทางมาร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้ประสานตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้ามาช่วยทำคดี พร้อมขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ตามมาตรา 157 ด้วย โดยมี นายโชคชัย หาญนิมิตกุล ผู้อำนวยการส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นผู้รับเรื่องและรับปากว่าจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านต่อไป
>> รวบแก๊งโจ๋วัย 12-16 ปี ตระเวนงัด รร.วัดไทร กวาดเงิน-โน้ตบุ๊กนับแสน ยึดของกลางวิกผมอำพรางตัว
16.00 น. ฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร บุกจับกุมแก๊งเยาวชนอายุระหว่าง 12-16 ปี จำนวน 3 ราย ที่ห้องพักย่านจรัญสนิทวงศ์ 12 หลังก่อเหตุปีนรั้วเข้าไปลักทรัพย์ภายในโรงเรียนวัดไทร ย่านพระราม 3 เมื่อเช้ามืดวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 กวาดเงินสดโรงเรียนและครูไปกว่า 1.1 แสนบาท พร้อมโน้ตบุ๊กอีก 2 เครื่อง โดยเจ้าหน้าที่ตามรอย
จากกล้องวงจรปิดจนพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย และขยายผลจับกุมตัวได้พร้อมของกลางเงินสดที่เหลือ 36,200 บาท รวมถึงเสื้อผ้าและวิกผมที่ใช้ใส่พรางตัวในวันเกิดเหตุ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ และซัดทอดถึงเพื่อนร่วมแก๊งวัย 15 ปีอีกคนที่ยังหลบหนี โดยทางตำรวจระบุว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวมีพฤติกรรมชอบขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนลักทรัพย์ตามวัดและโรงเรียนในเวลากลางคืนเป็นประจำ เบื้องต้นถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” และถูกส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป
>> ตำรวจชัยภูมิ รวบเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ขยายผลยึด "ไอซ์" 200 กิโลกรัม
16.33 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จังหวัดชัยภูมิ สนธิกำลัง ผลการสกัดจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ พร้อมของกลางยาไอซ์กว่า 200 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้อีกกว่า 1 ล้านบาท ที่บริเวณหน้า สภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ สนธิกำลังร่วมกับทหาร และตำรวจตระเวนชายแดน สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยใช้เส้นทางผ่าน จ.ขอนแก่น และเข้าสู่พื้นที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังดักซุ่มตามแนวถนนสาย 201 ช่วง อ.ภูเขียว – อ.แก้งคร้อ กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน (27 พ.ค.69) พบรถยนต์ต้องสงสัยขับเข้ามาในพื้นที่ ต.ช่องสามหมอ อ.แก้งคร้อ ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น
จากการตรวจค้นพบชายวัยกลางคนเป็นผู้ขับขี่เพียงคนเดียว ภายในรถมีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์จำนวน 191 ห่อ น้ำหนักรวม 200.50 กิโลกรัม ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับจ้างลำเลียงยาไอซ์ไปส่งในพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย รถยนต์ สร้อยคอทองคำ พระสมเด็จกรอบทอง และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมมูลค่าประมาณ 1,093,000 บาท
ด้าน นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผย ขบวนการดังกล่าวถือเป็นเครือข่ายพักและกระจายยาเสพติดรายใหญ่ ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดส่งต่อไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก รวมทั้งอาจใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป
>> ดินถล่มทับคนหาของป่าเสียชีวิต ใกล้ลำห้วย - ป่าบ้านแสนใหม่ จ.เชียงราย
16.50 น. ตำรวภูธร จว.เชียงราย รายงาน เหตุดินถล่มทับคนหาของป่าเสียชีวิต บริเวณใกล้ลำห้วย - ป่าบ้านแสนใหม่ หมู่ที่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จว.เชียงราย
โดย ศูนย์สื่อสาร สภ.แม่จัน ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ด่านตรวจกิ่วสะไต แจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดินถล่มทับ ที่บ้านแสนใหม่ หมู่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 18 ปี เบื้องต้น คาดว่า เกิดจากการที่ผู้เสียชีวิต ออกไปหารังผึ้งและตัดต้นไม้ แล้วล้มทำให้เกิดดินทรุด ก้อนหินที่โคนต้นไม้ ถล่มทับร่างทำให้เสียชีวิต ศูนย์ฯจึงได้แจ้ง จนท.กู้ชีพ อบต.ป่าตึง ร้อยเวรสอบสวน สภ.แม่จัน แพทย์เวร ร่วมชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
>> รวบสมุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยดึงเงินคืนจากมิจฉาชีพ
