วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:19 น.
27 พ.ค.2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บริหารและกรรมการ ป.ป.ช. รวม 12 คน กรณีกล่าวหาว่ามีส่วนปกปิดเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
โจทก์ฟ้องความว่า โจทก์เป็นนักสิทธิมนุษยชน เป็นประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการต้านภัยคอร์รัปชัน จำเลยซึ่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรม อาทิ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเพิกเฉยไม่ส่งมอบข้อมูลข่าวสารที่โจทก์ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ โดยไม่แสดงว่ามีนาฬิกาข้อมือราคาแพงอยู่เป็นจำนวนมากและแหวนประดับมีค่าหลายรายการ โดยระหว่างพิจารณาคดี โจทก์ได้ขอถอนฟ้องจำเลย3ราย
และวันนี้(27พค.69) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นางสาวสุภา ปียะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ปกปิดเอกสารการสอบสวนกรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คนละ3ปี โดยทั้งสองคนได้รับการประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ส่วนจำเลยอีก7ราย ศาลยกฟ้อง