17.04 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. สั่งการให้ พ.ต.ต.ดุสิต ยอดหวิด สว.กก.1 บก.ปอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ดำเนินการ ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ 140/2569 ลงวันที่ 23 ม.ค. 2569 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสามารถจับกุมได้ที่ บ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลบ้านครัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ผู้เสียหายได้พบเห็นบัญชีแอปพลิเคชันหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า "ใครเคยโดนโกงมาก่อน แจ้งทางเราตำรวจ ปอท. ในแอป : TCSD Center สามารถดึงเงินคืนได้" ซึ่งผู้เสียหายเคยถูกหลอกลวงจากกลุ่มขบวนการคอลเซ็นเตอร์มาก่อนจึงหลงเชื่อส่งข้อมูลให้ผู้แจ้ง และได้แอดไลน์ติดต่อไปยังบัญชีดังกล่าว ต่อมาคนร้ายได้แจ้งว่าพบเงินของผู้เสียหายไหลเข้าไปในระบบตลาดหลักทรัพย์แล้ว หากต้องการดึงเงินคืนให้ติดต่อไปที่ฝ่ายบัญชีเพื่อทำเรื่องเบิกเงิน แต่มีเงื่อนไขต่างๆ ว่าต้องโอนเงินเข้าไปยังบัญชีที่ขบวนการคอลเซ็นเตอร์กำหนดไว้เพื่อเป็นค่าดำเนินการดึงเงินออกมา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทยอยโอนเงินไปหลายครั้งจนเกิดความเสียหายรวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1,844,472 บาท แต่สุดท้ายพบว่าไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ตามคำกล่าวอ้างของคนร้าย จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวได้หลายราย กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามและนำกำลังเข้าจับกุมตัวนายอัครเดชฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป
>> ในหลวง - พระราชินี ทรงรับ ประธานาธิบดีฯ เวียดนาม และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
17.21 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงรับ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนางโง เฟือง ลี ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
โดยเมื่อวันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายเล ดึ๊ก แองห์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในขณะนั้น รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินและเสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอีกหลายครั้ง
ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นก้าวแรกของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศและเป็นพื้นฐานของการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอยู่ในระดับที่ดี และมีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญซึ่งกันและกัน โดยทั้งสองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างกันเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ ต่อมา ได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) เมื่อปี ๒๕๖๒ และล่าสุดได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) เมื่อปี ๒๕๖๘
>> จัดหางานชลบุรี เปิดปฏิบัติการล้างบางแรงงานเถื่อน บุกจับร้านอาหารศูนย์เหรียญกลางบ่อวิน เจอคนจีนยึดทุกหน้าที่ ตั้งแต่รับรถยันล้างจาน ไร้คนไทยแม้แต่รายเดียว
17.30 น. กรณี เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี เปิดปฏิบัติการบุกจับสำนักงานบริการแรงงานต่างด้าวแบบครบวงจร ในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมจับกุม “ดาว TikTok” ชาวเมียนมา ขวัญใจแรงงานต่างด้าว ที่มียอดผู้ติดตามกว่า 200,000 คน รวมถึงพนักงานเสมียนและนายหน้าชาวเมียนมารวม 5 ราย ซึ่งล้วนประกอบอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าขยายผลกวาดล้างเครือข่ายแรงงานเถื่อนอย่างต่อเนื่อง
ต่อมา นายภูวกร โตสิงห์ขร จัดหางานจังหวัดชลบุรี มอบหมายให้นายขจรศักดิ์ จันทร์ทอง นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังได้รับข้อมูลจากสายข่าวว่า ภายในร้านมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติจีนทำงานแทบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่พนักงานรับรถลูกค้า พนักงานต้อนรับ พ่อครัว ผู้ช่วยพ่อครัว ไปจนถึงพนักงานล้างจาน
ทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าแรงงานต่างด้าวบางส่วนไหวตัวทัน รีบปิดล็อกประตูร้านจากด้านใน ก่อนพยายามวิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังร้านกันอย่างโกลาหล แต่สุดท้ายไม่รอด ถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมจับกุมไว้ได้ทั้งหมด 9 ราย แบ่งเป็นชาย 8 ราย และหญิง 1 ราย โดยทั้งหมดเป็นชาวจีน
จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานทั้งหมดเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่กลับลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังพบข้อเท็จจริงที่สร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากภายในร้านไม่มีพนักงานสัญชาติไทยทำงานอยู่แม้แต่คนเดียว สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เริ่มขยายตัวในพื้นที่เศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรมอย่างน่าจับตา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อวิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ใกล้เคียงสถานีปั้มแก๊ส ถนนเพชรเกษม ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
18.48 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงสถานีปั้มแก๊ส ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่องยนต์ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
21.28 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 124 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แผ่นดินไหว บริเวณพรมแดนประเทศลาว - ประเทศจีน
00.08 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ความลึก 9 กม. บริเวณพื้นที่ พรมแดนประเทศลาว - ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 223 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่ประเทศไทย